ภาวะฉุกเฉินในเด็ก ตรวจได้แค่ปลายนิ้ว

ตรวจภาวะฉุกเฉินในเด็ก ได้จากการตรวจแค่ปลายนิ้ว เพิ่มมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นการป้องกันหรือช่วยลดอุบัติการณ์ที่อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงกับผู้ป่วยได้ ถือเป็นการตรวจวัดสัญญาณชีพตัวที่5 ที่จากเดิมหรือมาตรฐานทั่วๆไป มีเพียง 4 ตัว โดยเป็นการตรวจวัดระดับเปอร์เซนต์ออกซิเจน (O2saturation) จากปลายนิ้วของเด็กด้วยเครื่อง Pulse Oximeter เป็นการตรวจที่ง่าย รวดเร็ว เด็กไม่ต้องเจ็บตัวจากการตรวจ โดยใช้เพียงอุปกรณ์ที่มีรังสีอินฟาเรด หนีบที่ปลายนิ้วของเด็ก ในเวลาไม่เกิน 10 วินาที รังสีจะวัดเปอร์เซนต์ของฮีโมโกลบินที่จับกับออกซิเจนภายในเม็ดเลือดแดง และบอกได้ว่าขณะนี้เด็กมีความต้องการออกซิเจนเพื่อการรักษาหรือไม่ หรือจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่ เช่น เอกซ์เรย์ดูปอดและหัวใจ ตรวจเลือด ตรวจคลื่นเสียงสะท้อนเป็นภาพหัวใจ(เอ็กโค่ : Echocardiography) หรือจำเป็นต้องรับไว้พักรักษาตัวในโรงพยาบาล เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

โดยค่าที่วัดได้ จะกำหนดเป็นเกณฑ์ในการแยกประเภทผู้ป่วย เพื่อความเร่งด่วนในการตรวจรักษาดังนี้
ถ้าได้ค่า O2saturation ≥95% ถือว่าปกติ
ถ้าได้ค่า O2saturation = 90-94% จำเป็นต้องได้รับการดูแลและตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน
ถ้าได้ค่า O2saturation < 90% จำเป็นต้องได้รับการดูแลและตรวจรักษาทันที รวมทั้งเฝ้าระวังติดตามอาการอย่างใกล้ชิด พร้อมวัดซ้ำหากไม่ดีขึ้นก็จำเป็นต้องพักรักษาตัวในร.พ.

จากข้อมูลในปี 2550ได้ทำการตรวจวัดระดับเปอร์เซนต์ออกซิเจนจากปลายนิ้วในเด็กที่เข้ารับการตรวจรักษา ในแผนกผู้ป่วยนอกเด็กประมาณ 54,000 คน และในแผนกฉุกเฉิน ประมาณ 300 คน พบว่า
ที่แผนกผู้ป่วยนอกเด็ก ได้ค่า O2saturation <95% ทั้งหมด 19 คน คิดเป็น 0.03%
ที่แผนกฉุกเฉิน ได้ค่า O2saturation <95% ทั้งหมด 4 คน คิดเป็น 1.2%

sexy gaming

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright สุขภาพ 2020
Tech Nerd theme designed by FixedWidget