อาการปวดข้อ…วายร้ายทำลายกระดูก

ในช่วงแรกแพทย์อาจจะให้ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ยาไดโคลฟีแนก (Diclofenac) ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพรอกเซน (Naproxen) อาร์คอกเซีย (Arcoxia) หรือซีลีเบรก (Celebrex) แต่การกินยากลุ่มนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานอาจจะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร หรือโรคไตได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานยานี้ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยมักจะให้ยากลุ่มนี้เพื่อรักษาอาการปวดข้อในช่วงแรก

ในบางครั้งแพทย์อาจจะให้ยาสเตียรอยด์รักษาโรคข้ออักเสบถ้ามีอาการมาก อย่างไรก็ตามการให้ยานี้ในระยะยาวอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงหลายอย่างได้เช่นกัน

ดังนั้นการรักษาโรคข้ออักเสบในระยะยาวจึงต้องให้ยาชนิดอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อปรับภูมิคุ้มกันและหรือกดภูมิคุ้มกัน ยากลุ่มนี้มีอยู่หลายอย่างด้วยกัน เช่น เมทโทรเทรกเซท (Methotrexate) ซัลฟาซาลาซีน (Sulfasalazine) เลฟลูโนไมด์ (Leflunomide) ไฮดรอกซีคลอโรควิน หรือคลอโรควิน (Hydroxychloroquine หรือ Chloroquine) เป็นต้น ซึ่งจะเลือกใช้ยาตัวไหนบ้างนั้นขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ โดยมักจะพิจารณาจากชนิดของโรคข้ออักเสบและความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยที่ใช้ยาเหล่านี้จะต้องมีการตรวจเลือดสม่ำเสมอเพื่อดูค่าเม็ดเลือด และการทำงานของตับและไต

นอกจากนี้ปัจจุบันมีการรักษาด้วยยาที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อสารที่ทำให้เกิดการอักเสบในเลือด เรียกยานี้ว่าสารชีวภาพ (Biologic Agents) ยากลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นยาฉีด เช่น อินฟลิซิแมบ(Infliximab) โกลิมูแมบ (Golimumab) อีทาร์เนอร์เซบ (Etanercept) โทซิลิซูแมบ (Tocilizumab) เซคูคินูแมบ (Secukinumab) เป็นต้น มียากินอยู่หนึ่งตัว คือ โทฟาซิทินิบ (Tofacitinib) ยากลุ่มนี้มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคข้ออักเสบสูงกว่ายากินข้างต้น มักจะใช้ในคนที่ใช้ยามาตรฐานแล้วไม่ได้ผลเพียงพอ

ผู้ป่วยโรคข้ออักเสบควรจะต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง?
ควรจะออกกำลังกายสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมและพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเพราะผู้ป่วยโรคข้ออักเสบมีความเสี่ยงต่อการเกิด โรคกระดูกพรุน มากกว่าคนทั่วไป ควรจำกัดการกินแป้ง น้ำตาลและอาหารที่มีไขมันสูงเพราะอาจจะทำให้เกิดภาวะเบาหวานและไขมันในเลือดสูง ในระยะยาวผู้ป่วยโรคข้ออักเสบมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิมีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อที่รุนแรงได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่สุกสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารสุกๆ ดิบๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อ ใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในบริเวณที่มีคนจำนวนมากหรือโรงพยาบาล ล้างมือบ่อยๆ และถ้าสามารถทำได้ ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันปอดบวม

sexy gaming

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright สุขภาพ 2020
Tech Nerd theme designed by FixedWidget