การออกแบบห้องนั่งเล่น

 

 

การออกแบบห้องนั่งเล่น
ห้องรับแขก/นั่งเล่นเป็นห้องที่ใช้งานมากที่สุด ของครอบครัวผู้คนบางกลุ่มชอบที่จะ รับประทาน อาหาร พบประสังสรรค์ และดื่มฉลอง กันที่บ้าน มากกว่าที่จะ ออกไปตามคลับ หรือภัตตาคาร โทรทัศน์สี วีดีโอ และเครื่องเสียงดีๆ ได้เข้ามาแทนที่ภาพยนตร์ตามโรง แม้แต่เกมคอมพิวเตอร์ ปัจจุบัน ก็สามารถซื้อหา เข้ามา เล่นสนุกสนานกันได้ภายในบ้าน ฉะนั้นการจัด ห้องนั่งเล่นที่กว้างขวาง พอและมีอุปกรณ์ ในการสันทนาการ ต่างๆ จึงเหมาะเป็นที่พบปะสังสรรค์ และพักผ่อนในยามว่างได้ การตกแต่งห้องนั่งเล่น ได้รับความเอาใจใส่มากขึ้น ได้มีการเพิ่ม ความแปลกใหม่ที่ยังคงให้ความรู้สึกสบาย

อย่างง่ายๆ ซึ่งมีผลมาจากปัจจัย 3 ประการคือ
เฟอร์นิเจอร์แปลกๆ ใหม่ๆ ที่บริษัทผู้ผลิตได้ออกแบบแตกต่างหลายหลาก และมีหลายระดับราคา ให้เลือกซื้อได้ตามความ ต้องการและกำลังทรัพย์ การใช้สีสดใสมาตัด เช่น สีชมพู เขียว หรือ เหลือง บนสีที่นิยมใช้กันอันได้แก่สีครีมอ่อน สีครีมเข้ม สีเบท และสีปนสีขาว นั้นให้ชีวิตชีวา ที่สนุกสนาน มากยิ่งขึ้น

ปัจจัยสุดท้ายได้แก่การนำวัสดุต่างๆ มากใช้ อย่างมากมาย เป็นวัสดุที่ผลิตออกมา ในขบวนการ อุตสาหกรรม สถาปนิก และ มัณฑนากร ได้นำสิ่ง ที่มีอยู่ อย่างหลายหลากนี้ มาออกแบบ ดัดแปลง ตกแต่ง ให้ได้สิ่งที่แปลกใหม่น่าตื่นตา อาทิ นำเอา ลามิเนท พลาสติกลายสีสดใส มาปูลง บนเฟอร์นิเจอร์ ลักษณะแปลกๆ นำเอาไม้มาทาสี ร้อนแรง

และเคลือบเงา การฉาบปูนบนผนัง ให้เป็นเส้นๆ เพื่อเลียนแบบ เสาลายคิ้วบัว และลวดลายต่างๆ ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เป็นการแสดง ถึงวิธีการ และแบบการตกแต่ง อันหลายหลาก ซึ่งนำมาใช้ได้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใด เป็นสิ่งที่ดีที่สุด การตกแต่ง เพียงเล็กน้อย ก็อาจจะดีได้ เท่ากับการตกแต่ง ที่ต้องใช้จ่ายของ อย่างฟุ่มเฟือย หรืออาจจะนำวิธี การตกแต่ง หลายรูปแบบ มาผสานกันได้ ถ้าสามารถ ทำให้สอดคล้อง และในขอบเขตที่สมควร

การวางแผนผัง การออกแบบห้องนั่งเล่น

ห้องรับแขกจะเป็นห้องแรกที่เข้ามาถึง ควรมีขนาด 12 ตารางเมตรขึ้นไป แล้วแต่ขนาดของบ้าน เมื่อจะลงมือตกแต่งห้องใดก็ตามอย่าได้พยายาม ซื้อหา ข้าวของในการตกแต่ง ก่อนที่จะมี การวางแบบแปลน ให้เรียบร้อย ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ถูกต้อง และง่ายที่สุด ถ้าเราจะย้ายเข้ามาอยู่ ในบ้านที่ต้อง อยู่อาศัย เป็นเวลานาน

ดังนั้นจึงควรวางแบบแปลน เพื่อให้ใช้ได้ ในระยะเวลานาน สิ่งที่ต้องพิจารณา อันดับแรก คือโครงสร้างของห้อง ว่าต้องมีการ ขยับขยาย หรือไม่ ถ้าต้อง มีการขยับขยายก็ต้องลงมือทำสิ่งนี้ก่อน แต่ถ้าไม่ต้องก็ดำเนินขั้นต่อไป คือ การสร้างตู้ และชั้นวางของ และติดตั้งระบบไฟฟ้า สถาปนิก  และระบบระบายอากาศ หรือปรับอากาศตามแบบแปลน ที่วางไว้ ก่อนที่จะเริ่มงานตกแต่ง เช่น การจัด เฟอร์นิเจอร์ ปูพรม และรายละเอียดอื่นๆ
แต่ถ้าเราเช่าห้องหรือบ้านอยู่ วิธีการตกแต่งที่ดีที่สุด คือ คงโครงสร้างเดิมไว้ให้มากที่สุด และแก้ไข ข้อบกพร่องต่างๆ ด้วยวิธีการของการตกแต่ง เช่น หน้าต่างที่ใหญ่เกินไปก็ติด บางส่วน ของหน้าต่าง ด้วยบังตา ถ้าหน้าต่างที่เล็กเกินไป อาจจะทำให้ดูกว้างขึ้นได้ ด้วย การติดกระจก

การจัดบริเวณ การออกแบบห้องนั่งเล่น

บริเวณนั่งเล่นเป็นส่วนสำคัญที่ใช้นั่งคุยกัน ดูทีวี ทานขนม เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ และพักผ่อน ดังนั้นที่นั่ง ที่ใช้ควรจะสบาย และจัดวางอุปกรณ์ การเล่นให้อยู่ใกล้ๆ กับเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ ควรจะเคลื่อนย้ายได้ เพื่อให้เหมาะ กับการนำมาจัดใหม่ ในการ สังสรรค์กันแต่ละครั้ง ในกรณีที่เป็นห้องขนาดเล็ก

แต่ถ้าเป็นห้องขนาดใหญ่ ควรใช้เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ และเคลื่อนย้าย ไม่ได้หนึ่งหรือสองตัว นอกจากนั้น ควรจะเป็น เฟอร์นิเจอร์ที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งสามารถนำมาตั้ง รวมกับเฟอร์นิเจอร์ประเภทแรก ได้เมื่อมีแขกมาเยี่ยม เป็นจำนวนมาก และเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ ซึ่งดัดแปลง ใช้ได้หลายอย่าง จะช่วยเปลี่ยนแปลง ให้บรรยากาศ

การวางผัง การออกแบบห้องนั่งเล่น

การจัดวางควรจะแยกออกจากบริเวณทางเดิน เมื่อมีคนเดินไปมาจะได้ไม่เป็นการรบกวนสมาธิ ของผู้ที่นั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ พูดคุย หรือดูรายการ โทรทัศน์ การจัดวางหนังสือ แผ่นเสียง เทปคาสเซ็ท วิดีโอเทป หรืออุปกรณ์อื่นๆ ควรจัดวางในที่ที่หยิบใช ได้ง่าย จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม จัดวางโต๊ะเตี้ยๆ สำหรับวางแก้วน้ำ ที่เขี่ยบุหรี่ และแมกกาซีนต่างๆ ไว้ในบริเวณที่นั่ง ติดตั้งโคมไฟ เพิ่มให้สว่างพอ และอยู่ในตำแหน่งที่ใช้นั่งอ่านหนังสือ เขียนหนังสืองานเย็บปักถักร้อย และงานอื่นๆ ที่ต้องใช้สายตา
เราควรคำนึงการประกอบกิจกรรมอื่นๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการวางแบบแปลนเลยทีเดียว เช่น การทำงาน เขียนหนังสือ ทำการบ้าน อ่านหนังสือ เหล่านี้ควรจะอยู่ในบริเวณที่สงบ ถ้าเป็นไปได้ควรจะจัดไว้ ในห้องนอน เช่นเดียวกันกับอุปกรณ์ ในการเย็บปักถักร้อย ขนาดใหญ่นั้นไม่เหมาะ ที่จะนำมาตั้งไว้ ในห้องนั่งเล่น

แต่ถ้าจำเป็นจะต้องใช้งานจริงๆ ก็ใช้ในเวลาที่ไม่มีการใช้งานในห้องนี้ โต๊ะเก้าอี้ที่ใช้ ควรเป็นชุดเดียวกัน เพราะเมื่อมีการจับแยกชุด ไปไว้ห้องอื่นจะสังเกตได้
การจัดวางจุดสนใจในห้องนั่งเล่น

ห้องนั่งเล่นไม่ควรเป็นห้องที่น่าเบื่อ ฉะนั้นจึงควร มีการจัดจุดสนใจไว้ตามตำแหน่ง ต่างๆ ซึ่งในห้องหนึ่งๆ อาจมีการจัดทำได้หลายๆ วิธีร่วมกัน หรือนับเฉพาะ วิธีใด วิธีหนึ่งเท่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความพอใจ ของเจ้าของ บ้านเอง การจัดวางกระถางต้นไม้ รวมกันและจัดไฟส่อง ในจุดนั้น ทำให้มีชีวิตชีวาในบริเวณนั้น ซึ่งเดิมเป็น บริเวณมุม ที่ค่อนข้างมืด หรือการจัดดอกไม้แห้ง ดอกไม้สด ไว้หน้ากระจก ทำให้สวยสะดุดตา มากยิ่งขึ้น แขวนโคมไฟที่สวยงามเป็นกลุ่ม โดยมีจุดประสงค์ เน้นทางด้านความงาม หรือจะเลือกที่สวยงาม มาสักชิ้นหนึ่ง ซึ่งอาจจะ เป็นโคมไฟแบบตั้ง นำมาตั้งไว้ ในตำแหน่งที่โดดเด่น และเรายังได้แสงสว่าง จากโคมไฟได้อีกด้วย

การจัดวางจุดสนใจในห้องนั่งเล่น

ภาพวาดด้วยสีต่างๆ นำมาติดในตำแหน่ง ที่กลมกลืน และสามารถชื่นชม ความงามของภาพ ได้ถ้ามีภาพที่สำคัญ หรือรัก เป็นพิเศษให้จัดไว้ ในตำแหน่งที่สำคัญ โดดเด่น และแยกจากภาพอื่นๆ ติดไฟสปอตไลท์ส่องภาพ และถ้ามี เฟอร์นิเจอร์ ที่พิเศษ เราอาจจะจัดไว้ใน ลักษณะ ที่คล้ายคลึงกันได้ ควรใช้ประโยชน์จากหนังสือดีๆ ที่เราอ่านอยู่ เป็นประจำ จัดหนังสือเหล่านี้ ไว้เป็น กลุ่มบนโต๊ะข้าง หรือโต๊ะเตี้ยสำหรับ วางของ แน่นอนที่สุด

ผู้ที่ได้มา นั่งพักผ่อน หรือพูดคุยกัน ย่อมให้ความสนใจ และหยิบดูเพลินๆ เป็นการขจัดความเบื่อหน่าย ในการรอคอยได้ สำหรับนักสะสมของเก่า ของโบราณ ศิลปวัตถุหรือของจุกจิก จัดวางของเหล่านั้นให้สวยงาม และควรเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ เพื่อให้เป็น จุดเด่นที่แปลก และน่าสนใจ หนังสือหายาก วัตถุโบราณ หินกรวด กล่องต่างๆ แก้วสวยงาม ตุ๊กตา เหยือก ยิ่งหาของที่แปลก ได้เท่าไรยิ่งดี บริเวณที่จัดวาง ไว้นั่นก็ดูยิ่งน่าสนใจมากขึ้น
ลวดลายประดับ ทางสถาปัตยกรรม เช่น ซุ้มประตู และลายปูนนั้น

หรือลวดลายประดับเพดาน สิ่งเหล่านี้ เราควรจะรักษาเอาไว้ และซ่อมแซม ให้อยู่ในสภาพ ที่สมบูรณ์ อย่าตั้งเฟอร์นิเจอร์ บังความสวยงาม ของลวดลายเหล่านี้ และควรจัดแสงไฟ ให้ส่องสว่าง เน้นความงามในจุดเหล่านี้ โดยปกติแล้ว ในห้องนั่งเล่น มักจะตั้งโทรทัศน์ เป็นจุดศูนย์กลาง แต่โทรทัศน์ ไม่เป็น จุดศูนย์กลาง ที่ดีนัก เฉพาะอย่างเวลา ที่มีรายการ อีกประเภทหนึ่ง โทรทัศน์ อยู่ตรงกลาง แล้วล้อมรอบ ด้วยเฟอร์นิเจอร์ การและกิจกรรมอื่นๆ ไว้บนโต๊ะ ที่มีล้อเลื่อนเพื่อจะได้เคลื่อนย้ายออกไปได้ เมื่อไม่มีรายการโทรทัศน์

งานศิลปะที่ใช้ตกแต่งห้องนั่งเล่น

งานศิลปะที่ใช้ตกแต่ง ควรจัดหางานศิลปะ ที่มองแล้วทำให้เกิด ความสุขสนุกสนาน ไม่ควรจัด ตกแต่ง ด้วยงานศิลปะ ที่ทำให้เกิดความเศร้า สลดห่อเหี่ยว หรือให้ความรู้สึก ด้านความเกลียดชัง ที่รุนแรง ถ้าเรา ไม่ใช่ ผู้ที่มีความรู้ทางศิลปะ หรือนักสะสม ศิลปะตัวยง แล้วละก็ ควรเลือกแต่งห้อง ด้วยภาพ ที่ไม่ก่อ ให้เกิดการโต้แย้งกัน และภาพ ธรรมชาติ ที่สวยงาม ซึ่งอาจจะเป็นเพียงภาพ โปสเตอร์ ภาพถ่าย เครื่องแก้วชั้นดี หรือเครื่องลายคราม จากจีน ฯลฯ เราควรจะเลือกใช้ ให้ออกมาดูดีที่สุด และให้ความสุข ทางด้านจิตใจจะทำให้เราพบ กับความสุข ทุกครั้งที่ได้ก้าวเข้ามาในห้องนี้
จัดเรียงภาพศิลปะอย่าง ระมัดระวัง และ เปลี่ยนแปลง อยู่เสมอ

แม้ว่าภาพนั้น จะสวยงามเพียงไร เพราะว่า ถ้าแขวนภาพนั้น ในตำแหน่งเดิม นานเกินไป ทำให้รู้สึกเบื่อได้ ควรแขวนภาพ ในระดับสายตา (ต่ำกว่า ระดับสายตา เมื่อยื่นขึ้นนิดหน่อย)

ในระดับนี้ จะทำให้ภาพ ชวนดูมากขึ้น แขวนภาพศิลปะ หลายๆ ภาพ ให้รวมกัน เป็นกลุ่ม และจัดภาพหนึ่งออกไป เพื่อให้เด่นขึ้น เปลี่ยนภาพที่คัดออกมา อย่างสม่ำเสมอ จัดไฟส่องภาพ ที่เน้นนั้น และภาพที่รวมเป็นกลุ่ม และพยายาม ปรับทิศทาง ของไฟสปอตไลท์ อย่าให้เกิด แสงสะท้อน ขึ้นบนภาพ

ห้องนั่งเล่นแบบทางการ

ห้องนั่งเล่น ที่เป็นทางการจะไม่ใช้ เพื่อกิจกรรมอื่น นอกจาก นั่งเล่น พักผ่อน พูดคุย ดังนั้นที่นั่งเล่น จึงเป็นส่วน ที่สำคัญที่สุด อาจจะตกแต่งด้วย แบบทันสมัย หรือในรูปแบบเก่า

หรือจะผสมผสานระหว่าง ทั้งสองรูปแบบ บางครั้ง อาจตกแต่ง ไว้อย่างหรูหรา แต่ยังคงไว้ ซึ่งความสะดวกสบาย ถ้าเนื้อที่ในห้องนั้น อำนวย

ควรตั้งโซฟาไว้หนึ่งหรือสองตัว และจัดวางเก้าอี้ ไว้หลายๆ ตัว เฟอร์นิเจอร์ทุกตัว จัดเข้ากลุ่มกัน อย่างเป็นทางการ ถ้าเป็นห้องรับรองที่ใหญ่มากๆ อาจจะจัด เฟอร์นิเจอร์ ไว้หลายๆ

กลุ่ม โดยคำนึงว่า เก้าอี้ที่จัดไว้ ทุกตัว ใช้ประโยชน์ได้ สำหนับเก้าอี้ ที่มีน้ำหนักเบา อาจจะเคลื่อนย้าย จากกลุ่มหนึ่ง ไปอีกกลุ่มหนึ่งได้ ตามความจำเป็น แต่ เฟอร์นิเจอร์ ที่เป็นหลัก จะต้องตั้งไว้อย่างถาวร และไม่มี

การเคลื่อนย้าย จากตำแหน่งเดิม โต๊ะเตี้ยที่จัดวางไว้ ให้หาต้นไม้ ที่เขี่ยบุหรี่ ขนาดใหญ่ แจกันดอกไม้ และสิ่งต่าง ๆ ที่สวยงามประทับไว้
ม่านควรตัดเย็บจากผ้าที่มีคุณภาพดี เช่น ผ้าไหมฝ้ายเนื้อดี ผ้าขนสัตว์ ในห้องสมัยใหม่นั้น สามารถแขวนม่านได้ทันที โดยไม่ต้อง ประดับประดาอะไรเพิ่มเติม แต่สำหรับห้องแบบเก่า

ควรจะใช้ ผ้าที่มีลายอดกไม้ มีการติด ฟู คิ้ว และ ครุย จับจีบหรือ ทำม่านย้อย ให้สวยงาม พื้นห้องควรจะเป็น พื้นไม้ปาร์เก้ หรือพรมตลอดห้อง
การตกแต่ง ควรเป็นแบบง่ายๆ แต่ทำอย่างดี อาจตกแต่งด้วย วอลล์เปเปอร์ ลายเรขาคณิตเล็กๆ ที่มีคุณภาพดี หรือ ผ้าแต่งผนัง ที่มีสีสันหลายหลาก หรือทาสีที่เป็นมันวาว บนโต๊ะเตี้ย เพื่อให้ดูเหมือน เป็นพื้นขัดระยิบระยับ หรือจะใช้ วิธีที่นิยมกัน คือทำลวด ลายหินอ่อน หรือวาดเป็นแต้ม ๆ ฯลฯ
รูปภาพไม่ว่า จะเป็นภาพพิมพ์สมัยใหม่ หรือภาพสีน้ำมัน ใส่กรอบสวยงามที่ดูภูมิฐาน แขวนในตำแหน่ง ที่ได้เลือกสรร ว่าเป็นจุดส่งเสริมให้เกิดความงาม ส่องไฟเหมือนกับการติดรูปแบบเก่า นั้นคือ จากสปอตไลท์ที่ติดเพดาน หรือ หลอดไฟยาว ที่ติดซ่อนไว้ใต้ชั้นวางของ หรือไฟจากโคมตั้งพื้น

การตกแต่งห้อง ในรูปแบบชีวิตในเมือง นั้น อาจสิ้นเปลือง ค่าใช้จ่าย แต่เมื่องานสำเร็จออกมา จะดูสวยงาม และสะดุดเสมอ เราสามารถสร้าง สรรบรรยากาศภายในห้องออกมา ในรูปแบบ

ของศิลปะยุคต่างๆ ตั้งแต่สมัยเก่า จนถึงยุค ของโพสต์โมเดิร์น ทั้งนี้ขึ้นกับรสนิยม และความกว้างใหญ่ ของห้องเป็นเกณฑ์ด้วย เฟอร์นิเจอร์ลอยตัว ขนาดเล็กที่ง่าย ต่อการโยกย้าย และจัดใหม่ พร้อมด้วยโซฟาขนาดใหญ่ อีกหนึ่ง หรือสองตัว ก็เป็นสิ่งที่เพียงพอสำหรับการตำแต่ง ไม่ควรใส่เฟอร์นิเจอร์เข้าไป อย่างมากมายเกินพอดี จะทำให้ห้องรกรุงรัง

อีกทั้งเป็นการกีดขวางทาง หาโต๊ะ ที่ออกแบบ อย่างสวยงาม ซึ่งทำด้วยวัสดุพลาสติก ลามิเนท แก้ว หรือไม้ นำมาลองตกแต่งดู ในห้องเล็กๆ เราควรจัดข้าวของต่างๆ เช่นหนังสือโทรทัศน์

คอมพิวเตอร์ เครื่องประดับตกแต่ง หรือแม้แต่การ จัดแสงสว่าง ต้องจัดให้มีระเบียบเรียบร้อย และให้ดู เหมือนการตกแต่งมิใช่วางเรียงกันไว้เฉยๆ เช่น วางเรียงในชั้นวาง หรือวางบนตู้ ซึ่งวางชิดผนัง

ในห้องที่ตกแต่งอย่างไฮเทค หรือวางในตู้โชว์ ที่ด้านหน้าใส่กระจกใส ซึ่งการจัดนี้เราต้องคำนึง ถึงความสวยงามเท่าๆ กับเรื่องความสะดวกของการใช้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget