4 สาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวน้อยท้องเสียง่าย เรื่องเล็กๆ แต่ใกล้ตัว

อาการท้องเสีย ของเจ้าตัวน้อย เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้ามว่าเป็นเรื่องเล็กๆ เพราะส่งผลต่อพัฒนาการโดยตรงของเจ้าตัวเล็ก โดยเฉพาะด้านอารมณ์ และการเรียนรู้ที่ลดลงเรื่อยๆ เพราะนอกจากเด็กจะอารมณ์เสียง่ายแล้ว ยังทำให้มีสมาธิสั้น ไม่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในชีวิตประจำวันได้นานขึ้นด้วย
ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวน้อยท้องเสียได้ง่าย มักจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่ใกล้ตัว จะมีอะไรบ้างที่เป็นปัจจัยไม่ให้เจ้าตัวน้อยท้องเสียง่าย ไปดูกันเลย

1. ดื่มนม หรือทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
มีน้อยคนมากที่จะรู้ว่า อาการท้องเสีย คือ หนึ่งในกลไกที่ช่วยกำจัดเชื้อโรคออกจากร่างกาย และรู้ไหมคะว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่เด็กเล็กได้รับเชื้อโรคเข้าไปในร่างกายคือทางไหน คำตอบนั่นก็คือ ทางปาก โดยการทานอาหาร หรือดื่มนมที่ปนเปื้อนเชื้อโรคเข้าไป หรือแม้แต่หยิบสิ่งของต่างๆ เข้าไปในปากด้วยเช่นกัน นั่นก็เพราะเด็กยังไม่รู้จักวิธีการป้องกันตัวเองไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

ส่วนนมที่เปิดฝากระป๋องแล้วก็มีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้เสมอ นั่นเพราะมือของคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้สะอาดตลอดเวลา อาจทำให้มีเชื้อโรค หรือแบคทีเรียเข้าไปปนเปื้อนในนมได้เช่นกัน
แต่เอ๊ะ? ทำไมเมื่อลูกดื่มนมแล้วถึงท้องเสียง่าย นั่นเป็นเพราะว่าในนมมีน้ำตาลแลคโตส แต่ในร่างกายของเด็กน้อยกลับมีน้ำย่อยแลคเตสไม่เพียงพอ ร่างกายของลูกจึงไม่สามารถย่อยในท้องเจ้าตัวเล็กได้ หรือย่อยไม่หมด ทำให้ค้างอยู่ในทางเดินอาหาร และบูดเน่า จากนั้นจึงเกิดแก๊สจนรู้สึกว่าท้องอืด ปวดท้อง และทำให้ท้องเสียขึ้นนั่นเอง

2. น้ำต้มที่เก็บไว้นานเกินไป
ใครจะรู้ว่า ความร้อนที่เกิดจากการต้มน้ำซ้ำเดิมไปมา อาจฆ่าเชื้อโรคได้แต่ไม่ทั้งหมด เพราะไม่สามารถทำลายแร่ธาตุ โลหะหนัก หรือสารปนเปื้อนที่อยู่ในน้ำได้ทุกอย่าง การเดือดซ้ำๆ จึงอาจทำให้น้ำที่อยู่ในกระติกเข้มข้นด้วยสารปนเปื้อนต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะสุขภาพของลูกน้อยนั่นเอง

เพราะฉะนั้น ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะนำน้ำต้มเดือดไปชงนมให้ลูก ควรเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกครั้งก่อนต้ม และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนชงนม เพื่อให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากเชื้อโรค และไม่ท้องเสียนั่นเอง

3. ภาชนะที่ใส่อาหารไม่สะอาด
อีกสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวเล็กท้องเสียได้ง่าย นั่นคือ คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ต้มภาชนะให้สะอาดก่อนนำไปใส่อาหารให้ลูกน้อย เช่น ขวดนม ชามข้าว รวมทั้งช้อนส้อมด้วย เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อโรคที่อาจถูกสะสม และปนเปื้อนติดอยู่ตามขอบภาชนะต่างๆ ก่อนให้ลูกนำเข้าปากนั่นเองค่ะ เพราะถ้าภาชนะไม่สะอาด อาหารที่ให้ลูกทานก็มีเชื้อโรคปนเปื้อนอยู่ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กท้องเสียได้ง่ายมากขึ้นนั่นเอง

4. ร่างกายลูกติดเชื้อได้ง่าย ไม่ค่อยเเข็งแรง
ในเด็กบางคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำทางร่างกาย หรือมีภูมิต้านทานโรคต่ำ เนื่องจากภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ เมื่อได้รับเชื้อโรคเข้าไปแล้ว อาจมีส่วนที่ทำให้ร่างกายของลูกน้อยไม่สบาย ท้องเสียบ่อย ติดเชื้อ และมีเชื้อโรคเข้าไปได้ง่ายกว่าเด็กที่มีภูมิคุ้มกันทางร่างกายสูง ยิ่งทำให้เด็กมีพัฒนาการทางร่างกาย และด้านความคิดน้อยกว่าเด็กที่เเข็งแรงได้เช่นกัน

Aqua Kare น้ำสเตอไรล์ เปิดขวดแล้วผสมได้ทันที “ไม่ต้องต้ม”
“น้ำดื่ม” มีความสำคัญอย่างมากในการเจริญเติบโตของเจ้าตัวเล็ก ถ้าลูกดื่มน้ำที่สะอาด ร่างกายก็จะได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ แต่ถ้าลูกเผลอไปดื่มน้ำดื่มที่ไม่สะอาด หรือมีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าแล้วล่ะก็ ร่ากายของลูกจะตอบสนองโดยการขับถ่ายออกมานั่นเอง

ดังนั้น เด็กจึงควรได้รับการดูแล และความเอาใจใส่ที่ดีจากคุณพ่อคุณแม่ในเรื่องของการดูแลสุขภาพ เพื่อให้พวกเขาเติบโตอย่างแข็งแรงนั่น
จะดีแค่ไหน ถ้าเรามีน้ำดื่มสะอาด ไม่ต้องต้มให้เสียเวลา แถมปลอดภัยจากเชื้อโรคมาให้ลูกได้ดื่มกัน เราขอแนะนำให้รู้จักกับ Aqua Kare น้ำสเตอไรล์ น้ำดื่มที่สะอาดกว่าการต้ม เพราะผ่านกระบวนการในการกรองเชื้อ และนึ่งฆ่าเชื้อโรคกว่า 100 องศาเซลเซียส ปลอดภัย ปราศจากเชื้อแน่นอน แถมยังช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียจากน้ำ สำหรับเด็กทารกอีกด้วย

วิธีใช้ : ใช้สำหรับผสมนม อาหารเสริมชนิดข้นหรือชนิดผง และยาผงได้ เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการดูแลความสะอาดในด้านอาหารของเด็กทารก เด็กป่วย หรือผู้ป่วยนั่นเอง

สามารถเปิดใช้ได้เลยทันทีไม่ต้องต้ม สะดวก ช่วยลดเวลาในการเตรียมนม และอาหารเสริม ทำให้คุณแม่มีเวลาเพิ่มมากขึ้น เมื่อเปิดใช้แล้วควรใช้ให้หมดภายใน 3 วันด้วยนะ
นอกจากนี้ เรายังสามารถอุ่น Aqua Kare ได้ทั้งขวดโดยการแช่น้ำร้อนให้อุณหภูมิเกิน 70 องศาเซลเซียสตามมาตรฐาน แล้วเอามาชงนมได้ (ตัวขวดเอามาแช่น้ำร้อนไม่เกิน 100 องศาเซลเซียสได้ 4 ครั้ง)

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

เด็กยุคดิจิทัล ต้องเสริมสร้างพัฒนาการด้านไหนดีแบบที่ไม่เน้นวิชาการจ๋า

หากจะพูดถึง การเสริมสร้างพัฒนาการ ด้านต่างๆ ของลูก สำหรับเด็กยุคดิจิทัลหรือ Alpha Generation แล้ว ทักษะด้านวิชาการอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะเด็กสมัยนี้มีศักยภาพในการเรียนรู้มากกว่าที่เราคิด แต่ถ้าอยากจะให้ลูกได้เสริมสร้างพัฒนาการด้านอื่น คุณพ่อคุณแม่อย่างเราก็คงมีคำถามว่า แล้วควรให้ลูกเสริมด้านไหนดีใช่ไหมล่ะคะ วันนี้ Parents One จึงมีทักษะหลายๆ ด้านที่เด็กยุคนี้ควรเสริมสร้างพัฒนาการมาฝากคุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน

พัฒนาสมอง
พัฒนาการด้านแรกที่คุณพ่อคุณแม่มักสนใจเป็นพิเศษก็คือการพัฒนาสมอง ซึ่งจริงๆ แล้วการพัฒนาสมองของลูกเริ่มตั้งแต่ 1,000 วันแรกของชีวิต คือในช่วงที่ลูกยังอยู่ในท้องเราก็สามารถอ่านหนังสือให้เขาฟัง พูดคุยกับลูกในท้องก็จะเป็นการพัฒนาสมองของลูกได้ และเมื่อลูกคลอดออกมาอยู่ในวัยทารกซึ่งเป็นช่วงที่สมองของลูกสามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและมีการทำงานประสานกันหากได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม

โดยถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากส่งเสริมให้ลูกพัฒนาสมองด้วยกิจกรรมต่างๆ ก็สามารถเริ่มจริงๆ จังๆ ได้ตั้งแต่ 6 เดือนเลยค่ะ อย่างการเล่านิทานให้ลูกฟัง ให้ลูกเล่นอย่างอิสระ การเรียนรู้ด้วยแฟลชการ์ด ก็จะช่วยเชื่อมโยงสมองซีกซ้ายและขวาของเด็กเล็กอย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าลูกโตขึ้นมาหน่อย การเรียน Coding ก็จะมีประโยชน์ในแง่ของการฝึกให้เขารู้จักคิดวิเคราะห์ กระตุ้นให้เด็กคิดอย่างเป็นระบบเพื่อรู้จักแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์นั่นเอง

ศิลปะและดนตรี
ทักษะต่อมาที่คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการได้ก็คือเรื่องของศิลปะและดนตรี เพราะศิลปะและดนตรีคือตัวช่วยชั้นดีที่จะทำให้ลูกเกิดสมาธิ สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้เป็นระยะเวลานานค่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกลองเล่นดนตรีหรือฝึกศิลปะก็สามารถเสริมสร้างอย่างจริงจังได้ในช่วงอายุ 3 ขวบขึ้นไปค่ะ

โดยการเสริมสร้างทักษะด้านศิลปะนั้นก็จะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมือมัดเล็กและกระบวนการคิดไปพร้อมๆ กัน รวมไปถึงทักษะภาษาและสังคมก็ได้ได้พัฒนาด้วยเช่นกัน ส่วน การเสริมสร้างพัฒนาการ ทางด้านดนตรี หากคุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมให้เขาได้เรียนดนตรีอย่างเหมาะสมตามช่วงวัยก็จะช่วยเสริมสร้างสมาธิ ความจำ และพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ ได้อีกด้วย แต่คุณพ่อคุณแม่อาจต้องดูความพร้อมทางร่างกาย สมอง ความชอบและความสนใจของลูกเป็นหลักนะ

ทักษะทางภาษา
ทักษะสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มักอยากส่งเสริมให้ลูกพัฒนาอีกด้านหนึ่งก็คือทักษะทางภาษา ซึ่งเดี๋ยวนี้เราก็เห็นกันเยอะมากกับการเลี้ยงลูกให้เป็นเด็ก 2 ภาษา ถ้าเกิดว่าครอบครัวไหนมีพื้นฐานทางภาษาก็โชคดีไป เพราะสามารถพูดคุย ฝึกฝนภาษาอังกฤษกับลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่ถ้าเป็นครอบครัวที่ไม่ได้ชำนาญในเรื่องนี้มากนักก็อาจต้องอาศัยความสม่ำเสมอและเทคนิคอื่นๆ เพื่อที่จะฝึกให้ลูกมีทักษะทางภาษาติดตัว

จริงๆ แล้วช่วงอายุที่เหมาะสมในการเสริมสร้างทักษะทางภาษาก็มีตั้งแต่แรกเกิด หรือจะเริ่มฝึกตอน 1 ขวบครึ่งก็ได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นช่วงอายุที่เหมาะสมที่สุดก็คือ 3 ขวบ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ สามารถเรียนรู้ภาษาแม่ได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว และพร้อมเปิดรับภาษาใหม่ๆ โดยจะใช้ระยะเวลาสักพักหนึ่งในการทำความเข้าใจภาษาที่ 2 ค่ะ สำหรับภาษาที่เด็กๆ เรียน นอกจากภาษาอังกฤษแล้วก็ยังมีภาษาอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ภาษาจีนหรือภาษาญี่ปุ่น

การทำอาหาร
คุณพ่อคุณแม่อาจสงสัยว่าการเสริมสร้างทักษะการทำอาหารให้แก่เด็กจำเป็นตรงไหน แต่บอกเลยค่ะว่าทักษะนี้มีประโยชน์กว่าที่คิดแน่นอน เพราะการทำอาหารจะช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนากล้ามเนื้อมือจากการหยิบจับ ขยำแป้ง นวดแป้งให้เข้ากัน หรือการตระเตรียมวัตถุดิบต่างๆ อย่างการเด็ดหรือการล้างวัตถุดิบ รวมไปถึงยังได้ใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ทั้งการดม การลิ้มรส และการสัมผัสสิ่งที่มีความแตกต่างกัน นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องของการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย

ซึ่งช่วงวัยที่เหมาะสมจะเสริมสร้างทักษะการทำอาหาร อาจเริ่มได้ที่ช่วงอายุประมาณ 2 ขวบ โดยในช่วงวัยนี้จะต้องมีคุณพ่อคุณแม่คอยประกบอย่างใกล้ชิด ให้ลูกได้ฝึกหยิบจับอะไรเล็กๆ น้อยๆ ในห้องครัว อย่างการหยิบส่วนผสมเทรวมกัน อาจเลือกอาหารที่มีขั้นตอนไม่มาก ทำง่ายๆ ก็จะช่วยให้ลูกสนุกกับการเรียนรู้ แถมการมีส่วนร่วมแบบนี้ก็อาจทำให้ลูกเจริญอาหารมากขึ้นด้วยนะ

กีฬาและศิลปะป้องกันตัว
กีฬาและศิลปะป้องกันตัว ถือเป็นทักษะที่น่าสนใจที่จะให้ลูกได้เสริมสร้างพัฒนาการ เพราะแน่นอนว่าขึ้นชื่อว่ากีฬา สิ่งที่เด็กๆ จะได้พัฒนาแน่ๆ คือเรื่องความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและร่างกายที่จะทำให้เขามีสุขภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้กีฬาและศิลปะป้องกันบางอย่างยังช่วยในเรื่องการทรงตัว ฝึกไหวพริบ สร้างสมาธิและฝึกระเบียบวินัย รวมไปถึงเป็นทักษะที่สามารถใช้ป้องกันตัวหากเกิดเหตุฉุกเฉินได้ด้วย

สำหรับช่วงอายุที่เหมาะสมในการเสริมสร้างพัฒนาการจากทักษะกีฬาและศิลปะป้องกันตัวก็สามารถเล่นได้ตั้งแต่ตอนที่ลูกเริ่มคลานหรือเดินได้เลย อย่างการฝึกคลาน หรือวิ่งเล่นก็ถือเป็นการออกกำลังกายแล้ว แต่ถ้าจะเป็นกีฬาหรือศิลปะป้องกันตัวที่จริงจัง ก็แนะนำให้อยู่ในช่วงอายุประมาณ 3 ขวบขึ้นไป เพราะเป็นช่วงวัยที่เริ่มรู้เรื่อง อีกทั้งยังเหมาะสมที่จะให้เขาได้เรียนรู้เรื่องการรู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัยจากทักษะนี้ค่ะ

EMJOY : EMPOWER THE YOUTH’S NEXTPERIENCE
เมื่อเราต้องการเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูก แค่พ่อกับแม่อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราจึงต้องมองหาตัวช่วยอย่างแหล่งการเรียนรู้ที่จะเป็นตัวช่วยให้เด็กๆ ได้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ อย่างที่ The EmQuartier ได้เปิด EMJOY ศูนย์การเรียนรู้สู่อนาคตของเยาวชนยุคดิจิทัลแห่งใหม่ใจกลางสุขุมวิทบนพื้นที่กว่า 6,000 ตารางเมตร ในบริเวณชั้น 2 ของอาคาร C ศูนย์การค้า The EmQuartier ที่จะช่วยเปิดโลกแห่งจินตนาการและช่วยให้เด็กๆ มีความคิดสร้างสรรค์อย่างไร้ขีดจำกัด

โดยพื้นที่ใน EMJOY จะเต็มไปด้วยสถาบันการศึกษาที่เสริมทักษะการเรียนรู้ที่อยู่นอกตำราเหมาะสำหรับเด็กยุค Alpha และเยาวชนรุ่นใหม่ที่จะช่วยพัฒนาศักยภาพของทุกคนเพื่อพาเราไปสู่อนาคตที่ดีกว่าเดิม ซึ่งจะแตกต่างจากที่อื่นๆ ตรงที่มีการสร้างสรรค์และปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เหมาะกับสไตล์ของครอบครัวยุคใหม่

นอกจากสถาบันการศึกษาแล้ว EMJOY ยังเหมือนเป็น Community สำหรับทุกครอบครัวด้วยการตกแต่งพื้นที่ด้วยสีสันและบรรยากาศที่ดูสนุกสนาน สอดรับไปกับพื้นที่ที่สรรค์สร้างขึ้นเพื่อความสนุกสนานสำหรับเด็กอย่างโซนเครื่องเล่นต่างๆ ห้องน้ำสำหรับเด็ก และการตกแต่งที่นั่งให้ดึงดูดใจเจ้าตัวเล็ก รวมไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของทุกคนในครอบครัว เราไปดูกันดีกว่าว่าที่นี่จะมีโซนหรือสถาบันอะไรที่เหมาะจะพาเจ้าตัวเล็กไปเสริมสร้างพัฒนาการบ้าง

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

5 วิธีเพิ่มความสูงให้ลูกน้อยอย่างสมวัย

ความสูง เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เป็นคนที่มีบุคคลิกภาพดี กระฉับกระเฉง ซึ่งบางอาชีพใช้ส่วนสูงเป็นเกณฑ์กำหนดในการรับเข้าทำงาน เช่น อาชีพแอร์โฮสเตส เป็นต้น ความสูงจึงเป็นตัวแปรหลักและมีความสำคัญในชีวิตมากทีเดียว

ไม่ว่าจะครอบครัวไหนก็อยากให้ลูกสูงด้วยกันทั้งนั้น จึงขอเสนอ “อย่ารอช้า ถ้าอยากให้ลูกสูง!!! 5 วิธีเพิ่ม ความสูง ให้ลูกน้อยอย่างสมวัย” จะมีวิธีไหนบ้างไปอ่านกันเลย

วิธีที่ 1 : ชวนลูกไปออกกำลังกาย และเล่นกีฬาเป็นประจำ
วิธีเพิ่มความสูงให้ลูกในวัยที่กำลังซน และอยากเรียนรู้ นั่นก็คือ การชวนกันไปออกกำลังกาย และเล่นกีฬาที่ชอบนั่นเองค่ะคุณพ่อคุณแม่ แถมยังเป็นกิจกรรมในครอบครัวที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนครอบครัวให้แน่นแฟ้นที่ดีที่สุดด้วยนะ
การชวนลูกเต้นแอโรบิค ถือเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับเด็กๆ เพราะได้เคลื่อนไหวร่างกายทุกส่วนอย่างสม่ำเสมอ และไม่หนักจนเกินไป ที่สำคัญควรทำติดต่อกันอย่างน้อยครั้งละ 30 นาทีเป็นประจำ ถือเป็นตัวช่วยที่ทำให้ลูกสูงขึ้นได้นั่นเองค่ะ แต่ถ้าครอบครัวไหนอยากให้ลูกไวๆ ล่ะก็ ลองให้ลูกกระโดดดูค่ะ ไม่ว่าจะเป็น กระโดดเชือก , กระโดดแทรมโพลีน , กระโดดเชือก หรือแม้แต่กระโดดแตะของค่ะ เพราะจะช่วยให้ลูกได้ฝึกการยืดตัวได้มากเลยทีเดียว

วิธีที่ 2 : พาลูกเข้านอนก่อน 3 ทุ่ม
ช่วงเวลาในการนอนที่ดี และเพียงพอของลูกในวัยกำลังโต คือการเข้านอนก่อน 3 ทุ่ม เพราะช่วงเวลานั้นร่างกายของเราจะมีการหลั่งฮอร์โมน ที่ชื่อ Growth Hormone ซึ่งเป็นตัวที่ช่วยในเรื่องของพัฒนาการ และการเจริญเติบโตของร่างกายให้สมบูรณ์ ที่สำคัญคือ ช่วยกระตุ้นให้กระดูกของลูกเจริญเติบโตมากขึ้นในแนวยาว ช่วยให้ลูกมีความสูงเพิ่มขึ้นนั่นเองค่ะ

นอกจากการเข้านอนก่อน 3 ทุ่มจะช่วยให้ลูกสูงขึ้นแล้ว ยังช่วยฝึกวินัยในตัวเอง และการรู้จักแบ่งเวลาทำสิ่งต่างๆ ให้สมดุลและสามารถทำได้ทันเวลาก่อนนอนอีกด้วย เช่น ก่อนเข้านอน และเล่านิทานให้ลูกฟัง คุณแม่ควรฝึกให้ลูกเตรียมอุปกรณ์การเขียนให้ครบ ทำการบ้านให้เสร็จ จัดชุดนักเรียนที่ติดกระดุมแล้วให้พร้อมสำหรับเช้าของวันพรุ่งนี้ แล้วค่อยนอน ตอนเช้าจะได้ไม่ต้องรีบ หรือลืมอะไร ฝึกให้ลูกจนติดเป็นนิสัยเลยค่ะ เมื่อโตขึ้นลูกก็จะรู้จักการจัดระบบความคิดได้อย่างถูกต้อง และเรียงลำดับความสำคัญก่อน – หลังได้แน่นอน

วิธีที่ 3 : ทานโปรตีน เช่น นม เนื้อสัตว์ ไข่
นอกจากคุณพ่อคุณแม่ต้องให้ลูกทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ตามโภชนาการแล้ว หากอยากเพิ่มความสูงให้เจ้าลูกตัวน้อยต้องเน้นไปที่อาหารที่ทำมาจากโปรตีนจากสัตว์ เช่น นม , เนื้อสัตว์ , ไข่ เนื่องจากโปรตีนจากสัตว์เป็นโปรตีนที่สมบูรณ์ต่างจากโปรตีนจากพืช ดังนั้นจึงถือเป็นแหล่งโปรตีนที่มีคุณภาพสูงสุด เนื่องจากโปรตีนจากพืชมักจะขาดกรดอะมิโนจำเป็นบางชนิด จึงทำให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนจำเป็นได้ไม่ครบตามความต้องการของร่างกายนั่นเองค่ะ นอกจากการทานอาหารแล้ว อย่าลืมดูแลสุขภาพของลูกด้วยการออกกำลังกายด้วยนะคะ

วิธีที่ 4 : งดการดื่มน้ำอัดลม และทานขนม Snack
คุณพ่อคุณแม่ควรควบคุมปริมาณการให้ลูกทานน้ำอัดลม และขนมจำพวก Snack ซึ่งทางที่ดีเราไม่ควรให้ลูกกินอาหารประเภทนี้อยู่แล้ว เพราะนอกจากจะไม่ได้เพิ่มส่วนสูงให้กับลูกแล้ว ก็ยังไม่ให้ประโยชน์อะไรกับร่างกายด้วยนั่นเอง รวมถึงอาจจะเสี่ยงต่อการเพิ่มโรคให้ลูกแบบไม่รู้ตัวด้วยค่ะ เช่น โรคไต และโรคเบาหวาน จนต้องเข้ารักษาตัวและสิ้นเปลืองเงินกันแบบยาวๆ เลยนั่นเอง หากลูกเผลอกินแล้วติดอาหารประเภทนี้ขึ้นมาจนต้องเสียเงินไปซื้อบ่อยๆ ล่ะก็ไม่คุ้มแน่นอน แถมถ้าคุณพ่อคุณแม่ยิ่งห้าม ก็เหมือนยิ่งยุ ทีนี้ลูกอาจจะแอบเอาขนมไปกินโดยไม่ให้เรารู้นั่นเองค่ะ

วิธีที่ 5 : ทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง
นอกจากการทานอาหารให้ครบหมู่แล้ว คุณแม่ควรต้องส่งเสริมให้ลูกได้ทานอาหารที่มีแคลเซียมอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการให้ลูกได้ดื่มนมแม่มาตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และช่วยให้ลูกมีส่วนสูงเพิ่มขึ้นนั่นเอง ซึ่งอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น งา , คะน้า , บรอกโคลี , นมถั่วเหลือง , ปลาซาดีน , แซลมอน , อัลมอนด์ เป็นต้น โดยคุณแม่อาจจะนำวัตถุดิบพวกนี้ไปทำเป็นเมนูอาหารขึ้นมา และฝึกให้ลูกทานตั้งแต่เด็กๆ เท่านี้ลูกก็จะได้รับแคลเซียมไปใช้ในร่างกายอย่างเพียงพอ และเพิ่มส่วนสูงได้ตามที่ต้องการนั่นเองค่ะ

เราลองมาเปรียบเทียบปริมาณแคลเซียมกับอาหารกันดีกว่าค่ะว่า หากเราทานแคลเซียม 200 มก. จะเทียบเท่ากับเราทานอาหารชนิดใดบ้าง (อ้างอิงข้อมูลจาก ปริมาณแคลเซียมในอาหารไทย กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2547)

แคลเซียม 200 มก. เทียบเท่า
• นมสด 100 ml 2 แก้ว
• ไข่ 2 ฟอง
• ปลา 1 กิโลกรัม
• เต้าหู้ 6 ช้อนโต๊ะ
• คะน้า 3 ทัพพี

เห็นไหมล่ะว่า เพียงแค่เราทานเเคลเซียม หรืออาหารที่มีแคลเซียมในปริมาณที่สูง นอกจากจะช่วยเพิ่มส่วนสูงของลูกแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายมีกระดูกที่แข็งแรงไว้ให้ลูกใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufa

การกินอาหาร

 

อาหารคือตัวเรา”  นี่คือคำกล่าวที่ไม่สามารถปฏิเสธได้   เพราะสิ่งต่าง ๆ ที่ประกอบขึ้นมาเป็นตัวเอราล้วนมาจากอาหารที่กินเข้าไป  เริ่มตั้งแต่อยู่ในท้องแม่  เราได้อาหารจากแม่เพื่อไปสร้างโครงสร้างเลือดเนื้อจนกระทั่งคลอดออกมาเป็นทารก  และเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ  เราต้องกินอาหารทุกวัน  เพราะอาหารไม่เพียงแต่จะนำไปประกอบเป็นส่วนต่าง ๆของร่างกายเท่านั้น  แต่ยังทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้อย่างเป็นสุข  ถ้ามีภาวะโภชนาการที่ดี    (หมายถึงการกินที่ถูกต้อง)  แต่ถ้าหากกินอาหารไม่ถูกหลักหรือไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดปัญหาภาวะโภชนาการได้ในปัจจุบันนี้  คนไทยยังประสบปัญหาโภชนาการอยู่มาก  ไม่ว่าจะเป็นการขาดสารอาหาร  เช่น  ขาดสารไอโอดีน  โรคโลหิตจาง  ฯลฯ  เป็นต้น  โรคเหล่านี้ทำให้เด็กมีความเจริญเติบโตช้า  และมีพัฒนาการทางด้านร่างกายและสมองผิดปกติ  เจ็บป่วยง่าย  ไม่ใช่แต่เด็กอย่างเดียว  ผู้ใหญ่ก็มีผลทำให้ร่างกายอ่อนแอ  สมรรถภาพทางร่างกดายในการทำงานต่ำ  ในขณะเดียวกันถ้าภาวะโภชนาการเกิน  ก็จะเป็นปัญหาเหมือนกัน  เช่น  โรคอ้วน  เบาหวาน  หัวใจขาดเลือด  มะเร็ง  ฯลฯ  เป็นต้น  ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้  ปัญหาทางด้านโภชนาการของคนไทยนั้นเกิดจากหลายสาเหตุ  แต่หนึ่งในสาเหตุสำคัญ  คือคนไทยส่วนมากยังไม่ได้รับการส่งเสริมให้มีพฤติกรรมการกินอาหารที่ถูกต้อง  จึงทำให้ขาดความรู้และความคิดที่ดีต่อการกินอาหาร  เพื่อการมีภาวะโภชนาการและสุขอนามัยที่ดี้ คือ อาหารคือตัวเรา

           การดูแลสุขภาพเพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ต้องรู้จักการกินอาหารเป็นสิ่งสำคัญ รองลงมาคือการออกกำลังกาย ด้วยเหตุนี้ทางกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และสถาบันวิจัยโภชนาการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านอาหารและโภชนาการ จึงได้จัดทำ ข้อปฏิบัติในการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี 9 ข้อ หรือโภชนบัญญัติ 9 ประการ” เพื่อเผยแพร่ให้ใช้ยึดเป็นแนวทางในการกินอาหารให้หถูกต้องตามหลักโภชนาการ

          โภชนบัญญัติ 9 ประการ ประกอบด้วย

    1. กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากกลายและหมั่นดูแลน้ำหนักตัว เพื่อให้สารอาหารที่ ร่างกายต้องการอย่างครคบถ้วนและมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานไม่อ้วนหรือผอมเกินไป

    2. กินข้าวเป็นหลักสลับกับอาหารแป้งในบางมื้อ เลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาวและได้คุณค่าและใยอาหารมากกว่า

    3. กินผักให้มาก และกินผลไม้ประจำ กินผักและผลไม้ทุกมื้อ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคและต้านโรคมะเร็งได้

    4. กินปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ และถั่วเมล็ดแห้งเป็นประจำ ปลาเป็นโปรตีนคุณภาพดี และย่อยง่าย เป็นอาหารที่หาง่าย ถั่วเมล็ดแห้งเป็นโปรตีนจากพืชที่ใช้แทนเนื้อสัตว์ได้

    5. ดื่มนมให้เหมาะสมกับวัย นมช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง เด็กควรดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว ผู้ใหญ่ควรดื่มนมพร่องมันเนย วันละ 1-2 แก้ว

    6. กินอาหารที่มีไขมันแต่พอควร กินอาหารประเภททอด ผัด หรือแกงกะทิ แต่พอควร เลือกกินอาหาร ประเภท ต้ม นึ่ง ย่าง (ที่ไม่ไหม้เกรียม) แกงไม่ใส่กะทะเป็นประจำ

    7. หลีกเลี่ยงการกินอาหารรสจัด หวานจัด เค็มจัด กินหวานมากเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด กินเค็มจัดเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง

    8. กินอาหารที่สะอาดปราศจากการปนเปื้อน อาหารที่ไม่สุกและปนเปื้อนเชื้อโรคและสารเคมี เช่น สารบอแร็กซ์ สารเร่งสี สารกันเชื้อรา สารฟอกขาว สารฆ่าแมลง ฟอร์มาลิน ทำให้เกิดโรคได้

    9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะทำให้มีความเสียงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคตับแข็ง โรคมะเร็งในหลอดอาหาร และโรคร้ายอีกมาก

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

ข้อดีของ ‘คนโสด’ คนรักใครยังไม่เกิด ไม่ต้องกลุ้ม

การมีคู่หรือไร้คู่ บางครั้งอาจเป็นเรื่องของ โชคชะตา หรือพรหมลิขิต แต่หาใช่ข้อพิสูจน์ว่าคุณจะมีความสุขหรือไม่มี จริงมั้ย วันนี้จะเปิดมุมมองใหม่ คนรักของใครยังไม่เกิดไม่ต้องนั่งกลุ้มใจ ลองมองมุมคนโสดบ้าง มีข้อดีที่ทำให้คนโสดมีความสุขสุดๆ และต้อง โชคชะตา ได้ยังไงบ้าง

ด้านความรัก
เป็นโสดก็ใช่ว่าจะไม่มีหัวใจ เพียงแค่ช่วงเป็นโสด เลยทำให้หัวใจดวงนี้มีไว้รักตัวเองก่อนละกัน เมื่อไม่ต้องเอาใจใส่ใคร ก็หันมาใส่ใจกับตัวเอง ทำสิ่งต่างๆ ให้ตัวคุณเองมีความสุข ทำให้ตัวเองสวยหรือมั่นใจขึ้น อย่ากลัวกับการที่ต้องทำอะไรคนเดียว เพราะเดี๋ยวนี้กินข้าวคนเดียว ดูหนังคนเดียว หรือแม้แต่ไปเที่ยวไกลๆ คนเดียว ขอบอกเลยว่า ใครๆ เขาก็ทำกัน

ด้านความสัมพันธ์
โสดแล้วโชคดี เทียบเท่าโดนยืมเงินแล้วได้คืนเลยล่ะ เพราะตอนที่มีคู่รักอยู่ข้างกาย เอาจริงๆ นะจะขยับไปไหนก็ไม่คล่องตัว แม้ว่าเราจะยินดีกับความไม่คล่องตัวนั้นก็ตาม นัดใครก็ต้องคอยกังวลถึงคนรัก จะปาร์ตี้ก็โดนโทรเช็กจนหมดสนุก ความสัมพันธ์กับแก๊งเพื่อนก็เริ่มห่างหายกันไป พอกลับบ้านก็ต้องรีบพุ่งตัวเข้าห้องนอนเพื่อรอรับสายวิดีโอคอล ขอวางก่อนก็งอนใส่ซะงั้น คุยกันยันเช้า ต่างกับคนในบ้านที่แทบจะไม่ค่อยได้เห็นหน้าเห็นตากันเลย จนความต้องการส่วนตัวหายไป นี่แหละ ถึงบอกว่า เป็นโสดแล้วคุณก็จะได้กลับมาสร้างสัมพันธ์กับครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้แต่คนในที่ทำงานบ้าง

ด้านไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต
เมื่อเป็นโสด การใช้ชีวิตก็มีอิสระ ทำตามใจตัวเองได้เต็มที่ ได้มองหาสิ่งใหม่ๆ กิจกรรมใหม่ๆ เดี๋ยวนี้มีกิจกรรมที่เป็นคอร์สสั้นๆ สอนเยอะแยะไป เรียนชงกาแฟ หรือไปปั้นดินเผาเก๋ๆ และถ้าการไปร้านกาแฟจะทำให้เห็นแต่คู่รักมากมาย การเดินทางท่องเที่ยวในที่ใหม่ๆ ที่ไม่เคยไป จะใกล้หรือไกลก็ไปได้หมด การถือไม้เซลฟี่ถ่ายตัวเองเป็นเรื่องปกติไปแล้ว หรืออยากได้รูปสวยๆ เดี๋ยวนี้ขาตั้งน้ำหนักเบาก็มีขายราคาไม่แพง อยากลองแต่งตัวแบบที่ชอบก็ไม่ต้องคอยแคร์ว่าจะถูกใจใครหรือเปล่าอีกต่อไป และที่สำคัญได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ได้พูดคุยสอบถามตัวเองบ้างว่าชอบหรือไม่ชอบอะไรบ้าง

ด้านการเงิน
ข้อนี้นี่คนโสดทั้งหลายรู้ดีเลย เมื่อโสดแล้ว บอกเลยว่าคุณมีสิทธิ์จะควบคุมเงินในกระเป๋าตัวเองได้ดีขึ้นมาก ถ้าไม่ได้อยากไปไหน หรืออยากได้อะไร ก็ลดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะ ทั้งของขวัญเซอร์ไพรส์ในโอกาสต่างๆ ค่ากิน ค่าเที่ยว ได้โอกาสดีๆ อย่างนี้ ถึงเวลาวางแผนเก็บออมเผื่อในอนาคต หรือจะเปย์ตัวเองได้เต็มๆ แบบไม่ต้องหารกับใครแล้ว

ด้านการงาน
คุณสามารถปลดปล่อย Passion ในการทำงานได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องคอยพะว้าพะวังเช็กโทรศัพท์ โซเชียลมีเดีย หรือวิดีโอคอลหาใครสามครั้งหลังอาหาร หันกลับมาทุ่มเทกับงานที่ทำ เผลอๆ การเลื่อนขั้นแบบก้าวกระโดด อาจมีมาในช่วงจังหวะโสด แบบที่เค้าเรียกกันว่า Unlucky in Love but Lucky in Game ไงคะ

ด้านสุขภาพ
เป็นโสดแล้วสุขภาพดีขึ้นยังไง ใครจะเชื่อว่าความโสดก็ดีต่อสุขภาพได้ด้วย อย่างแรกเลยก็คือสุขภาพใจ ตอนรักกันมันก็ดีต่อใจ แต่พอทะเลาะกันทียิ่งกว่าพายุไมเกรนถาโถมอีก ยิ่งถ้าเจอคนเจ้าชู้ ความกังวลยิ่งทวีคูณ ส่วนสุขภาพกาย มีงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า คนโสดจะมีเวลาออกกำลังกายมากกว่าคนมีคู่ เห็นมั้ยละคะ ว่าคนโสดมักมีความแข็งแรงทางร่างกายและจิตใจมากกว่า

เป็นโสดอาจจะเหงา แต่ก็ไม่ตลอดเวลาหรอก เผลอๆ เข้าวงการโสดแล้วจะไม่ยอมออกล่ะสิคะ ยังไงก็ขอให้โสดอย่างเป็นสุข ความทุกข์ไม่มาเยือน อย่างพวกเราโสดได้ไม่นานหรอก รีบตักตวงความเป็นอิสระไว้กันนะคะทุกคน

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

3 ร้านอาหารแนะนำที่สามย่าน

แหล่งรวบรวมร้านอาหาร ใครที่เดินทางมาสามย่าน แล้วเกิดรู้สึกหิวขึ้นมาจนไม่รู้ว่าจะกินอะไรดี เพราะที่นี่ถือได้ว่าเป็น แหล่งรวบรวมร้านอาหาร อย่างมากมาย วันนี้ มี 3 ร้านอาหาร 3 สไตล์ มาแนะนำกัน สไตล์อีสาน สไตล์ฮาวายผสมญี่ปุ่น และสไตล์เกาหลี ใครที่ถูกใจแบบไหนก็สามารถไปกินกันได้นะคะ แต่จะมีร้านอะไรที่น่าสนใจบ้างมาดูกันเลย

หุนหวย แจ่วฮ้อน
หุนหวย แจ่วฮ้อน ร้านอาหารสไตล์หม้อไฟอีสานที่สุดแซ่บในสามย่าน จิ้มจุ่มที่มาพร้อมน้ำซุปแจ่วรสเด็ด ครบเครื่องด้วยสมุนไพรแบบจัดหนักจัดเต็ม แถมเพิ่มกิมมิกด้วยการใส่โซดาลงในน้ำซุปเพื่อเพิ่มความซ่าอีกด้วยนะ จัดเสิร์ฟด้วยหม้อสุดเก๋แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เรียกว่าเป็นการเพิ่มความง่ายในการกิน ถ้าเป็นที่อื่นเราอาจจะต้องคีบเนื้อลงหม้อ แต่ของที่นี่เราสามารถดันเนื้อลงหม้อได้เลย นอกจากเขาจะมีลูกเล่นในอาหารเล็กๆ น้อยๆ แล้ว ในเรื่องของรสชาติและคุณภาพ ก็อัดแน่นไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นชุดเนื้อวัวโคขุน จัดเต็มเนื้อวัว เครื่องในวัวแบบครบเครื่อง เอาใจสายเนื้อกันแน่นหม้อเลยทีเดียว หรือจะเป็นชุดหุนหวยแฮงรวมมิตรทะเลที่ขนอาหารทะเลมาเป็นกองทัพ พร้อมด้วยเนื้อหมู เนื้อวัว ให้แบบจุใจจนแทบล้นหม้อ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นวัตถุดิบที่ดี ของทุกอย่างสดใหม่จากตลาดสามย่านเลย นอกจากความสดแล้วยังมีในเรื่องความสะอาดที่ไม่แพ้กัน เรียกว่าครบเครื่องอย่างมากเลย

นอกจากแจ่วฮ้อนแล้ว ที่นี่ยังขึ้นชื่อในเรื่องของยำ ไม่ว่าจะเป็น ยำไหลตายแซลมอน จัดมากับแซลมอนชิ้นใหญ่ เต็มปากเต็มคำ สดเหมือนเพิ่งขึ้นจากทะเล แถมน้ำยำยังแซ่บซี้ดปาก น้ำปลาร้าที่ไม่เหม็นคาว คนที่ไม่กินปลาร้าก็สามารถกินได้ เพราะแทบไม่มีกลิ่นเหม็นเลย แต่ยังคงรสชาติความนัวไว้ได้ดี ยำทะเลแตก มาพร้อมกับอาหารทะเลสด ใส่กุ้งสด ที่สดสมชื่อ หรือจะเป็นหอยนางรมสดๆ ปลาหมึกชิ้นใหญ่ แต่ไม่เหนียว บวกกับน้ำยำสุดแซ่บ ครบรส เปรี้ยว เผ็ด เค็ม เรียกว่าเข้ากันดีกับอาหารทะเลแบบลงตัวอย่างมาก สาวกยำต้องถูกใจกับสิ่งนี้อย่างแน่นอน

พิกัด : โครงการสวนหลวงสแควร์ (ซอยจุฬาฯ 5 ข้างร้านเช็งซิมอี๊)
วันเวลาเปิด-ปิด : 16.00 – 21.00 น. (หยุดทุกวันจันทร์)
เบอร์โทร : 08-3272-8534

เหลือใจ
แค่ได้ยินชื่อ “เหลือใจ” ก็เกิดความสงสัยแล้วว่าจะเป็นอาหารประเภทไหนกัน สำหรับที่นี่เป็นการผสมผสานระหว่างอาหารสไตล์ฮาวายกับสไตล์ญี่ปุ่นเข้าด้วยกัน แต่ให้รสชาติจัดจ้านแบบไทย ซึ่งทั้งหมดนี้คอนเซ็ปต์ของร้านคือ ร้านอาหารสุขภาพที่ไม่น่าเบื่อ เมนูที่แนะนำไม่ว่าใครมาก็ต้องสั่งคือ แซลมอนโปเกโบลว์ จัดเต็มด้วยเครื่องอย่างแซลมอน ไข่หวาน อะโวคาโด แตงกวา ไข่กุ้ง และข้าวไรซ์เบอร์รี่ เสิร์ฟพร้อมซอสรสเด็ด 8 รสชาติ ที่ให้เลือกกันอย่างครบรส ไม่ว่าจะเป็น ซอสออริจินัล ซอสน้ำยำ ซอสน้ำปลาร้าแซ่บ ซอสพอนสึ ซอสคัตสึโอะหวาน และซอสโคชูจัง เป็นเมนูที่ทุกคนต้องตกหลุมรักแน่นอน

อีกหนึ่งเมนูที่อยากแนะนำคือ เมี่ยงม่อนซ่อนแซ่บ มาในรูปแบบแซลมอนห่อเมี่ยง ไฮไลต์อยู่ตรงที่แซลมอนชิ้นใหญ่ส่งตรงจากนอร์เวย์ เพิ่มลูกเล่นด้วยการเสิร์ฟแยกเลเยอร์ที่ให้เรามาห่อเครื่องเคียงต่างๆ ด้วยตัวเอง ใครอยากเพิ่มสมุนไพรตรงไหน หรือเพิ่มความเผ็ดมากขึ้น ก็สามารถเลือกใส่เพิ่มได้ตามใจชอบเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมี ลาบอกไก่ อาหารสุขภาพที่กินได้ทุกวันอย่างไม่มีเบื่อ เพราะรสชาติสุดแซ่บของลาบบวกกับกลิ่นหอมๆ ของใบสะระแหน่ ยิ่งทำให้อาหารจานนี้น่ากินเข้าไปอีก ได้ทั้งสุขภาพที่ดีและอิ่มท้องไปในตัวด้วย

พิกัด : บริเวณโครงการยูเซ็นเตอร์ 2 ติดซอยจุฬาฯ 42

ชอนมัน
ช่วงนี้ใครที่คิดถึงอาหารเกาหลี แต่ยังไม่มีโอกาสได้บินไป ต้องไปโดนกับร้านนี้เลย ชอนมัน ที่ด้วยบรรยากาศร้านสไตล์เกาหลีริมถนน เพิ่มบรรยากาศด้วย MV เพลงเกาหลี ยิ่งทำให้ร้านนี้เป็นที่ถูกใจคอเกาหลีมากขึ้นไปอีก หนึ่งสิ่งที่สำคัญคือเรื่องของรสชาติ เจ้าของร้านได้นำเข้าวัตถุดิบที่ส่วนใหญ่ส่งตรงมาจากประเทศเกาหลีโดยเฉพาะ ทำให้เนื้อสัมผัส รสชาติ เหมือนไปนั่งกินอยู่ฮงแดเลยทีเดียว
เริ่มต้นกันด้วย Jukkumi ด้วยรสชาติสุดเข้มข้นที่สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ตามใจชอบ ตั้งแต่ระดับ 1 – 3 ถูกใจทั้งคนที่กินเผ็ดและไม่กินเผ็ดเลยทีเดียว ในกระทะจะมีปลาหมึกและหอยเชลล์ที่นำเข้าจากเกาหลี ผัดกับซอสสุดเข้มข้นจากทางร้าน มาพร้อมหมูสไลด์และต็อกโบกี เข้ากันดีอย่างสุดๆ ยิ่งทานคู่กับข้าวผัดสาหร่ายโรยกุ้งร้อนๆ ที่หอมกลิ่นกระทะไหม้นิดๆ พร้อมเครื่องเคียงอย่างกิมจิและผักสด ยิ่งถูกใจสาวกอาหารเกาหลีอย่างที่สุดเลย
Takangjong Cheese Pan ไก่ทอดส่วนสะโพกชิ้นโตๆ ไร้กระดูก มาพร้อมกับต็อกโบกีทอด คลุกเคล้ากับซอสสูตรพิเศษส่งตรงจากเกาหลี รสชาติสุดเข้มข้นเผ็ดร้อน มาพร้อมชีสสุดเยิ้ม เสิร์ฟมาในกระทะร้อน กินแล้วเข้ากันดีแบบสุดๆ เลยล่ะ

นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายเมนู ที่ไม่ว่าใครมาต่างก็ต้องสั่ง อย่าง ต็อกโบกีระเบิด ออมุก 2 ไม้ ชอนรามยอน หรือชอนรามต๊อก เอาเป็นว่าสาวๆ ต้องมาลองโดนด้วยตัวเองกันนะ

พิกัด : ซอยจุฬาฯ 5
วันเวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-วันพฤหัสบดี 11.30-21.00 น. ครัวปิด 20.30 น.
วันศุกร์-วันอาทิตย์ 11.30-22.00 น. ครัวปิด 21.00 น.

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ 3 ร้านอาหาร 3 สไตล์ที่เราแนะนำกันไป ใครที่เป็นสาวกอาหารประเภทไหนก็อย่าลืมลองไปชิม ตามไปแซ่บกันได้ทั้งคู่เลยค่า สำหรับใครที่เคยไปมาแล้วอย่าลืมมารีวิวให้ฟังกันบ้างนะ

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

“แมคคาเดเมีย” ซุปเปอร์ฟู้ดสำหรับสาวเฮลท์ตี้

“แมคคาเดเมียที่ดี” ธัญพืชที่สาวๆ ควรหามารับประทานเป็นประจำคนไหนที่ต้องการมีสุขภาพดี “แมคคาเดเมีย” ช่วยคุณได้จริงๆ ด้วยประโยชน์ทางสารอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่ดี ทำให้ “แมคคาเดเมีย” ได้รับความนิยมอย่างมาก แม้จะมีราคาสูงก็ตาม วันก่อน ได้มีโอกาสไปเยือนแหล่งปลูกแมคคาเดเมียนับหมื่นไร่ของกลุ่มแปรรูปแมคคาเดเมียดอยช้าง จังหวัดเชียงราย ทำให้ได้รู้ข้อมูลต่างๆ มามากมาย รวมถึงประโยชน์สารพัดของธัญพืชชนิดนี้ จึงเอาเรื่องราวดีๆ มาฝากทุกคน เอาเป็นว่า เดี๋ยวสาวๆ อ่านจบ จะรีบไปซื้อมารับประทานแน่นอน แม้ราคาจะสูงนิดหน่อยก็ตามที แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนเพื่อสุขภาพ ก็ยังคุ้มค่าเสมอ เราไปรู้จัก “แมคคาเดเมีย” ให้มากขึ้นพร้อมๆ กันจ้า

“แมคคาเดเมีย” ธัญพืชเพื่อสุขภาพที่สาวๆ หลายคนอาจยังไม่รู้มาก่อน แต่สำหรับสาวกสายเฮลท์ตี้แล้ว ธัญพืชอย่าง “แมคคาเดเมีย” น่าจะเป็นอาหารสุดโปรดปรานของคุณก็เป็นได้ ไม่เพียงแต่รสชาติที่อร่อย หวานมัน หอม กรอบ และนุ่มในเวลาที่บดเคี้ยว เรายังได้ประโยชน์มากมายมหาศาลจากการกินสุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดชนิดนี้ โดยเฉพาะคุณค่าทางโภชนาการ ทำให้ “แมคคาเดเมีย” กลายเป็นส่วนผสมในการทำอาหารจานดัง ไม่ว่าจะเป็นของคาว ของหวาน เค้ก หรือเบเกอรี่ รวมไปถึงกาแฟหรือนมที่ทำมาจากแมคคาเดเมียก็ตาม เองก็มีโอกาสได้ไปชิมนมแมคคาเดเมีย ก็ต้องถึงกับร้องว้าวดังๆ เพราะรสชาตินมแมคคาเดเมียอร่อยไม่แพ้กับนมอัลมอนด์เลย ละมุนลิ้น หอมมัน และที่สำคัญไม่หวานมาก ทีนี้เรามารู้จักประโยชน์ของ “แมคคาเดเมีย” สุดยอดซุปเปอร์ฟู้ดกันเถอะ

สาวๆ รู้หรือไม่ว่า ทั่วโลกมีงานวิจัยระบุไปในทางเดียวกันว่า แมคคาเดเมียที่ดี สุดยอดอาหารเพื่อสุขภาพ หลายคนยกให้แมคคาเดเมียเป็นราชาแห่งถั่วกันเลยทีเดียว เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับถั่วชนิดอื่นๆ แล้ว เช่น อัลมอนด์ และเม็ดมะม่วงหิมพานต์ “แมคคาเดเมีย” จะมีไขมันสูงและโปรตีนต่ำ แต่มีจำนวนของไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวสูงที่สุด (Monounsaturated fats) หรือที่เรารู้จักกันว่าเป็น “ไขมันดี” (HDL) นั่นเอง ซึ่งก็มีประโยชน์มาก และมีปริมาณถึง 22% ของกรดโอเมก้า 7 ซึ่งมีผลทางชีวภาพคล้ายกับไขมันอิ่มตัว นอกจากนี้ยังมีโปรตีน 9% คาร์โบไฮเดรต 9% และใยอาหาร 2% เช่นเดียวกับแคลเซียม ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม โซเดียม ซีลีเนียม เหล็ก วิตามินบี และไนอาซิน โดยระดับของกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวที่สูงที่สุดในอาหารเชิงพาณิชย์ที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งในแมคคาเดเมียจะไม่มีคอเลสเตอรอลด้วย

ทั้งนี้ใน “แมคคาเดเมีย” นั้นจะประกอบไปด้วยวิตามินที่สูงมาก อุดมไปด้วยแร่ธาตุและไขมันดี ที่ใครๆ ก็ปรารถนาจะบริโภค โดยในแมคคาเดเมีย 1 ออนซ์ จะให้คุณค่าทางโภชนาการ ได้แก่ พลังงาน 204 แคลอรี ไขมัน 23 กรัม โปรตีน 2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 4 กรัม น้ำตาล 1 กรัม ใยอาหาร 3 กรัม และแมงกานีส 58% ไทอามีน 22% ทองแดง 11% แมกนีเซียม 9% ธาตุเหล็ก 6% และวิตามินบี 65% ของปริมาณที่ควรได้รับในแต่ละวัน

สารพัดประโยชน์ของ “แมคคาเดเมีย”
อย่างที่บอกว่า…”แมคคาเดเมีย” คือซุปเปอร์ฟู้ดเพื่อสุขภาพ เนื่องจากมีไขมันดีสูงมาก และไม่มีคอเลสเตอรอล ที่สำคัญสามารถลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด เพื่อป้องกันโรคหัวใจได้ นอกจากนี้ประโยชน์ของแมคคาเดเมียยังช่วยบำรุงสายตา เราไปดูว่าแมคคาเดเมียมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

ดีต่อสุขภาพของหัวใจ
เมื่อรับประทาน “แมคคาเดเมีย” แล้ว ช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอล และไขมันไม่ดีที่อยู่ในกระแสเลือดได้ ซึ่งงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การรับประทานอาหารที่มีไขมันมูฟ่า (MUFA) สูง อย่างถั่วแมคคาเดเมีย สามารถช่วยทำให้สุขภาพของหัวใจและหลอดเลือดดีขึ้น นอกจากนี้ยังอาจสามารถช่วยลดระดับของคอเลสเตอรอล และระดับของความดันโลหิต ซึ่งล้วนแล้วแต่ก็เป็นผลดีต่อสุขภาพหัวใจทั้งสิ้น

ควบคุมน้ำตาลในเลือด
มีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การรับประทานแมคคาเดเมีย อาจสามารถช่วยให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทที่ 2 สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ทำการทดลองกับหนูที่เป็นโรคเบาหวาน แล้วพบว่า…หนูที่รับประทานอาหารแมคคาเดเมียร่วมกับการออกกำลังกาย จะสามารถลดระดับของค่าน้ำตาลสะสมได้มากกว่าหนูที่ออกกำลังกายเพียงแค่อย่างเดียว

ป้องกันมะเร็ง
“แมคคาเดเมีย” จะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ คือ “สารฟลาโวนอยด์” หรือ “วิตามินอี” ซึ่งมีคุณสมบัติในการช่วยต่อต้านการอักเสบ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยป้องกันความเสียหายต่อเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจะสามารถช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วย

“แมคคาเดเมีย” เพื่อความงาม
เราได้รู้ถึงประโยชน์ทางโภชนาการและสรรพคุณทางสารอาหารแล้ว เรายังสามารถนำ “แมคคาเดเมีย” มาใช้ประโยชน์ในด้านความงามได้อีกด้วย โดยสารต้านอนุมูลอิสระ คือ “สารฟลาโวนอยด์” ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และป้องกันความเสียหายต่อเซลล์ที่เกิดจากอนุมูลอิสระ จะช่วยให้ผิวพรรณของเราชุ่มชื้น โดยปัจจุบันได้มีการนำ “แมคคาเดเมีย” มาทำประโยชน์เพื่อความสวยความงามอยู่มาก จะเห็นได้จากน้ำมันแมคคาเดเมียที่ได้จากการสกัดเย็น ทำให้เป็นน้ำมันบริสุทธิ์ ใช้สำหรับทาบำรุงผิวพรรณ โดยเฉพาะสาวๆ ที่ผิวแห้งรับรองเอาอยู่ ขณะเดียวกันน้ำมันแมคคาเดเมียยังสามารถนำมาใช้ทาเพื่อบำรุงผม รวมถึงแชมพูและครีมนวดที่ทำมาจากแมคคาเดเมียจะมีสรรพคุณทำให้เส้นผมอ่อนนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง ใครที่แพ้สารเคมีนี่คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ดีนะคะ สำหรับผิวหน้าก็มีการนำมาใช้เป็นโฟมล้างหน้า หรือเป็นสครับขัดผิว แมคคาเดเมียก็ช่วยปกป้องเซลล์ผิวหนังจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งความเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทำให้คืนความอ่อนเยาว์และชะลอความเหี่ยวได้

รู้แล้วก็ร้องว้าวอีกครั้งเหมือนตอนได้ดื่มนม “แมคคาเดเมีย” สรรพคุณมากมายทั้งในด้านบำรุงร่ายกายและเพื่อความสวยความงาม สาวๆ ที่กำลังเริ่มต้นดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง “แมคคาเดเมีย” ถือเป็นทางเลือกที่ดีทีเดียว แม้จะราคาสูงเพราะต้องใช้ระยะเวลา 8 ปีในการปลูก ผลของแมคคาเดเมียถึงจะสุกและร่วงมาให้เก็บมารับประทานได้ แถมปีนึงยังออกผลครั้งเดียว ดังนั้นราคาจึงสูงสักนิด แต่มากด้วยประโยชน์ก็น่าจะคุ้มค่ากับการบริโภคอย่างแน่นอน สนใจอ่านบทความเกี่ยวกับ สุขภาพได้ที่นี่

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

“เมล็ดเชีย” ซุปเปอร์ธัญพืช อาหารช่วยลดน้ำหนัก

“เมล็ดเจีย” เมล็ดธัญพืชที่ หลายคนอาจเรียกอีกชื่อว่า “เมล็ดเชีย” หรือบางคนอาจรู้จักในนามของ “เมล็ดชีอา” ด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่าจะเรียกอะไรก็ตาม สาวๆ รู้หรือไม่ว่าธัญพืชอย่างเมล็ดเจียนั้นเป็นธัญพืชที่ทรงคุณค่าทางสารอาหารเป็นอย่างมาก เปรียบเสมือนซุปเปอร์ฟู้ดชั้นยอดในบรรดาอาหารสุขภาพประเภทหนึ่งเลยก็ว่าได้ แม้รูปร่างลักษณะของเมล็ดเจียจะเหมือนหรือคล้ายกับเม็ดแมงลักจนแทบแยกไม่ออก จนมีหลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นอย่างเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงนั้นกลับเป็นคนละอย่างกันเลย

สำหรับเมล็ดเจีย ที่กินได้ของต้นชีอานั้น มีถิ่นกำเนิดอยู่ประเทศเม็กซิโก ขณะที่ เม็ดแมงลัก เป็นพืชที่พบเห็นได้ในประเทศไทย นิยมนำมาทำเป็นยาระบายและอาหารช่วยลดความอ้วนได้ เฉกเช่นเดียวกับเมล็ดเจียที่ต้องนำมาแช่น้ำเพื่อให้พองตัว เมื่อรับประทานจะไปขยายตัวในท้อง จนทำให้รู้สึกอิ่มและรับประทานอย่างอื่นได้น้อยลง แต่นอกเหนือจากนั้นคุณสมบัติและประโยชน์ของเมล็ดเจียยังมากกว่าการช่วยลดความอ้วน โดยพบว่าใน “เมล็ดเจีย”จะอุดมด้วยสารอาหารสำคัญอย่าง กรดไขมันโอเมก้า 3 คาร์โบไฮเดรต โปรตีน เส้นใยอาหาร แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ

ทั้งนี้เมล็ดเจียประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ จะประกอบด้วยพลังงานประมาณ 139 แคลอรี โปรตีน 4 กรัม ไขมัน 9 กรัม คาร์โบไฮเดรต 12 กรัม เส้นใยอาหาร 11 กรัม รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุอีกมากมาย ซึ่งล้วนแต่มีประโยชน์ทางสารอาหาร และมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าธัฐพืชหลายๆ ชนิด อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีภาวะอ้วนเมื่อรับประทานเมล็ดเจียต่อเนื่อง ทำให้ช่วยลดน้ำหนักลงได้ รวมถึงรอบเอว และที่สำคัญระดับคอเลสเตอรอลยังลดลงอีกด้วย วันนี้ จึงมีเมนูสุขภาพที่มีส่วนผสมของเมล็ดเจียมาฝากทุกคน ลองนำไปทำตามดูนะ

“เมล็ดเชีย” ซุปเปอร์ธัญพืช เมนูอาหารช่วยลดน้ำหนัก
สลัดโยเกิร์ตเมล็ดเจีย
เมนูรับอรุณ อาหารเช้าที่สาวๆ ไม่ควรมองข้าม แนะนำให้เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยสลัดโยเกิร์ตสุขภาพ ที่มีกล้วยหอมหั่นพอดีคำ ราสเบอร์รี่ และอัลมอนด์ พร้อมกับโยเกิร์ตรสโปรด ก่อนจะนำ “เมล็ดเจีย” เทลงบนสลัดและคลุกเคล้าให้เข้ากัน หากใครอยากจะเพิ่มผลไม้อย่างอื่น เช่น แอปเปิ้ล สับปะรด หรือมะละกอ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพียงเท่านี้คุณก็เริ่มต้นที่จะมีสุขภาพดีได้แล้ว ขอแค่คุณสาวๆ เริ่มปฏิบัติตามง่ายๆ แบบนี้แหละ

เมล็ดเจียพุดดิ้งแยมราสเบอร์รี่
เมนูถัดมา เมนูสุขภาพที่สาวๆ ควรทำรับประทานคือเมล็ดเจียพุดดิ้ง” โดยเริ่มจากการนำ เมล็ดเจีย ใส่ลงในแก้ว แล้วแช่ด้วยนมสดหรือนมอัลมอนด์ก็ได้ จากนั้นปิดภาชนะหรือซีนด้วยพลาสติกคลุมอาหาร ก่อนนำไปแช่ในตู้เย็น อาจใช้เวลานานหน่อย สักประมาณ 3 ชั่วโมงก็ได้ แล้วนำออกจากภาชนะ นำบางส่วนมาผสมกับแยมราสเบอร์รี่ ก่อนจะมาใส่ในแก้วที่เตรียมไว้ตอนล่าง เทพุดดิ้งเมล็ดเจียที่เหลือลงไป แล้วตกแต่งด้านบนด้วยราสเบอร์รี่สด เพียงเท่านี้สาวๆ ก็ได้เมนู เมล็ดเจียพุดดิ้ง ไว้รับประทานแทนเค้กที่เต็มไปด้วยความอ้วนแล้ว

เครื่องดื่มเมล็ดเจีย
ระหว่างวันที่สาวๆ ออฟฟิศส่วนใหญ่มักจะต้องมีชานมไข่มุก หรือกาแฟติดโต๊ะทำงาน อยากแนะนำให้เปลี่ยนมาดื่ม เครื่องดื่มเมล็ดเจีย กันดีกว่า เพียงแค่นำเมล็ดเจียแช่ลงในน้ำ ทำเป็นนำอินฟิวส์ จากนั้นเลือกผลไม้สดอย่าง มะนาว ส้ม แอปเปิ้ล หรือสตอรว์เบอร์รี่ สไลด์ใส่ลงไปในแก้ว เพียงเท่านี้ก็ได้เครื่องดื่มเมล็ดเจียที่ดีต่อสุขภาพ และยังช่วยลดน้ำหนักให้กับคุณสาวๆ ไปในตัวได้อีกด้วย

เห็นมั้ยล่ะ.เมล็ดเจียมีประโยชน์ทางโภชนาการจริงๆ สาวๆ ลองไปหามารับประทานและทำตามกันดูนะคะ รับรอง “สุขภาพ” ดีขึ้นอย่างแน่นอน แถมน้ำหนักยังลดลงได้อีกด้วย เพราะเมล็ดเจียคือธัญพืชซึ่งเป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนักอย่างดี เรียกได้ว่าเป็น…ซุปเปอร์ฟู้ดสำหรับสาวเฮลท์ตี้จริงๆ.

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

3 หลักพื้นฐาน ช่วยป้องกันหัวใจทำงานหนักขณะออกกำลังกาย

หลายคนคิดว่าการออกกำลังกายมีแต่ประโยชน์ไม่มีโทษ แต่รู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายก็อาจก่อให้เกิดอันตรายได้โดยเฉพาะผู้ที่มี ประวัติเป็น โรคหัวใจ
บทความนี้จะเสนอวิธีป้องกันไม่ให้หัวใจทำงานหนักเกินไปขณะออกกำลังกาย ไม่ใช่เฉพาะคนที่เป็นโรคหัวใจเท่านั้น คนที่แข็งแรงก็ไม่ควรมองข้าม

1. ตรวจสุขภาพประจำปีและตรวจสภาพหัวใจก่อนเริ่มต้นออกกำลังกายจริงจัง ถ้าพบปัจจัยเสี่ยง เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคอ้วน ไขมันในเลือดผิดปกติ หรือคนในครอบครัวมีประวัติเกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด ต้องปรึกษาแพทย์ว่าเราควรตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการวิ่งสายพานหรือไม่ แล้วฟังคำแนะนำในการออกกำลังกายให้ปลอดภัยจากแพทย์อย่างเคร่งครัด

2. การออกกำลังกายที่เหมาะสม ไม่ควรให้เกินอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด หรือคิดอย่างคร่าวๆคือประมาณ 180 ครั้งต่อนาทีระหว่างออกกำลัง(ดูเพิ่มเติมในบทความ “ออกกำลังกายให้พอดี ดูได้ที่การเต้นของหัวใจ”)ถ้าหัวใจเต้นมากกว่า 180 ครั้งต่อนาที ก็ควรชะลอการออกกำลังลงแล้วค่อยๆหยุดพักห้ามหักโหมออกกำลังกายแบบเดิมอีก

3. ขณะออกกำลังกาย ถ้ามีอาการเจ็บแน่นที่บริเวณกลางหน้าอกข้างซ้ายใต้ราวนม แล้วมีอาการเหมือนตะคริวตามมา คือรู้สึกร้าวไปที่หัวไหล่ซ้ายหรือกรามซ้าย เมื่อหยุดออกกำลังกายแล้วอาการค่อยๆ ดีขึ้นจนหายไป ถ้ามีอาการดังกล่าวแสดงว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ ควรหยุดพักแล้วรีบไปพบแพทย์

นอกจากนี้อย่าลืมหลักพื้นฐานในการออกกำลังกายทั่วไป เช่นอย่าออกกำลังกายหลังกินอาหารเสร็จใหม่ๆ อบอุ่นร่างกาย ยืดเส้นยืดสายทั้งขา แขน ไหล่ ก่อนและหลังก่อนออกกำลังกาย
เมื่อเริ่มออกกำลังกายก็ค่อยๆเพิ่มจากเบาไปหาหนัก เมื่อเวลาผ่านไปจึงเพิ่มระยะเวลาให้นานขึ้น ถ้ารู้สึกหายใจไม่ทัน ปวดเมื่อย เหนื่อยล้า ก็ควรหยุดพักก่อน

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

 

วิเคราะห์มวลกล้ามเนื้อ มวลไขมัน ด้วยเครื่อง BIA

เชื่อว่าหลายคนก็คงอยากทราบว่าร่างกายของตัวเองมีความสมส่วน มีความแข็งแรงและความฟิตระหว่าง มวลไขมัน และมวลกล้ามเนื้อมากน้อยเพียงใด การชั่งน้ำหนักเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถบอกได้ว่าร่างกายประกอบด้วยมวลไขมันหรือมวลกล้ามเนื้อมากน้อยแค่ไหน คนที่มีน้ำหนักที่เยอะอาจเป็นน้ำหนักที่มาจากมวลกระดูกที่โครงร่างใหญ่และมวลกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ก็ได้ ขณะที่กับอีกคนที่น้ำหนักเท่ากันหรือน้อยกว่าก็อาจมีมวลไขมันสะสมที่มากกว่าได้เช่นกัน ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จึงมีการพัฒนาเครื่องมือชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เครื่องวัดองค์ประกอบของร่างกายหรือ Bioelectrical Impedance Analysis (BIA)

เครื่อง BIA นี้อาศัยเทคนิคการวัดโดยใช้หลักการการขัดขวางการนำไฟฟ้าของร่างกาย (Bioelectrical Impedance) อาศัยหลักการผ่านกระแสไฟฟ้า 2 ความถี่ โดยที่กระแสไฟฟ้าความถี่ต่ำ (low frequency; kHz) กระแสไฟฟ้าจะสามารถทะลุผ่านได้เฉพาะส่วนของของเหลวนอกเซลล์ (Extracellular fluids) และที่กระแสไฟฟ้าความถี่สูง ( 500 – 800 kHz) ที่สามารถผ่านได้ทั้งในส่วนของของเหลวนอกเซลล์และในเซลล์ ดังนั้นการวัดด้วยเครื่อง BIA จึงมีข้อจำกัดจากการที่ปริมาณน้ำในร่างกายเปลี่ยนไป มีผลต่อการอ่านค่าเปอร์เซ็นต์ไขมัน เช่น ดื่มน้ำมากเกิน เกิดภาวะน้ำเกิน (Overhydration) ทำให้เพิ่มสื่อนำและลดค่า impedance หรือ หลังจากการออกกำลังกายใหม่ๆ เกิดภาวะขาดน้ำ (Dehydration) เป็นต้น หากต้องการได้ผลที่ชัดเจนเที่ยงตรง แนะนำว่าก่อนการตรวจวัด 8 -12 ชั่วโมง ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหนักหรือดื่มน้ำมากเกินไป แต่สามารถจิบน้ำได้บ้าง

ผลสำคัญที่ได้จากเครื่อง BIA ได้แก่
มวลไขมัน ซึ่งแต่ละเครื่องจะอ่านมวลไขมันเป็นหน่วยกิโลกรัมหรือปอนด์ และร้อยละของไขมันในร่างกายหรือเปอร์เซ็นต์ของไขมันนั่นเอง เกณฑ์มาตรฐาน ในเพศหญิงจะอยู่ระหว่างร้อยละ 20-35 ในเพศชายอยู่ระหว่างร้อยละ 8-25 และคนที่มีอายุมากขึ้นค่าร้อยละของไขมันก็จะเพิ่มขึ้นตามไปสรีรวิทยาที่เปลี่ยนไป
มวลกล้ามเนื้อ บ่งบอกว่าเรามีกล้ามเนื้อมากน้อยแค่ไหน ต้องออกกำลังกายเพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้นหรือไม่
จากนั้นจะใช้ค่าทั้งสองนี้ในการติดตามผลสำเร็จของการลดน้ำหนักหรือการออกกำลังกายให้ได้สุขภาพ โดยเราจะดูว่ามวลกล้ามเนื้อให้เพิ่มขึ้น มวลไขมันให้ลดลง จนบางครั้งอาจจะไม่สนใจน้ำหนักตัวเลยก็ได้
ในปัจจุบัน เครื่องวัดองค์ประกอบของร่างกายหรือ Bioelectrical Impedance Analysis (BIA)Get more popular Was used in hospitals Various hospitals, sports centers and beauty institutes You will be able to access more easily, and some of them are provided free of charge.

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

Copyright สุขภาพ 2020
Tech Nerd theme designed by FixedWidget