ประจำเดือนผิดปกติ…สัญญาณเตือนรีบตรวจ รังไข่ และมดลูก

เพราะการแต่งงานเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของชีวิตโดยเฉพาะสุขภาพภายในอย่างมดลูกและ รังไข่ ที่ไม่ใช้แค่การตรวจคัดกรองทั่วไป แต่เป็น “การตรวจอัลตร้าซาวด์” ซึ่งสามารถวินิจฉัยความผิดปกติของมดลูกและรังไข่ได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ประจำเดือนที่ว่า “ผิดปกติ” ต้องผิดปกติแบบไหน
เมื่อผู้หญิงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ การมีประจำเดือนก็จะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเมื่อไหร่ประจำเดือนที่เคยมาเป็นประจำสม่ำเสมอและไม่ได้สร้างอาการปวดท้องหรืออาการใดๆ กลับมีความผิดปกติไป เช่น มามากและนาน มาน้อยเกินไป มากะปริบกะปรอย หรือทำให้ปวดท้องมากกว่าปกติเพิ่มขึ้นทุกๆ เดือน รวมทั้งปวดท้องทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงการมีรอบเดือน หรือมีรอบเดือนแล้วมีลิ่มเลือดปนเป็นก้อนออกมา และเมื่อ “ประจำเดือนผิดปกติ” เมื่อไหร่ ก็ให้สงสัยได้ว่า…อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับมดลูกหรือ รังไข่ ได้ จึงควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ผู้ชำนาญการ
แต่โดยปกติแล้ว ประจำเดือนของแต่ละคนก็จะมีปริมาณและจำนวนวันมาที่ไม่เท่ากันอยู่แล้ว แต่หากประจำเดือนมามากในระดับที่เป็นสัญญาณผิดปกติ ในทางการแพทย์จะพิจารณาดังนี้
ประจำเดือนมามากกว่า 7 วันขึ้นไป
มามากจนทำให้ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกๆ ชั่วโมงหรือบ่อยมากๆ หรือต้องตื่นขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอนามัยระหว่างนอนหลับ
ในผู้หญิงที่อายุเข้าเลข 50 หรือใกล้เข้าวัยทอง แต่ประจำเดือนกลับมามากขึ้น ทั้งๆ ที่ควรจะน้อยลง
ดังนั้น หากใครมีประจำเดือนมามากผิดปกติเหมือนใน 3 ข้อที่กล่าวมา รวมถึงปวดประจำเดือนมากขึ้น รอบเดือนมาๆ หายๆ หรือมีตกขาวมาก ก็ควรไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยให้พบว่ามีโรคอะไรแฝงอยู่หรือไม่ จะได้รักษาให้ถูกทาง
วิธีตรวจหาโรคจากการที่ “ประจำเดือนผิดปกติ”
การตรวจภายใน
คือตรวจดูช่องคลอด ปากมดลูกด้วยการคลำหรือส่องกล้องว่ามีก้อน แผล หรือติ่งเนื้อหรือไม่ ร่วมกับการเก็บเซลล์จากปากมดลูกเพื่อนำมาเพาะหาการติดเชื้อหรือการอักเสบ ตลอดจนคลำตรวจขนาดของมดลูกและรังไข่ ตรวจด้วยการกดแล้วสังเกตอาการว่าเจ็บหรือไม่ หรือพบก้อนแปลกปลอมหรือเปล่า
การอัลตราซาวด์
เมื่อแพทย์ตรวจวินิจฉัยเบื้องต้นแล้ว หากพบความผิดปกติที่มดลูกหรือรังไข่ การอัลตราซาวนด์ทั้งทางหน้าท้องและทางช่องคลอดจะช่วยให้พบโรคและช่วยให้วินิจฉัยโรคได้แม่นยำขึ้น
อาการปวดท้องประจำเดือนเป็นสัญญาณเตือนโรคอะไรได้บ้าง?
เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์
โดยมากจะพบว่ามีการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรงและมากขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน หรือมีอาการปวดและเจ็บลึกๆ ที่ช่องคลอดหรือท้องน้อยเวลามีเพศสัมพันธ์ ซึ่งหากตรวจแล้วพบโรค ก็สามารถทำการรักษาได้
การรักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์
ปกติแล้ว จะเลือกรักษาจาก 2 วิธีหลักๆ คือ
การรักษาด้วยยา การใช้ยา ก็เพื่อยับยั้งการทำงานของรังไข่ ซึ่งอาจทำให้ไม่มีประจำเดือน หรือลดอาการปวดขณะมีประจำเดือน ผลการรักษาด้วยวิธีนี้มักขึ้นอยู่กับการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วยแต่ละคน โดยการใช้ยาจะมีการติดตามและประเมินอาการเป็นระยะๆ จากแพทย์ ถ้าการรักษาด้วยยาไม่ได้ผล แพทย์จะแนะนำให้รักษาโดยการผ่าตัดต่อไป
การผ่าตัด จะเป็นการผ่าตัดเพื่อนำถุงช็อกโกแลตซีสต์ออก ซึ่งเป็นทั้งการรักษาและสามารถนำชิ้นเนื้อมาตรวจวินิจฉัยว่าเป็นเนื้อร้ายหรือไม่ด้วย ซึ่งในปัจจุบันผู้ป่วยมักนิยมการผ่าตัด 2 วิธีนี้ คือ การผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง และการผ่าตัดผ่านกล้องทางหน้าท้อง ซึ่งการผ่าตัดผ่านกล้องจะช่วยลดปัญหาการเกิดพังผืด แผลเล็กกว่า เจ็บน้อยกว่า และผู้ป่วยจะฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง
เนื้องอกมดลูก
โดยมากพบว่า มีประจำเดือนมามากและนาน หรือมีลิ่มเลือดปนเป็นก้อน ปวดประจำเดือนมากขึ้น หรือในบางครั้งอาจมีอาการปวดคล้ายปวดประจำเดือน ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในช่วงการมีประจำเดือน ซึ่งก้อนเนื้องอกอาจเติบโตไปกดทับอวัยวะใกล้เคียงทำให้มีอาการแทรกซ้อนหรือเป็นโรคอื่นๆ ตามมาได้ อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright สุขภาพ 2020
Tech Nerd theme designed by FixedWidget