6 วัคซีน ที่จำเป็น ฉีด เสริมภูมิคุ้มกัน

ทำความรู้จัก 6วัคซีนที่จำเป็น สำหรับฉีด เสริมภูมิคุ้มกัน ของแต่กลุ่มบุคคล รวมถึงวิธีการให้วัคซีน และ ข้อห้ามต่างๆ ของวัคซีนแต่ละชนิด

1. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
ทุกปีมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ทั่วโลก โดยในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2562 มีรายงานผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มากกว่า 36,976 ราย ซึ่งก่อให้เกิดการเจ็บป่วย การนอนโรงพยาบาล หรืออาจถึงเสียชีวิตในกลุ่มผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ผู้ป่วยสูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ดังนั้น ทุกคนควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เสริมภูมิคุ้มกัน ปีละครั้ง

กลุ่มที่แนะนำ วิธีการให้ ข้อห้าม
  • ทุกคนที่อายุ 6 เดือนขึ้นไป
  • vaccine at home ให้ในผู้ป่วยที่อายุ 3 ปีขึ้นไป
1 เข็ม ปีละครั้ง
  • ผู้ที่แพ้ไข่แบบรุนแรง
  • ประวัติแพ้ยา Neomycin , formaldehyde หรือ octoxinol 9
  • ประวัติแพ้วัคซีนไข้หวัดใหญ่

2. วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

เชื้อ HPV เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่มีประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ที่กลายเป็นการติดเชื้อเรื้อรังและก่อให้เกิดมะเร็งหลากหลายชนิด โดยมะเร็งที่สำคัญคือ มะเร็งปากมดลูกซึ่งเป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับสองในผู้หญิง โดยการติดเชื้อ HPV  เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกถึง 99.7 เปอร์เซ็นต์ จึงควรรับการฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV

กลุ่มที่แนะนำ วิธีการให้ ข้อห้าม
  • ผู้หญิง อายุ 9-26 ปี
  • ผู้ชาย อายุ 9-21 ปี (ผู้ชายที่อายุมากว่า 21 ปี สามารถรับวัคซีนได้หลังปรึกษาแพทย์)
  • อายุ 9-14 ปีฉีด 1 เข็ม
    2 ครั้ง (เดือนที่ 0, 6-12)
  • อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
    ฉีด 1 เข็ม 3 ครั้ง (เดือนที่ 0, 2, 6)
  • ประวัติแพ้วัคซีนมะเร็งปากมดลูก
  • สตรีมีครรภ์

3. วัคซีนป้องกันงูสวัด

โรคงูสวัดส่วนมากจะหายได้เองหลังมีอาการ แต่ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยเฉพาะอาการปวดเรื้อรังตามบริเวณเส้นประสาทที่เป็นแสดงอาการของโรค โดยอาการปวดสามารถเป็นได้นาน 90 วันหรือมากกว่านั้นภายหลังจากที่ผื่นหายไปแล้ว ภาวะแทรกซ้อนนี้พบได้มากขึ้นในผู้ป่วยที่อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป หรือเป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังบางโรคที่ทำให้ประสิทธิภาพภูมิคุ้มกันลดลง แนะนำให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไปทุกคนรับวัคซีนป้องกันงูสวัด

กลุ่มที่แนะนำ วิธีการให้ ข้อห้าม
  • อายุ 60 ปีขึ้นไป รวมถึงคนที่เคยเป็นงูสวัดมาก่อน หรือมีโรคประจำตัวเรื้อรัง
1 เข็ม ฉีดครั้งเดียว
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ Gelatin, แพ้ยาปฏิชีวนะ Neomycin แบบรุนแรง
  • หลังฉีดวัคซีนควรคุมกำเนิด
    3 เดือน
  • แนะนำให้ฉีดห่างจาก Pneumo 23® เป็นเวลา 4 สัปดาห์ เนื่องจากอาจจมีผลลดประสิทธิภาพการกระตุ้นภูมิของ Zostavax ลงเล็กน้อย

4. วัคซีนป้องกันปอดอักเสบ

การติดเชื้อปอดอักเสบ นิวโมคอคคัส พบได้บ่อยในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ในคนปกติ อาการของการเชื้อมักไม่รุนแรง แต่ในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีโอกาสที่จะก่อให้เกิดปอดอักเสบรุนแรงและเสียชีวิตได้ แนะนำให้ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปทุกคนฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ 

กลุ่มที่แนะนำ วิธีการให้ ข้อห้าม
  • อายุ 65 ปีขึ้นไป (หรือผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 65 ปี แต่มีโรคประจำตัว กรุณาปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด)
  • 2 เข็ม ห่างกัน 1 ปี
  • ถ้าเริ่มด้วย Prevnar ควรห่าง Pnuemo อย่างน้อย 8 สัปดาห์
  • ถ้าเริ่มด้วย Pneumo ควรห่างจาก Prevnar อย่างน้อย 1 ปี
แนะนำให้ฉีดห่างจาก Influenza vaccine เป็นเวลา 4 สัปดาห์ เนื่องจากอาจมีผลลดประสิทธิภาพการกระตุ้นภูมิของ Prevnar ลงเล็กน้อย

อ่านเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget