ระวังติด “โรคซิฟิลิส” โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

โรคซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เกิดจากเชื้อทรีโปนีมา พาลลิดัม (Treponemapallidum) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย ที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันด้วยการใส่ถุงยางอนามัย
ซิฟิลิส ติดต่อได้อย่างไร?
ซิฟิลิสสามารถติดต่อโดยการมีเพศสัมพันธ์ ผ่านจากคนสู่คนโดยการสัมผัสโดยตรงกับแผลซิฟิลิส ซึ่งแผลนี้จะอยู่บริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก ช่องคลอด ปากทวารหนัก หรือที่ทวารหนัก แผลอาจเกิดที่ริมฝีปากและในช่องปาก เชื้อติดต่อขณะมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก นอกจากนี้ ยังสามารถติดต่อได้จากสตรีที่ตั้งครรภ์ไปสู่ทารกในครรภ์ได้
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการติดต่อของ โรคซิฟิลิส
หลายคนกังวลว่าจะสามารถติดโรคซิฟิลิสได้จากการนั่งโถส้วม จับลูกบิดประตู สระว่ายน้ำ อ่างอาบน้ำ เสื้อผ้า หรือช้อนส้อมไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด
ความรุนแรงของโรคซิฟิลิส
โรคนี้จะไม่แสดงอาการเป็นระยะเวลาหลายๆ ปี แต่ถ้าไม่รักษาก็จะลุกลามไปทำลายอวัยวะอื่นๆ เช่น หัวใจ หลอดเลือด ระบบประสาท กระดูก ทำให้พิการและอาจเสียชีวิตได้หลายคนติดโรคแต่ไม่มีอาการเป็นปี ซึ่งจะมีโอกาสเป็นซิฟิลิสระยะสุดท้ายและมีภาวะแทรกซ้อนหากไม่ได้รับการรักษา
อาการแสดงโรคซิฟิลิส
ระยะแรก สังเกตได้จากการมีแผลที่เป็นแผลเดียว หรืออาจมีหลายแผลได้ ระยะเวลาตั้งแต่ติดโรคจนเกิดอาการใช้เวลานาน 10-90 วัน เฉลี่ยอยู่ที่ 21 วัน แผลไม่นิ่ม กลม ขนาดเล็ก ไม่เจ็บ ขอบยกนูนแข็ง จึงมีอีกชื่อคือ “แผลริมแข็ง” โดยแผลที่เกิดนั้นจะมีเชื้อที่เข้าสู่ร่างกาย และเป็นแผลอยู่นาน 3-6 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะหายไปเองโดยไม่รักษา แม้ได้รับการรักษาแต่รักษาไม่ถูกต้อง หรือรักษาไม่ครบก็จะเข้าสู่ซิฟิลิสระยะที่สอง

ระยะที่สอง จะมีผื่นตามผิวหนังและเยื่อบุ ผื่นเกิดตามร่างกายหนึ่งหรือสองแห่ง ไม่คัน อาจเกิดขณะที่แผลริมแข็งกำลังจะหาย หรือหลังจากหายไปแล้ว 2-3 สัปดาห์ ผื่นมีลักษณะสีแดง หรือจุดน้ำตาลแดง อาจเกิดที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า แต่ผื่นอาจเกิดบริเวณอื่นและมีลักษณะคล้ายโรคอื่น บางครั้งผื่นเป็นจางๆ ทำให้ไม่ได้สังเกต อาการอื่นที่อาจเกิดได้แก่ มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต เจ็บคอ ผมร่วงเป็นหย่อมๆ ปวดศีรษะ น้ำหนักลด ปวดกล้ามเนื้อ ไม่มีแรง อาการในระยะนี้จะหายเองได้
ระยะแฝง และระยะสุดท้าย ระยะแฝงเริ่มต้นหลังจากอาการระยะหนึ่งและระยะสองผ่านไปแล้ว หากไม่ได้รับการรักษาเชื้อจะยังคงอยู่ในร่างกายแม้จะไม่แสดงอาการ ระยะแฝงของซิฟิลิสจะอยู่นานเป็นปีๆ ประมาณ 15% จะเข้าระยะสุดท้ายของโรคซิฟิลิสและแสดงอาการแม้จะผ่านไปแล้ว 10-20 ปี หลังจากที่ได้รับเชื้อ ในระยะท้ายของโรคซิฟิลิสเชื้อจะค่อยๆ ทำลายอวัยวะภายในร่าย ได้แก่ สมอง เส้นประสาท ตา หัวใจ เส้นเลือด ตับ กระดูก ข้อ อาการของโรคระยะสุดท้ายอาจมีตั้งแต่การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ไม่สัมพันธ์กัน อัมพาต ชา ตาค่อยๆ บอด สมองเสื่อม และอาจรุนแรงจนถึงขึ้นเสียชีวิต
จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคซิฟิลิส
การจะพิสูจน์ว่าเป็นซิฟิลิสหรือไม่ สามารถทำโดยนำน้ำเหลืองจากแผล หรือผื่นที่ปรากฏบนตัวผู้ป่วยไปส่องกล้อง เพื่อหาตัวเชื้อโรคหรืออาจจะเจาะเลือดเพื่อตรวจหาภูมิต่อเชื้อซิฟิลิสก็ได้ตรวจเลือดหลังจากติดเชื้อไปแล้ว ร่างกายจะสร้างโปรตีนขึ้นมาทำให้สามารถตรวจได้ แม้ให้การรักษาครบไปแล้วก็ยังสามารถตรวจพบได้นานเป็นเดือนๆ หรือเป็นปีๆปฏิบัติอย่างไรเมื่อเป็นซิฟิลิส
ทันทีที่สงสัยว่าเป็นซิฟิลิส ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว ขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์โรคซิฟิลิสจะรักษาให้หายขาดได้ต้องอาศัยยารักษา ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของแพทย์เพื่อช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะในระยะสุดท้ายของโรคซิฟิลิส ดังนั้น จึงควรยึดหลักบำรุงสุขภาพทั่วไปให้แข็งแรง ดังนี้อาหาร ต้องประกอบด้วยข้าว ผลไม้ ถั่วต่างๆ ผัก รวมทั้งนมและไข่ งดสุรา บุหรี่ และสิ่งกระตุ้น ตลอดจน น้ำชา กาแฟ และอาหารเผ็ดร้อนต่างๆ ดื่มน้ำมากๆ นอนพักผ่อนให้มาก และออกกำลังกาย อาบน้ำบ่อยๆ อาบน้ำอุ่นก่อนนอน สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright สุขภาพ 2020
Tech Nerd theme designed by FixedWidget