คะน้า มีประโยชน์มากถ้าเราเลือกกินส่วนที่ดี

จริงอยู่ที่การปลูก คะน้า นิยมใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง แต่ถ้าซื้อมาแล้วรู้วิธีทำความสะอาดขจัดสารตกค้างอย่างถูกวิธีคะน้าก็เป็นผักอีกชนิดที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเปี่ยมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่ช่วยป้องกันโรคมากมาย

คะน้า เป็นพืชวงศ์ผักกาด นิยมปลูกในประเทศจีน ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย และไทย คนส่วนใหญ่นิยมใช้ลำต้นและใบมาประกอบอาหาร ซึ่งลักษณะทั่วไปคือมีลำต้นตั้งตรง อวบใหญ่สีเขียวนวล สูง 20-30 เซนติเมตร ใบจะแตกออกจากลำต้นเรียงสลับกัน ผิวใบมีลักษณะเป็นคลื่น ผิวมัน สีเขียวอ่อนถึงเขียวแก่ ยอดมีลักษณะเป็นใบอ่อนขนาดเล็ก 2-3 ใบ

ทั้งนี้ คะน้าไม่ได้มีเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้น แต่มีหลายลักษณะแตกต่างไปตามสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ใบกลม พันธุ์ใบแหลมและพันธุ์ยอดหรือก้าน สามารถกินได้ตั้งแต่ต้นที่มีขนาดเล็กจนกระทั่งออกดอก แต่ที่นิยมกินกันมากคือบริเวณยอดคะน้าเนื่องจากมีวิตามินซีและเกลือแร่อยู่เยอะ

กินคะน้าทั้งต้นได้ประโยชน์ไปเต็มๆ

คะน้าป้องกันโรคต้อกระจก เพราะสารลูทีน (Lutein) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่พบในเลนส์ตา การกินคะน้าจึงช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต้อกระจกลงได้ถึง 20% (เมื่อเทียบกับคนไม่ได้กิน)

คะน้าชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้ เพราะมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย ช่วยป้องกันการติดเชื้อต่างๆ และยืดอายุของเซลล์ให้เสื่อมช้าลง

คะน้าช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เนื่องจากในคะน้ามีวิตามินเอที่มีคุณสมบัติต้านการเกิดเซลล์มะเร็งและช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดโอกาสเกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ และช่วยลดความเสี่ยงอาการเจ็บป่วยโดยรวมได้ การกินคะน้าเป็นประจำจึงลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ กระเพาะอาหาร ปอด และเต้านมได้

คะน้าดูแลเรื่องกระดูก เพราะในคะน้ามีแคลเซียมสูง จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ และยังมีสารอิเล็กโทรไลต์ที่ช่วยเสริมการทำงานขฮงแคลเซียมให้ทำงานเป็นปกติขึ้น ทั้งนี้มีการวิจัยพบว่า หากกินคะน้า 1 ถ้วย จะเปรียบเสมือนดื่มนม 1 แก้วเลยทีเดียว

คะน้าป้องกันการเกิดโรคโลหิตจาง เนื่องจากมีธาตุเหล็กและฟอสฟอรัสที่ช่วยเสริมสร้างการสร้างเม็ดเลือดแดงจึงมีส่วนสำคัญในการบำรุงเลือด เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและบำรุงเนื้อเยื่อต่างๆ

คะน้าลดอาการปวดหัวไมเกรน เพราะเปี่ยมไปด้วยแมกนีเซียมในปริมาณสูง จึงช่วยลดความถี่ของการเกิดอาการไมเกรนได้ทางหนึ่ง

แม้คะน้าจะมีประโยชน์มากแค่ไหน การกินคะน้าก็มีข้อควรระวังอยู่ 2 ประเด็น ซึ่งประเด็นแรกคือเรื่องสารเคมีและยาฆ่าแมลงที่เราเกริ่นไว้ตั้งแต่ต้น เนื่องจากการปลูกคะน้าส่วนใหญ่เกษตรกรนิยมใช้สารเคมีมาเป็นตัวช่วย ซึ่งเป็นพิษต่อตับและไต ดังนั้นหากจะกินคะน้าให้ปลอดภัยควรล้างทำความสะอาดอย่างดี แช่ด่างทับทิม, น้ำยาล้างผัก, น้ำส้มสายชู หรือเกลือละลายน้ำ จากนั้นขัดล้างบริเวณใบประมาณ 2 นาที แล้วเปิดน้ำสะอาดช่วยชะล้าง หรืออีกทางเลือกที่ง่ายกว่าคือ หันมากินผักคะน้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ จะดีที่สุด

สำหรับประเด็นต่อมาคือ เมื่อจะบริโภค พยายามเลี่ยงการกินแบบดิบๆ เพราะในคะน้ามีสารกอยโตรเจน (Goitrogen) ซึ่งอยู่ในกลุ่มสารที่ขัดขวางการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์ ทำให้ร่างกายนำไอโอดีนไปใช้สร้างฮอร์โมนธัยรอกซินได้น้อยกว่าปกติ นอกจากนี้ควรกินในปริมาณพอดีๆ เพราะถ้ากินมากไปอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ ร่างกายขาดแร่ธาตุไอโอดีน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคคอพอก และสารดังกล่าวอาจไปยับยั้งการสร้างฮอร์โมนในต่อมไทรอยด์อีกด้วย

คุณค่าทางโภชนาการ : คะน้าดิบปริมาณ 100 กรัม

พลังงาน 31 กิโลแคลอรี
น้ำ 92.1 กรัม
โปรตีน 2.7 กรัม
ไขมัน 0.5 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 3.8 กรัม
เส้นใย 1.6 กรัม
แคลเซียม 245 มิลลิกรัม
ฟอสฟอรัส 80 มิลลิกรัม
ธาตุเหล็ก 1.2 มิลลิกรัม
เบต้า-แคโรทีน 2512 ไมโครกรัม
วิตามินเอ 419 iu.
วิตามินบี1 0.05 มิลลิกรัม
วิตามินบี 2 0.08 มิลลิกรัม
ไนอะซิน 1.0 มิลลิกรัม
วิตามินซี 147 มิลลิกรัม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget