ไฟโบรสแกน (FIBROSCAN)… ตัวช่วยไขความลับปัญหาเรื่องตับของคุณ

ช่วงนี้ใครๆ ก็พูดถึงเรื่อง ไขมันเกาะตับ เพราะเป็นชนวนนำไปสู่ปัญหาตับแข็งและมะเร็งตับได้ แล้วจะทำอย่างไร ถ้าอยากรู้ว่าเรามี ไขมันเกาะตับ หรือไม่? หรือมีปัญหาตับแข็งหรือเปล่า? วันนี้เราเลยจะชวนรู้จักกับเทคโนโลยีดีๆ ที่คนรักตับไม่ควรพลาด

ไฟโบรสแกน FIBROSCAN เครื่องมือเพื่อทุกเรื่องตับที่คุณสงสัย
ก่อนอื่นมาทำความรู้จักเทคโนโลยีที่เราจะพูดถึงกันก่อน พระเอกในบทความนี้ของเราก็คือ “เครื่องไฟโบรสแกน (FIBROSCAN หรือ Vibration Controlled Transient Elastograply)” เครื่องตรวจวัดค่าไขมันตับและตรวจวัดค่าตับแข็ง ซึ่งใช้หลักการเดียวกับโซนาร์และอัลตร้าซาวด์ โดยการปล่อยคลื่นเสียงความถี่สูงไปที่เนื้อตับ และตรวจวัดคลื่นที่สะท้อนกลับในหน่วยเดซิเบล/เมตร (dB/m) ซึ่งในเนื้อตับที่มีไขมันสะสมอยู่มากกว่าจะมีความเร็วเสียงสะท้อนกลับที่มากกว่าเนื้อตับที่มีไขมันน้อย การวัดค่าตับแข็งก็เช่นกัน ถ้าตับแข็งคลื่นเสียงจะผ่านได้เร็วขึ้น ดังเช่นที่เสียงผ่านของแข็งได้ดีกว่าน้ำ และผ่านน้ำได้ดีกว่าอากาศนั่นเอง

การตรวจไฟโบรสแกน (FIBROSCAN) เหมาะกับใครบ้าง?
จริงๆ แล้วการตรวจตับด้วยไฟโบรสแกนมีประโยชน์สำหรับทุกคน ถึงแม้ว่าร่างกายภายนอกจะดูแข็งแรงสมส่วนก็ตาม โดยข้อมูลการศึกษาในประเทศจีนและฮ่องกงพบว่า ผู้ที่ไม่มีรูปร่างอ้วนและไม่มีอาการใดๆ กลับพบว่ามีไขมันเกาะตับสูงถึงร้อยละ 18 หรืออธิบายง่ายๆ ว่าในผู้ที่มีรูปร่างสมส่วน 5 คน จะมีผู้ที่ไขมันเกาะตับ 1 คน เลยทีเดียว แต่ในขณะเดียวกันผู้ที่รูปร่างท้วม หรืออ้วน ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะมีไขมันเกาะตับสูงถึงร้อยละ 60 ซึ่งความท้วมหรือความอ้วนที่ว่านี้ จะวัดโดยใช้ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) คำนวณโดยน้ำหนักตัวหารด้วยส่วนสูงยกกำลังสอง แล้วคุณล่ะอ้วนหรือเปล่า?

ผลสุขภาพตับที่รู้ได้ จากการตรวจไฟโบรสแกน (FIBRO SCAN)
การตรวจไฟโบรสแกน จะแสดงผลค่าการตรวจ 2 ส่วน คือ ค่าปริมาณไขมันในตับและค่าตับแข็ง โดย

ค่าตับแข็ง : ทำให้สามารถตรวจพบค่าตับแข็งหรือตับใกล้แข็งในผู้ที่ไม่มีอาการได้ และนั่นย่อมดีกว่ารอจนมีอาการ อย่างตาเหลือง ตัวเหลือง ขาบวม หรืออาเจียนเป็นเลือด เพราะจะได้รีบดำเนินการหาสาเหตุที่แน่ชัดว่าเป็นจากไขมันเกาะตับ ไวรัสตับอักเสบ หรือเพราะดื่มสุรามากเกินไป และวางแผนการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

ค่าปริมาณไขมันในตับ : ค่าการตรวจที่ได้นี้จะเป็นสัญญาณเตือนที่จะบอกว่า คุณกำลังเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าคนที่ไม่มีไขมันในตับ ทั้งยังมีข้อมูลจากในหลายประเทศที่ระบุว่า ปริมาณไขมันในตับที่สูงมีความสัมพันธ์กับโอกาสการเกิดอัมพาตในอนาคตที่มากขึ้น
ฉะนั้น ยิ่งตรวจพบไขมันเกาะตับเร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งช่วยให้คุณเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการรักษาต่างๆ เร็วขึ้นเท่านั้น ซึ่งก็มีหลากหลายวิธีตั้งแต่การลดน้ำหนัก การออกกำลังกาย และในกรณีของผู้ที่มีความเสี่ยงสูง อาจได้รับยาเพื่อช่วยลดไขมันในตับ

สื่อออนไลน์โฆษณาว่ามียาช่วยลดไขมันในตับ ลดได้จริงหรือ?
จากที่มีการโฆษณาตามสื่อออนไลน์ ขายยาที่อ้างว่าช่วยลดไขมันในตับได้นั้น จริงๆ แล้วปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดที่ อย. แนะนำให้ใช้ลดไขมันเกาะตับเพียงอย่างเดียว การจะลดปัจจัยเสี่ยงภาวะหัวใจขาดเลือดและอัมพาตได้นั้น ต้องอาศัยการปรับพฤติกรรม ควบคุมความดันโลหิต คุมระดับน้ำตาลในเลือด คุมค่าไขมันในเลือด ลดขนาดรอบเอว และออกกำลังกายร่วมด้วย แต่สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง แพทย์เฉพาะทางอาจพิจารณาให้ยาในกลุ่มวิตามิน อี หรือยาในกลุ่มลดเบาหวาน แบบเฉพาะเป็นรายบุคคล สุดท้ายแล้วการตรวจเพิ่มเติมดูไขมันเกาะตับจึงเป็นแนวทางที่ทำให้สามารถเข้ารับการรักษาไขมันเกาะตับได้อย่างเหมาะสม

ของใหม่ที่ดีกว่า ไร้เจ็บปวด และคุ้มค่า
ในอดีตหากจะตรวจปริมาณไขมันเกาะตับและค่าตับแข็งจะต้องอาศัยวิธีการเจาะชิ้นเนื้อตับเท่านั้น ซึ่งก็มีความเสี่ยงแม้จะไม่มากนักก็ตาม แต่ในปัจจุบันถึงจะมีทางเลือกในการตรวจหลายวิธี อาทิ การตรวจเลือดไฟโบเทสต์, การตรวจด้วยเครื่องมือพิเศษ Elastography, การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า MRI แล้วคำนวณด้วยเครื่องมือพิเศษอย่าง MRE Elastography แต่วิธีดังกล่าวเหล่านี้ก็ยังมีข้อจำกัด ไม่ว่าเป็นการตรวจเฉพาะที่มีโรงพยาบาลให้บริการน้อย เจ็บตัวจากการตรวจ หรือราคาค่าตรวจที่ค่อนข้างสูง เป็นต้น แน่นอนว่า พอทุกคนทราบถึงภัยร้ายของโรคไขมันเกาะตับและตับแข็ง ก็ย่อมอยากตรวจ แต่ถ้าต้องให้เจาะตับ คงขอคิดใหม่อีกนาน เพราะกลัวทำแล้วจะเป็นอะไรหรือเปล่า เจาะตับเชียวนะ!

ฉะนั้น การตรวจไฟโบรสแกน (FIBRO SCAN) จึงเป็นทางเลือกที่ตอบสนองความต้องการของทุกคนได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถตรวจปริมาณไขมันเกาะตับและค่าตับแข็ง ได้โดยไม่เจ็บตัว ราคาคุ้มค่า ไม่ต้องเตรียมตัวยุ่งยากก่อนตรวจ ใช้เวลาในการตรวจไม่นาน และทราบผลรวดเร็ว จึงทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเพื่อตรวจติดตามผลการรักษาโรค ประเมินความรุนแรงของโรค หรือจะตรวจสุขภาพเพื่อดูความเสี่ยงตับแข็งก็ย่อมได้

ประโยชน์ที่มากกว่าสำหรับคนไทย
รู้หรือไม่? คนไทยมีผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบีกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ และไวรัสตับอักเสบซี ประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งคนไข้กลุ่มนี้อาจมีตับแข็งโดยไม่รู้ตัว แต่ขณะเดียวกันมีจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าตัวเองมีไวรัสตับอักเสบบี และซี การเริ่มต้นตรวจไฟโบรสแกน เพื่อดูว่ามีความเสี่ยงตับแข็ง หรือมีพังผืดในตับหรือไม่ จึงเป็นการช่วยให้คนไข้เข้าสู่กระบวนการรักษาและหาสาเหตุของโรคต่อไปอย่างเหมาะสม

เช่นเดียวกับคนไข้ที่มีไขมันเกาะตับแม้จะพัฒนาไปเป็นตับแข็งได้ไม่มากนัก แต่ก็ไม่ใช่ 0% และในอนาคตอาจมากถึง 3-10% ซึ่งขึ้นกับปัจจัยเสี่ยงร่วมต่างๆ อาทิ ความอ้วน เบาหวาน การสูบบุหรี่ ร่วมด้วย การตรวจไฟโบรสแกนจะช่วยให้สามารถพบคนไข้ที่ตับเริ่มแข็งจากไขมันเกาะตับได้เร็วขึ้น และคงจะดียิ่งขึ้น ถ้าเราทุกคนให้ความสำคัญกับการตรวจปริมาณไขมันเกาะตับและค่าตับแข็งเหมือนที่ใส่ใจตรวจสุขภาพอื่นๆ หรืออย่างน้อยก็ควรตรวจสักครั้ง ให้ทราบถึงทิศทางของปริมาณไขมันที่ตับและค่าตับแข็ง เพื่อการดูแลสุขภาพของคุณครอบคลุม และเหมาะสมอย่างแท้จริง

sexy gaming

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright สุขภาพ 2020
Tech Nerd theme designed by FixedWidget