ฝากถอน 1 วิ เว่อ วัง แต่สะดวกสบายในเรื่องการเงิน

ฝากถอน 1 วิ นี้อาจเป็นคำใหม่ที่น่าตกใจหรืออาจเป็นคำพูดสั้นของความสะดวกสบายในยุคสมัยปัจจุบันที่ทุกคนต่างเร่งรีบ เพื่อทำภาระกิจของตนให้สำเร็จ การฝากเงิน ที่เราเข้าใจในปัจจุบัน คือ การนำเงินของเราไปฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อเป็นการเก็บรักษาเงินของเราให้ปลอดภัย

และป้องกันการสูญหาย ส่วนธนาคารก็จะนำเงินฝากนี้ไปแสวงหาผลประโยชน์ โดยนำไปให้ผู้ที่ต้องการกู้ยืมไปลงทุน โดยคิดดอกเบี้ยจากผู้ที่มากู้ยืม ดังนั้น เงินฝากของเราก็จะถูกใช้เป็นทุนหมุนเวียนให้กับผู้กู้ และผู้กู้ก็จะให้ดอกเบี้ยเป็นสิ่งตอบแทนแก่ธนาคาร ธนาคารก็นำเงินส่วนนั้นมาเป็นค่าตอบแทนเรานำเงินมาฝากไว้กับธนาคาร ซึ่งอาจจะได้รับสิ่งตอบแทนเป็นของที่เราต้องการหรืออาจเป็นของรางวัลตามที่เราได้ทำข้อตกลงกันไว้กับธนาคาร
วันนี้เรามารู้มาดูเทคนิค การฝากถอนเงินยังไงให้ได้กำไรสูงสุด เราเข้าใจถึงความสำคัญของการฝากเงินอย่างรวดเร็ว และคุณสามารถทำได้ง่าย ๆ กัน
เราต้องมาทำความรู้จักกับคำ เหล่านี้ก่อน

1. คำว่า “ทันที” หมายถึง การฝากเงินจะดำเนินการภายในไม่กี่เพียงวินาทีโดยต้องไม่มีการแทรกแซง หรือไม่ต้องประมวลผลด้วยตัวเองโดยผู้เชี่ยวชาญฝ่ายการเงิน
2. ตัวเลือกการฝากเงินที่แสดงข้างต้นมีเพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น และอาจไม่สามารถใช้ได้ทั้งหมดกับแต่ละบุคคล โปรดเข้าสู่ระบบสมาชิกเพื่อตรวจสอบวิธีการฝากเงิน
3. การฝากเงินระหว่างสถาบันการเงินระหว่างประเทศอาจทำให้เสียค่าธรรมเนียมการโอน และค่าธรรมเนียมการแปลงค่าเงินเพิ่มเติม
4. เราไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการฝากหรือถอนเงินใด ๆ ทั้งสิ้น
5. การฝากเงินทั้งหมดต้องมาจากบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตที่มีชื่อเดียวกับบัญชีการเทรดของคุณ สำหรับบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิตที่เปิดร่วมกับบุคคลที่สามสามารถทำได้หากชื่อของคุณเป็นหนึ่งในเจ้าของบัญชี
6. เราไม่รับการฝากเงินจากบุคคลที่สาม และการฝากเงินด้วยเงินสดโดยตรงหรือผ่านเคาน์เตอร์ฝากเงิน ทั้งนี้ คุณจะได้รับข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดผ่านในระบบสมาชิกเมื่อทำธุรกรรมสำเร็จ
7. คุณสามารถทำการฝากเงินได้ ทุกวัน 24 ชั่วโมง หากเราไม่สามารถดำเนินการให้เสร็จได้ทันที เราจะดำเนินการให้เสร็จภายใน 24 ชั่วโมง ทั้งนี้เราจะไม่รับผิดชอบต่อความล่าช้าในฝากเงินหากเกิดขึ้นจากระบบการฝากเงิน
8. การโอนเงินภายในระหว่างบัญชีที่มีชื่อเดียวกันสมารถดำเนินการได้ทันที
9. เราอาจมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการฝากเงินสำหรับนักลงทุนจากบางประเทศ

ดังนั้น การฝากถอนเงิน 1 วิ อาจจะเป็นคำที่ เว่อ วัง ไปหน่อย แต่ทุก ๆ คน สามารถเข้าถึงได้แค่รู้เทคนิคข้างบนที่เราได้บอกไว้ คุณก็สะดวงสบายในการฝากถอนเงินสบายหายห่วงแถมมีความปลอดภัยอีกด้วย ขอแถมเรื่องการฝากเงินผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต และ การฝากเงินผ่านการโอนเงินทางธนาคาร เรามาดูกันเลย การใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตในการฝากเงินเข้าบัญชีเทรดของคุณ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่รวดเร็วและง่ายที่สุด

หากคุณไม่เคยฝากเงินผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตมาก่อน คุณจะต้องทำการขออนุญาตจากเรา โดยคุณสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการตั้งค่าผ่านระบบสมาชิก โดยเลือกบัญชีของฉัน > จัดการบัตรเครดิต > เพิ่มบัตรเครดิต และทำตามขั้นตอนอย่างรวดเร็ว

เราจำเป็นต้องให้คุณอัพโหลดหลักฐานการแสดงตนเป็นภาพสีที่แสดงชื่อ และนามสกุลของคุณ ด้วยเหตุนี้เราจึงอาจไม่อนุญาตให้ใช้บัตรเดบิตแบบเติมเงิน เมื่อบัตรของคุณได้รับการอนุมัติและเชื่อมโยงกับบัญชีของคุณแล้วเราจะเก็บรายละเอียดบัตรของคุณแบบไม่สมบูรณ์เพื่อวัตถุประสงค์ในการยืนยันตนในอนาคต

นอกจากนี้ เราสามารถครอบคลุมเฉพาะค่าธรรมเนียมที่เราทราบเท่านั้นหากมีค่าธรรมเนียมอื่น ๆ นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมการโอนจากสถาบันการเงินผู้ให้บริการนั้น คุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เช่น ผู้ให้บริการบัตรเครดิตอาจมองว่าการฝากเงินกับเราเป็นเงินสดล่วงหน้าและอาจเรียกเก็บเงินตามกฎการเบิกเงินสดล่วงหน้าของบัตรเครดิตของคุณ โปรดติดต่อสถาบันการเงินของคุณเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยจร้า

การฝากเงินผ่านการโอนเงินทางธนาคาร
การโอนเงินผ่านธนาคารเป็นอีกหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพ และสามารถโอนเงินจากประเทศใดก็ได้

โปรดเข้าสู่ระบบสมาชิกเพื่อดูรายละเอียดการฝากเงินด้วยการโอนผ่านธนาคาร เลือกสกุลเงินที่คุณต้องการจากรายการที่แสดง ซึ่งจะมีรายละเอียดการโอนแสดงอยู่ นอกจากนี้ คุณสามารถติดต่อธนาคารของคุณเพื่อขอรับแบบฟอร์มการโอนเงินผ่านธนาคาร หรือคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการโอนเงินธนาคารผ่านระบบออนไลน์ หลังจากที่เราได้รับการฝากเงินจากธนาคารของคุณแล้วเราจะดำเนินการฝากเครดิตเข้าบัญชีของคุณทันที

โปรดตรวจสอบเพื่อความแน่ใจว่าได้ฝากเงินไปยังบัญชีที่ถูกต้องเนื่องจากการฝากเงินด้วยสกุลเงินที่ไม่ถูกต้องอาจไม่ได้รับการอนุมัติ

โปรดทราบ การโอนเงินผ่านธนาคารจากประเทศออสเตรเลียจะไม่เสียค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ การโอนเงินระหว่างประเทศผ่านธนาคารอาจมีค่าธรรมเนียม เราแนะนำให้คุณควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินของคุณ เพื่อดูรายละเอียดค่าธรรมเนียมเหล่านี้ เห็นว่า การฝากถอนเงินธนาคาร เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก สำหรับคนหลายคน ที่ต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ แต่แรกกับความปลอดภัยของเงินของคุณเองถือว่าคุ้มค่า

 

เราลองมาดู ในการฝากถอนเงินในปัจจุบันที่เข้ามาอยู่ในเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่มีไว้เพื่อความสะดวงสบายในการเข้าถึงการเงิน ในการฝากถอนเงินให้สะดวกรวดเร็ว แถมมีความมั่นคงใน กระเป๋าเงินของคุณ เองเพื่อความจริงใจในการเข้าสู่เว็บไซต์ที่มีความสนุกสนานปลอดภัยหายห่วง เรามาดูกันจร้า ว่ามีเว็บไซต์อะไรบ้าง

เว็บไซต์เล่นกีฬาต่าง ๆ
เรามีระบบการแจ้งฝาก-ถอนเงิน ด้วยระบบอัติโนมัติแค่ ฝากถอน 1 วิ ลูกค้าสามารถทำรายการได้ด้วยตัวเองผ่านทางหน้าเว็บไซต์ ufa24h เพียงกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ระบบมาตรฐาน ปลอดภัย 100% ยอดเครดิตของท่านจะอัพเดตภายใน 1วิ ด้วยมีขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1
เข้าสู่ระบบโดยใช้ User ID ของลูกค้า
*เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ กรณีเข้าหน้าเว็บแล้วเป็นภาษาอังกฤษให้กดเปลี่ยนภาษให้เป็น “ภาษาไทย”
กดปุ่ม “ฝากถอน” จะปรากฏหน้าต่างสำหรับการแจ้งฝาก/ถอนเงิน
กดปุ่ม “การฝากเงิน” จะมีแบบฟรอ์มสำหรับกรอกข้อมูล โดยจะมีรายละเอียด ดังนี้
วิธีการโอนเงิน เลือกช่องทางที่ลูกค้าทำการโอนเงิน โดยจะมีตัวเลือกดังนี้
ATM ในกรณีที่ลูกค้าทำการฝากเงินผ่านตู้กดเงินสด หรือ ATM
Internet Banking ในกรณีที่ลูกค้าทำการฝากเงินผ่านหน้าเว็บของธนาคาร
Mobile Banking ในกรณีที่ลูกค้าทำการฝากเงินผ่าน Application บนมือถือของธนาคาร
ในกรณีที่ลูกค้าทำการฝากเงินผ่านตู้ฝากเงินสด หรือ CDM
ในกรณีที่ลูกค้าทำการฝากเงินผ่านเค้าเตอร์ของธนาคาร
โอนเงินจากธนาคาร เลือกธนาคารที่ลูกค้าใช้บริการโอนเงิน
จำนวนเงินที่ต้องการฝาก ใส่จำนวนเงินที่ทำการฝาก
ลูกค้าฝากห้าพันให้แจ้งเฉพาะตัวเลข 5000 ห้ามใส่เครื่องหมาย “,” เช่น 5,000
ชื่อบัญชีที่ใช้โอนเงิน ระบุชื่อบัญชีที่ใช้โนการโอนเงิน ของลูกค้า
เลขบัญชีที่ใช้โอน ระบุเลขบัญชีที่ใช้โนการโอนเงิน ของลูกค้า
วันเวลาที่โอนเงิน ระบุ วันที่/เดือน/ปี และเวลา เช่น 27/11/2015 12.51
โอนเงินเข้าธนาคาร เลือก ธนาคารของทางเว็บ ที่ลูกค้าได้ทำการโอนเงินเข้ามา
โอนเงินเข้าเลขที่บัญชี ระบุเลขบัญชี ธนาคารของทางเว็บ ที่ลูกค้าได้ทำการโอนเงินเข้ามา
ทำการฝาก ปุ่มสำหรับกดยืนยันเพื่อส่งข้อมูลการแจ้งฝาก

เมื่อทำการแจ้งฝากเงินเรียบร้อยแล้วให้ท่านรอสักครู่เพื่อให้ระบบทำการตรวจสอบ ยอดเงินจะเข้าบัญชีของท่านภายในเวลาไม่เกิน 1 นาที หรือตามคิวฝาก-ถอน ทำไหมทุกคนถึงหันมาเล่นกันมาดูจร้า

เว็บแทงบอล ufa24h เว็บพนัน โดยตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์ ด้วยการ บริการพนัน ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น แทงบอลออนไลน์ มวย คาสิโน หวย และ เกมออนไลน์ อื่นๆ ได้รับความนิยมในหมู่ลูกค้า พนันบอล และ คาสิโน และโดยเฉพาะ บาคาร่า เป็นจำนวนมาก การันตีด้วยยอดฝาก และคำชมจากลูกค้า ข้อดีของ เว็บแทงบอล เรา มีให้เลือก แทงบอลออนไลน์ ครบทุกคู่ ทุกลีคฟุตบอล ด้วยราคาน้ำดีที่สุด และตัวเลขผลตอบแทนที่ดีที่สุด ในบรรดา เว็บพนันบอล มีทั้ง แทงบอลออนไลน์ เต็ง , แทงบอลออนไลน์ สเต็ป , แทงบอล สด (LIVE) , แทงบอล สเต็ป (Live) , แทงบอล เตะมุม และ แทงบอลออนไลน์ ราคาพูล แบบต่างประเทศ มีราคาให้เลือก ทั้งราคา เว็บบอล มาเลย์ , ราคา เว็บบอล ฮ่องกง , ราคา เว็บบอล ยุโรป นอกจากนี้ เว็บแทงบอล สามารถเลือก แทงบอลออนไลน์ แบบ 45 นาที หรือ 90 นาที และหมวดหมู่ แทงบอลออนไลน์ อื่นๆอีกมากมาย ยังไม่พอเท่านั้น เว็บพนันออนไลน์ ufa24h ยังให้ บริการพนัน คาสิโน ผ่านระบบ คาสิโนออนไลน์ ด้วยการเล่น เกมออนไลน์ ที่หลากหลาย ทั้ง คาสิโน บาคาร่า รูเล็ต เสือมังกร ไฮโล และอื่นๆ อีกมากมาย ufa24h พร้อมให้ บริการพนัน ทุกท่านได้ร่วมสนุกกันแล้ววันนี้

5 อาหารช่วยลดคราบหินปูน ลดปัญหาฟันผุและกลิ่นปาก

อาหารช่วยลดคราบหินปูน หรือคราบพลัคนั้นถือเป็นปัญหาทางช่องปากอย่างหนึ่ง โดยคราบหินปูนนั้นจะมีลักษณะเหมือนคราบเหนียวๆ ที่เกาะอยู่ตามผิวฟันและซอกฟัน ซึ่งเกิดขึ้นจากแบคทีเรียในช่องปากหลังจากที่เรากินอาหารต่างๆ เข้าไป ซึ่งหากเราปล่อยไว้นานๆ คราบหินปูนเหล่านี้จะทำให้เราฟันผุและเกิดปัญหาโรคเหงือกได้ ซึ่งการแปรงฟันหรือบ้วนปากหลังจากกินอาหารก็สามารถกำจัดหินปูนไปได้บ้างบางส่วน

ถึงแม้ว่าการกินอาหารจะทำให้เกิด คราบหินปูน แต่อาหารบางชนิดกลับช่วยลดหินปูนได้ แถมยังช่วยทำให้สุขภาพฟันของเราแข็งแรงขึ้นด้วย มาดูกันดีกว่าว่าอาหารชนิดไหนที่ช่วยลดคราบหินปูนในช่องปากของเราได้
อาหาร ลดหินปูน ฟันผุ กลิ่นปาก งา

1. งา
ลองเคี้ยวงาคั่ว 1 ช้อนชาหลังกินอาหารเสร็จ โดยจะเป็นงาขาวหรืองาดำก็ได้ จากนั้นก็บ้วนปากให้สะอาด วิธีจะช่วยลดคราบหินปูนที่มาเกาะบนฟันของเราได้
อาหาร ลดหินปูน ฟันผุ กลิ่นปาก ส้ม 2. ส้ม
ล้างส้มให้สะอาด ใช้ส่วนเปลือกส้มนำมาขัดบริเวณผิวของฟันดู เพราะเปลือกส้มช่วยลดจุลินทรีย์ที่มาเกาะบนผิวฟันของเราได้ ทำให้ช่วยลดคราบหินปูนได้
อาหาร ลดหินปูน ฟันผุ กลิ่นปาก สับปะรด

3. บร็อคโคลี่
บร็อคโคลี่คือผักที่จัดว่ามีกากใยค่อนข้างสูง ซึ่งสิ่งนี้เองที่สามารถช่วยปกป้องฟันจากการสึกกร่อนได้ รวมถึงยังช่วยเคลือบผิวฟันไว้ได้อีกด้วย ทำให้ฟันของเราเกิดคราบหินปูนได้น้อยกว่าเดิม นอกจากบร็อคโคลี่แล้ว เรายังสามารถกินแครอทก็ได้หรือผักที่มีกากใยสูงอื่นๆ ได้อีก

 

4. แอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่ สับปะรด
การกินแอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่ หรือแม้แต่สับปะรดหลังอาหาร นอกจากจะเป็นผลไม้ล้างปากได้ดีแล้ว ผลไม้เหล่านี้ยังช่วยลดคราบหินปูนได้ด้วย เพราแอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี่และสับปะรดจะทำหน้าที่ช่วยขัดฟันให้เราได้ ทำให้ช่วลดคราบหินปูนได้อีกทางอาหาร ลดหินปูน ฟันผุ กลิ่นปาก

5. หมากฝรั่งสูตรไม่มีน้ำตาล
หลังจากที่กินอาหารเสร็จเรียบร้อย สาวๆ บางคนอาจใช้การบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด หรือแปรงฟัหลังอาหารทั้งเพื่อเป็นการลดกลิ่นปากและเพื่อกำจัดเศษอาหารที่ติดตามซอกฟัน วิธีการเหล่านี้สามารถช่วยลดการเกิดหินปูนในช่องปากได้ แต่หากสาวๆ ไม่สะดวกในการทำความสะอาดช่องปากด้วยวิธีดังกล่าวก็สามารถเลือกเคี้ยวหมากฝรั่งสูตรไม่มีน้ำตาลก็ได้เช่นกัน

รวม 5 ยาสีฟันลดอาการเสียวฟัน ลดเหงือกอักเสบ ปากสะอาด ฟันแข็งแรง

ยาสีฟันลดอาการเสียวฟัน
ยาสีฟันลดอาการเสียวฟัน

อาการเสียวฟันเวลาที่ดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ มักทำให้อาหารมื้อนั้นหมดอร่อยไปเลย เพราะอาการเสียวฟันมักเกิดขึ้นแบบไม่รู้ตัว ไม่ใช่แค่เฉพาะอาหารเย็นๆ เท่านั้น ในบางคนเวลากินอาหารหวานๆ ก็เกิดอาการเสียวฟันได้เช่นเดียวกัน ซึ่งการใช้ ยาสีฟันลดอาการเสียวฟัน นั้นสามารถช่วยได้มากทีเดียว

เพราะใน ยาสีฟันที่ช่วยลดอาการเสียวฟัน นั้น มักจะผสมสาร โพแทสเซียมไนเตรต (Potassium Nitrate) และ อลูมินัมแลคเตท (Aluminum Lactate) ซึ่งสารทั้ง 2 ชนิดนี้จะเข้าไปยับยั้งความเจ็บปวดที่ประสาทฟันและเข้าไปอุดโพรงเนื้อฟัน ทำให้เราไม่รู้สึกปวดฟัน และเป็นการลดอาการเสียวฟันได้ ซึ่งยาสีฟันที่ช่วยลดอาการเสียวฟันที่เราสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดและราคาไม่แพง มีดังนี้

5 ยาสีฟันลดอาการเสียวฟันลดฟันผุ ลดเหงือกอักเสบ
1. Sensodyne Multi Care (125 บาท)

2. Colgate Sensitive Salt Minerals (100 บาท)
เสียวฟัน ยาสีฟัน ยาสีฟันลดอาการเสียวฟันฟันผุ เหงือกร่น เหงือกอักเสบ ปวดฟัน คอลเกต Colgate

คอลเกต สูตรเซนซิทีฟ มิเนอรัลส์ ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าสามารถช่วยลดอาการเสียวฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำลายเคลือบฟันและช่วยลดอาการเหงือกอักเสบ ทำให้เหงือกมีสุขภาพดีและเป็นการช่วยลดปัญหาสุขภาพฟันอื่นๆ ได้ด้วย

3. Dentiste’ Nighttime Sensitive Toothpaste (165 บาท)
เสียวฟัน ยาสีฟัน ยาสีฟันลดอาการเสียวฟันฟันผุ เหงือกร่น เหงือกอักเสบ ปวดฟัน เดนทิสเต้ Dentiste

มีส่วนผสมของโพแทสเซียมไนเตรต ช่วยลดอาการเสียวฟัน รวมถึงยังมีส่วนผสมของวิตามินซีและสารสกัดจากสมุนไพร ช่วยบำรุงเหงือกให้แข็งแรง ป้องกันโรคเหงือกอักเสบและไม่ทำลายเคลือบฟัน

4. Fluocaril Extra Sensitive (139 บาท)
เสียวฟัน ยาสีฟัน ยาสีฟันลดอาการเสียวฟันฟันผุ เหงือกร่น เหงือกอักเสบ ปวดฟัน Fluocaril ฟลูโอคารีล

มีส่วนผสมของโพแทสเซียมไนเตรตมากกว่ายาสีฟันสูตรปกติถึง 10% และยังมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ช่วยลดอาการเสียวฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันโรคเหงือกอักเสบ รวมถึงยังช่วยซ่อมแซมเคลือบฟันให้แข็งแรง และยังสามารถป้องกันไม่ให้เกิดอาการเสียวฟันต่อเนื่องได้ในระยะยาวอีกด้วย

5. Salz Sensitive Active Block Plus (145 บาท)
เสียวฟัน ยาสีฟัน ยาสีฟันลดอาการเสียวฟัน ฟันผุ เหงือกร่น เหงือกอักเสบ ปวดฟัน ซอลท์ Salz

มีส่วนผสมของสารที่ช่วยลดอาการเสียวฟันอย่างครบถ้วนในหลอดเดียว ทั้งโพแทสเซียมไนเตรตและอลูมินัมแลคเตท นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ช่วยเสริมสร้างเคลือบฟันให้แข็งแรง ลดอาการเสียวฟันและช่วยให้เหงือกแข็งแรง ลดอาการเหงือกร่นและเหงือกอักเสบ

กินอาหารหลังออกกำลังกายยังไงให้น้ำหนักลดได้ผล ไม่ต้องทนอดให้ทรมาน

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้า การกินจะช่วยให้น้ำหนักของเรายิ่งลดลงได้ วันนี้เราเลยจะมาแชร์เคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการกินอาหารหลังออกกำลังกายที่จะช่วยให้น้ำหนักยิ่งลดลงได้มาฝากกัน มาดูกันว่าอาหารชนิดใดบ้างที่ควรกินหลังออกกำลังกาย รวมทั้งพฤติกรรมการกินจะต้องเปลี่ยนไปจากเดิมหรือเปล่า ยังไงก็ไปติดตามอ่านพร้อมๆ กันเลยดีกว่า

แน่นอนว่าการออกกำลังกายมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี อีกทั้งการออกกำลังกายที่ถูกวิธีย่อมทำให้การลดน้ำหนักมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และการใส่ใจเลือกทานอาหาร พร้อมทั้งการควบคุมอาหารแต่ละชนิด ก็มีส่วนสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายกลับมามีน้ำหนักที่สมส่วน พร้อมทั้งเผยหุ่นดีได้อย่างมั่นใจได้ด้วยเช่นกัน สำหรับ 3 เคล็ดลับการกินอาหารหลังออกกำลังกายที่ช่วยให้น้ำหนักของเรายิ่งลดลงก็มีดังนี้

1.กินอาหารในปริมาณที่เหมาะสม
หลายคนเข้าใจผิดว่าหลังออกกำลังกายไม่ควรทานอะไรทั้งสิ้น เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้การออกกำลังกายที่ผ่านมาสูญเปล่าไปได้ แต่นั่นคือความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เนื่องจากหลังออกกำลังกาย ร่างกายได้สูญเสียพลังงานไปมาก ดังนั้นเราจึงต้องเพิ่มพลังงานกลับคืนเข้าไปทดแทนอย่างเหมาะสม โดยควรเลือกกินอาหารให้พอดีและมีประโยชน์ อย่างเช่นการเลือกกินไข่ต้ม อกไก่ โยเกิร์ตรสธรรมชาติที่มีน้ำตาล 0% ฝรั่ง ชมพู่ หรือผลไม้อื่นๆ ที่มีรสหวานน้อย โดยเฉพาะการกินอาหารที่มีโปรตีนจะยิ่งดีต่อกล้ามเนื้ออย่างมากอีกด้วย

2.เพิ่มโปรตีนให้กับร่างกาย
การกินอาหารประเภทโปรตีน มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู หรือเนื้อปลา ล้วนมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อให้กับร่างกายทั้งสิ้น ดังนั้นใครที่รู้สึกหิวบ่อยหลังออกกำลังกาย อย่าลืมเตรียมอาหารประเภทนี้ไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เผลอไปกินอาหารประเภทอื่นๆ ที่มีแคลอรีสูงแทน

 

3.กินอาหารหลังออกกำลังกายไม่เกิน 45 นาที
ช่วงเวลา 45 นาทีหลังจากออกกำลังกาย คือช่วงที่ร่างกายต้องการอาหารมากที่สุด เพื่อเข้าไปเติมเต็มพลังงานที่ขาดหายไป ดังนั้น หลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างนานเกิน 45 นาทีจะดีที่สุด อีกทั้งการกินในช่วงเวลานี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายเกิดการสูญเสียมวลของกล้ามเนื้ออีกด้วย แถมยังช่วยกระตุ้นฮอร์โมนตามส่วนต่างๆ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เห็นไหมละคะว่าการกินก็มีส่วนช่วยให้การลดน้ำหนักยิ่งได้ผล แต่ก็ควรมาพร้อมการออกกำลังกายด้วยเช่นกัน และที่สำคัญอย่าลืมควบคุมการกินอาหารในปริมาณที่เหมาะสม พร้อมทั้งเลือกทานอาหารจำพวกโปรตีนด้วย เนื่องจากจะช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกายได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

อย่าหาทำ! 10 อย่าง “ไม่ควรกิน” ก่อนออกกำลังกาย

การเติมพลังก่อนออกกำลังกาย ช่วยให้มีเรี่ยวแรงในการทำกิจกรรมเรียกเหงื่อได้มากขึ้น แต่ก็ต้องเลือกรับประทานด้วยเช่นกัน เพราะอาหารหลายชนิดอาจส่งผลให้การออกกำลังกายได้ จึงควรหลีกเลี่ยงหรืออย่างน้อยก็ไม่ควรกินก่อนทำกิจกรรมต่าง ๆ สักประมาณ 1-2 ชั่วโมง และนี่ 10 อย่างที่ควรงดรับประทานก่อนออกกำลังกาย

ผลิตภัณฑ์นม, โยเกิร์ต
ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อย และรู้สึกจุกเสียดได้ ยิ่งถ้าเป็นคนที่แพ้นมด้วยแล้วก็ยิ่งไปกันใหญ่

น้ำตาล
ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ส่งผลให้รู้สึกอ่อนล้า, วิงเวียนศีรษะ และทำให้พลังงานหดหายได้

ถั่วต่าง ๆ
ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ และท้องอืดได้ ถ้าจะให้ดีควรงดกินก่อนออกกำลังกาย 6 ชั่วโมง

ฮัมมัส ของว่างสุดฮิต
แม้จะดีต่อสุขภาพ แต่เป็นคาร์โบไฮเดรทที่ย่อยยาก จึงควรจะกินหลังออกกำลังกายมากกว่า

น้ำอัดลม โซดา
ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ และท้องอืดเช่นกัน อีกทั้งส่วนใหญ่มีน้ำตาลในปริมาณมากด้วย

อาหารรสจัด
นอกจากต้องใช้เวลาย่อยนานแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอาการจุกเสียดได้ด้วย ทางที่ดีควรงดก่อนออกกำลังกาย 12 ชั่วโมง

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
ทำให้ร่างกายสูญเสียหรือขาดน้ำได้ และยังทำให้รู้สึกล้าด้วย จึงควรงดอย่างน้อย 1 วัน ก่อนออกกำลังกาย

อาหารทอดและมีไขมันสูง
ควรงดพิซซ่าหรือเบอร์เกอร์ ก่อนออกกำลังกาย เพราะย่อยยาก และอาจทำให้มีปัญหาเรื่องระบบการย่อยได้

อาหารที่มีโซเดียมสูง อาหารที่มีรสเค็ม
จะทำให้เราต้องดื่มน้ำเยอะ และโซเดียมในปริมาณที่สูงก็ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้

ผักกะหล่ำทั้งหลาย
ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ และท้องอืดได้ จึงควรเลี่ยงก่อนออกกำลังกายเช่นกัน

ไข่ไก่ ที่กินทุกวันมีประโยชน์อย่างไรถึงต้องกินทุกวัน

ประโยชน์จากไข่ไก่ ที่คุณอาจไม่เชื่อ
ไข่ไก่เป็นของขวัญที่ได้มาจากธรรมชาติ อุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร ถือเป็นคลังโภชนาการของมนุษย์เลยก็ว่าได้
ไข่ไก่มีคุณประโยชน์อะไรบ้าง และสำหรับกลุ่มคนที่ต่างกัน รับประทานอย่างไรจะได้ผลดีที่สุด

ไข่ไก่มีโปรตีน เลซิธิน (lecithin) วิตามิน A วิตามิน B1 วิตามิน B2 วิตามิน D แคลเซียม และธาตุเหล็ก ล้วนเป็นสารโภชนาการที่ร่างกายต้องการ อย่างเช่น เลซิธิน มีคุณประโยชน์ในการบำรุงสมอง เพราะส่วนประกอบสำคัญของสมองคือเลซิธิน ถ้ารู้สึกสมองไม่สดใส เมื่อย จะต้องเสริมเลซิธิน ไข่แดงอุดมด้วยเลซิธิน สามารถช่วยบำรุงสมอง ทำให้สมองฟื้นฟูความสดใสได้ วิตามิน B มีประโยชน์คลายความเครียด ช่วยทำให้น้ำตาลกลายเป็นพลังงาน ในไข่แดงทุก 100 กรัม มีธาตุเหล็กถึง 150 มิลลิกรัม สามารถช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดได้มากขึ้น
สำหรับผู้ที่ต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ไข่ไก่เป็นอาหารที่ดีในการช่วยคลายความเครียด บรรเทาความเมื่อยล้า และฟื้นฟูกำลังวังชา

ร่างกายมนุษย์จำเป็นต้องมีสารโภชนาการ 7 ประเภท ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต วิตามิน เซลลูโรส แร่ธาตุ ไขมัน และน้ำ ไข่ไก่มีเกือบทุกอย่างยกเว้นเซลลูโรส
แต่ถ้ารับประทานไข่ไก่มากเกินควรอาจจะทำให้กระเพาะและลำไส้ทำงานหนักขึ้น และต้องรับประทานไข่ไก่ที่สุกเต็มที่ เพราะถ้าสุกๆ ดิบๆอาจมีเชื้อโรคตกค้างอยู่

ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยไม่ค่อยรับประทานไข่ไก่ เพราะนึกว่าไข่แดงมีคอเลสเตอรอลสูง แต่ความจริง ไข่แดงยังมีเลซิธินมากด้วย ซึ่งสามารถทำให้ไขมันและคอเลสเตอรอลละลายเป็นเม็ดเล็กๆ จนขับออกจากหลอดเลือดได้ เป็นผลดีต่อการป้องกันหลอดเลือดตีบ รักษาความยืดหยุ่น ดังนั้น ผู้สูงอายุควรรับประทานไข่ไก่วันละ 1 ฟองเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น
ปัจจุบัน ผู้หญิงให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นต่อการรักษาหุ่น และลดความอ้วน ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า ไม่ต้องอดอาหาร เพียงแต่รับประทานไข่ไก่ 2 ฟองในช่วงเช้าก็จะได้ผล เพราะในไข่ไก่อุดมด้วยสารโภชนาการที่ร่างกายต้องการ และแต่ละฟองมีเพียง 75 แคลอรีเท่านั้น ซึ่งไม่เพียงแต่ได้รับสารอาหารอย่างพอเพียงเท่านั้น แต่ยังทำให้รู้สึกอิ่มท้องด้วย นอกจากนี้ วิตามิน B1 และวิตามิน B2 ในไข่ไก่มีส่วนช่วยขจัดไขมัน และธาตุเหล็กในไข่ไก่สามารถช่วยผลิตเซลล์เม็ดเลือด ทำให้ใบหน้าสดใสด้วย

น้ำมะเขือเทศ กินสด กับ น้ำมะเขือเทศกล่อง ต่างกันอย่างไร กับการให้คุณค่า

เป็นกระแสมาเรื่อยๆ สำหรับ น้ำมะเขือ เทศบรรจุกล่อง ที่สาวๆ แห่กันไปหาดื่มกันยกใหญ่ ด้วยว่าอยากให้ผิวของตัวเองขาว ใส นุ่ม ฟู (ผิวนะไม่ใช่ทุเรียน) ถึงแม้จะมีสาวๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่โอเคกับรสชาติสักเท่าไร แต่ก็พยายามทนดื่มหวังจะให้ผิวสวยใส เปล่งประกายอย่างเป็นธรรมชาติจริงๆ

แต่อีกกระแสหนึ่งก็บอกว่า น้ำมะเขือเทศกล่องนั้น มีรสชาติ “เค็ม” ถึงแม้หน้ากล่องจะเขียนว่า น้ำมะเขือเทศแท้ 100% ก็ตาม จึงเชียร์ให้ทานสดเป็นลูกๆ จะดีกว่า ได้รับประโยชน์จากธรรมชาติเต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่าแน่นอน
จริงๆ แล้ว มะเขือเทศ ทานแบบไหนถึงจะได้คุณประโยชน์สูงสุดล่ะ?
ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่ามะเขือเทศมีสารอาหารชนิดใด ถึงช่วยบำรุงผิวให้เนียนใสอย่างที่สาวๆ ปรารถนากันทั้งบ้านทั้งเมือง

ประโยชน์ของมะเขือเทศ
วิตามินซี ช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้า ช่วยให้ผิวแลดูเต่งตึง ป้องกันอันตรายจากรังสียูวีจากแสงแดด และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนใต้ผิวหนังให้แข็งแรง ทำให้ผิวชุ่มชื่น เรียบเนียนสวยงาม
ไลโคปีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความชรา ต้านความเสื่อมของร่างกาย ช่วยการไหลเวียนของเลือด นอกจากนี้ยังเบต้าแคโรทีน วิตามิน และสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมาย ทีนี้สาวๆ ก็เห็นแล้วใช่ไหมว่า ทั้งวิตามินซีและไลโคปีน ก็ช่วยเรื่องลดริ้วรอย และกระชับผิวให้เนียนใสเต่งตึงได้เหมือนกัน
แล้วมะเขือเทศสด กับน้ำมะเขือเทศกล่อง อันไหนมีเจ้าสองตัวนี้มากกว่ากันล่ะ?

มะเขือเทศสด
เพราะวิตามินซีเป็นสารอาหารที่ยิ่งโดนความร้อน หรือถูกแปรรูปมากๆ เข้าก็จะค่อยๆ ลดหายไปเรื่อยๆ ดังนั้น หากอยากได้รับวิตามินซีเต็มๆ (ซึ่งมะเขือเทศลูกขนาดปานกลาง 1 ลูกเท่ากับวิตามินซีในส้มโอ 1 ลูกเลยทีเดียว) ต้องทานมะเขือเทศสด น้ำมะเขือ เทศ มีไลโคปีนสูง

น้ำมะเขือเทศกล่อง
มะเขือเทศจะเพิ่มไลโคปีนมากขึ้น หากนำไปทำให้ผ่านความร้อน หรือปรุงให้สุก ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำน้ำมะเขือเทศบรรจุกล่องนั่นเอง ดังนั้นหากอยากได้รับสารไลโคปีนเต็มๆ ให้เลือกดื่มน้ำมะเขือเทศกล่อง

ถ้าอยากได้ทั้งสองอย่างเลยล่ะ?
ก็เลือกทานทั้งสองอย่าง อาจจะทานทั้งสดๆ และทำไปปรุงมื้ออาหารต่างๆ ก็ได้

แต่ถึงกระนั้น การรับประทานมะเขือเทศ หรือน้ำมะเขือเทศมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีมากเกินไป ซึ่งไม่ได้ส่งผลเสียอะไรต่อร่างกายมากนัก นอกจากเปลือง เพราะวิตามินซีส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะอยู่ดี แต่หากรับวิตามินซีมากเกินไปมากจริงๆ อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย หรือเป็นโรคนิ่วในไตได้

ปริมาณวิตามินซีที่เหมาะสมกับร่างกาย
ราว 60-90 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเท่ากับมะเขือเทศสด 3-4 ลูก หรือน้ำมะเขือเทศกล่อง 2 แก้ว
คราวนี้เราเลือกได้สักทีว่าจะทานมะเขือเทศแบบไหน ทางที่ดีควงคุณผู้ชายมาทานมะเขือเทศด้วยกันเสียเลย เพราะวิตามินซีจากมะเขือเทศสดยังช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากอาการหวัดได้เร็วขึ้น บำรุงฟันและเหงือกจากโรคลักปิดลักเปิด แถมไลโคปีนจากมะเขือเทศปรุงสุกยังช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย ดังนั้นเราจึงสามารถทานมะเขือเทศกันได้ทั้งครอบครัวนั่นเอง

อาหารแบบคีโต เหมาะสมกับใคร

เมนู อาหารคีโต ในเซเว่น

อาหารคีโต
อาหารคีโต

ไข่ต้ม ไข่ยางมะตูม ไข่ออนเซน ไส้กรอก แมลงทอด เมล็ดฟักทองอบ อัลมอลด์ ถั่วแมคคาเดเมีย ขนมสาหร่าย ชีส นมอัลมอนด์ สลัด เหมาะสมกับใครที่ควรเลือก กิน อาหารคีโต

การกินคีโต เหมาะกับใคร
สำหรับการกินคีโต หรือคีโตเจนิค เราจะเห็นได้ว่ามาอาหารที่ห้ามทานมากมาย และเป็นองค์ความรู้ใหม่ ๆ ทั้งนี้การกินคีโตก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ซึ่งการกินคีโตเหมาะกับคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือคนที่กำลังหาวิธีพัฒนาระบบเผาผลาญของตัวเอง ส่วนนักกีฬา คนที่ต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อและน้ำหนัก ไม่เหมาะกับการกินคีโต และการกินคีโตจะได้ผลดีก็ต้องมีความตั้งใจในการเลือกทาน และทำอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

เทคนิกกินเมนูอาหารคีโตให้ได้ในช่วงเดือนแรก
บอกเพื่อนและคนในครอบครัว เพราะการทานคีโตมีความแตกต่างจากอาหารปกติทั่วไปมาก ทำให้คุณจำเป็นต้องบอกคนรอบข้าง เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการใช้ชีวิตร่วมกัน หรืออาจจะช่วยส่งเสริมการกินคีโตของคุณก็ได้
ทานอาหารเสริม ในช่วงแรกที่กินอาหารคีโต ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเพราะถูกตัดสารอาหารบางอย่างออกไป อาจทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ได้ ควรหาอาหารเสริม อาทิ ผลิตภัณฑ์ธัญญาพืชกราโนไวบ์ส, เครื่องดื่ม Slimma Mixed Fruit, Organic Green Mix หรือจะเป็นขนมทานเล่นอย่าง Powerballs รับประทาน เพื่อช่วยให้ร่างกายทำงานได้ปกติ
ดื่มน้ำเยอะ ๆ เพราะหลักการกินคีโต จำเป็นจะต้องดื่มน้ำในปริมาณมากกว่าปกติ แนะนำให้พกขวดน้ำติดตัวไว้เสมอ
สั่งอาหารคีโตออนไลน์ สำหรับบางคนที่ไม่ถนัดในการทำอาหารทานเอง การเลือกสั่งอาหารออนไลน์ทำให้สะดวกและถูกหลักในการกินคีโต รวมถึงการได้เรียนรู้เมนูอาหารคีโตที่หลากหลาย
สร้างตารางเมนูอาหารคีโตให้ตัวเอง เพื่อเป็นการป้องกันการหลุด เพราะหลายครั้งที่ไม่รู้จะกินอะไร เลยทำให้หลุดจากความตั้งใจได้ง่าย และควรเตรียมอาหารไว้ล่วงหน้า เป็นกลยุทธ์ในการบังคับตัวเองไปในตัว
การทานอาหารคีโต เป็นเทรนด์ใหม่ที่เกิดจากผลการศึกษาใหม่ ๆ วันนี้เราก็ได้ไขข้อสงสัยไปแล้วว่า อาหารคีโตคืออะไร พร้อมเมนูอาหารคีโต 7 วัน รวมถึงอาหารที่กินได้และไม่ได้ในระหว่างการกินคีโต ใครที่สนใจอยากลดน้ำหนักและดูแลตัวเองด้วยอาหารแนวใหม่ สามารถไปทำตามกันได้

เตรียมตัวพบกับแคมเปญใหญ่ประจำเดือนตุลาคม Shopee 10.10 Brands Festival ขนสินค้าแบรนด์แท้มาลดกระหน่ำกว่า 50% พร้อมแจกโค้ดส่วนลดจัดหนักทุกวัน 500 บาท ใครรอโค้ดอยู่ห้ามพลาด ยัง ยังไม่หมด ยังมีช้อปสินค้ารับเงินคืน 20% coin ไม่มีขั้นต่ำ ส่งฟรีทั่วประเทศ เริ่มต้นวันที่ 21 กันยายน – 11 ตุลาคม 2020 นี้!

Brands Flash Sale พบสินค้ายี่ห้อดัง Shopee Premium สินค้าแฟชั่น เครื่องสำอางแบรนด์ชั้นนำ จัดโปรโมชั่นส่วนลด พร้อมช้อปรับเงินคืนแบบมาราธอนกับ Shopee Cashback Marathon ยิ่งช้อป ยิ่งคุ้ม!

อาหารคีโต กินดียังไงถึงแม้จะไม่กินไขมัน กับ 7 วัน

เทรนด์การลดน้ำหนักคีโต นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายแล้ว เรื่องของอาหารถือว่ามีส่วนสำคัญอย่างมาก ทำให้เกิดเป็นเทรนด์อาหารคลีนต่าง ๆ มากมาย และที่กำลังได้รับความนิยมในตอนนี้คือ เมนูอาหารคีโต หรือที่หลายคนเรียกว่าการกินคีโต ใครที่ยังไม่รู้จัก มาทำความเข้าใจไปพร้อม ๆ กันดีกว่าว่า อาหารคีโตคืออะไร

เทรนด์การลดน้ำหนักคีโต คืออะไร
อาหารคีโต คือ การกินอาหารไขมันสูง และกินคาร์โบไฮเดรตให้น้อยที่สุด เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับไขมันแทนคาร์โบไฮเดรต ทำให้ร่างกายเข้าสู่กระบวนการเผาผลาญที่เรียกว่า คีโตซิส ทำให้ร่างกายดึงพลังงานจากไขมันมาใช้แทนพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาล นอกจากนิ้การกินอาหารคีโต ยังทำให้ระดับน้ำตาลและอินซูสินในเลือดลดลง เป็นผลดีต่อร่างกาย

ประเภทของการกินคีโต
Standard ketogenic diet (SKD): เป็นการกินคีโตที่เน้นไขมัน 75% โปรตีน 20% และคาร์โบไฮเดรต 5%
Cyclical ketogenic diet (CKD): เป็นการกินคีโตแบบ 5 วันกินอาหารคีโต อีก 2 วันกินอาหารคาร์โบไฮเดรตสูง
Targeted ketogenic diet (TKD): เป็นการกินอาหารคีโตที่สามารถเพิ่มคาร์โบไอเดรตในช่วงออกกำลังกายได้
High-protein ketogenic diet: เป็นการกินคีโตที่คล้ายแบบ SKD แต่มีการเพิ่มปริมาณโปรตีนเข้าไป เป็น ไขมัน 60% โปรตีน 35% และคาร์โบไฮเดรต 5%
ซึ่งการกินอาหารคีโตที่ได้รับความนิยมจะมีอยู่ 2 แบบคือแบบ Standard และ High-protein ส่วนอีก 2 แบบที่เหลือจะเหมาะกับคนที่เป็นนักกีฬามากกว่า

เมนูอาหารคีโต 7 วัน

เมนูอาหารคีโต: วันที่ 1
เช้า: เบคอนทอด ไข่ดาว มะเขือเทศ
กลางวัน: เนื้อไก่ กินกับสลัด
เย็น: เนื้อปลาแซลมอน หรือปลาอื่น ๆ พร้อมหน่อไม้ฝรั่งย่าง

เมนูอาหารคีโต: วันที่ 2
เช้า: บวบผัดไข่
กลางวัน: สลัดไก่ทอด พร้อมบรอคโคลี
เย็น: สปาเกตตี้คาโบนาร่าเส้นบุก

เมนูอาหารคีโต: วันที่ 3
เช้า: ไข่เจียว กับนมอัลมอนด์
กลางวัน: สเต็กหมูย่าง ไข่กวนกับเนยถั่วและผักสลัด
เย็น: ต้มข่าไก่

เมนูอาหารคีโต: วันที่ 4
เช้า: นมอัลมอนด์ ไข่ต้ม
กลางวัน: หมูทอดน้ำปลา กับสลัด
เย็น: แซลมอนย่างเห็ดออรินจิ

เมนูอาหารคีโต: วันที่ 5
เช้า: ไข่กระทะ ใส่หมูสับ
กลางวัน: แกงส้มกุ้งผักบุ้ง
เย็น: คอหมูอบ กับไข่ม้วน

เมนูอาหารคีโต: วันที่ 6
เช้า: ไข่ตุ๋นหน้าหมูสับ
กลางวัน: ตำแตงกวา ไก่ทอด
เย็น: ก๋วยเตี๋ยวหมูเส้นบุก

เมนูอาหารคีโต: วันที่ 7
เช้า: ผักโขมอบชีส
กลางวัน: ผัดคะน้าหมูกรอบ
เย็น: ยำกุ้งเส้นแก้ว

การกินคีโต ห้ามกินอะไรบ้าง (กินได้เพียง 5%)
อาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ: น้ำอัดลม น้ำผลไม้ เค้ก ไอศกรีม ลูกอม ฯลฯ
อาหารประเภทแป้ง: ขนมปังขาว ข้าว (หากจะทานแนะนำให้ทานเป็นข้าวกล้องแดง) เส้น ฯลฯ
ผลไม้: ผลไม้แทบทุกชนิด ยกเว้น เนื้อมะพร้าว อะโวคาโด ตระกูลเบอรี่ อย่างมะยม สตรอเบอรี่ ฯลฯ
พืชหัว: แครอท มันฝรั่ง มันหวาน ฯลฯ
ถั่วที่เป็นฝัก: ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแระ ฯลฯ
ซอสและน้ำจิ้ม: ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มแจ่ว ซอสบาร์บีคิว ฯลฯ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: เพราะในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักจะมีคาร์โบไฮเดรตอยู่ด้วย

การกินคีโต ต้องกินอะไรบ้าง

เนื้อ: เนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อปลา เนื้อปลาติดมัน แฮม เบคอน และไข่
ผัก: ผักใบเขียว มะเขือเทศ เห็ด กะหล่ำดอก บรอคโคลี หน่อไม้ฝรั่ง
ไขมัน: น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันหมู น้ำมันพืช กะทิ
ถั่วเมล็ดเดี่ยว: อัลมอนด์ พิชทาชิโอ วอลนัท เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (แต่ไม่ควรกินเยอะ) แมคคาเดเมีย
ผลไม้: อะโวคาโด มะกอก เนื้อมะพร้าว มะนาว เลมอน ตระกูลเบอรี่ยกเว้น บลูเบอรี่ และเชอรี่
เครื่องดื่ม: น้ำเปล่า ชา กาแฟ น้ำโซดา น้ำมะนาว นมอัลมอนด์ เครื่องดื่มจากผงคาเคา
ผลิตภัณฑ์จากนม: ชีส วิปครีม ครีมชีส เนยแท้

 

วิตามินซี กินตอนไหน” เพื่อเหมาะกับร่างกายของเรา

ควรทาน วิตามินซี หลังอาหารเช้า เพราะช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมงเช้าจะเป็นเวลาที่ดีที่สุด เพราะร่างกายจะดูดซึมสารอาหารต่างๆได้ดีที่สุดช่วงเวลานี้
ควรทานวิตามินซีหลังอาหารเพราะวิตามิน ซี ที่ร่างกายดึงไปใช้ได้นั้นจะต้องมีตัวนำพา เช่น อาหาร ผักใบเขียว ผลไม้ต่าง ๆ ที่ให้วิตามิน ซี สูง ซึ่งถ้าทานวิตามิน ซี ตอนท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีตัวนำพาหรือตัวให้ดูดซึม สุดท้ายน้ำที่เราดื่มเข้าไปก็จะไปละลายวิตามิน ซี และสุดท้ายวิตามิน ซี ก็จะโดนขับออกเป็นปัสสาวะ

ควรหลีกเลี่ยงการทานวิตามินซี ตอนท้องว่าง เพราะวิตามิน ซี มีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรากินตอนท้องว่าง และไม่ควรกินวิตามิน ซี ก่อนนอน ในบางการค้นคว้าพบว่า วิตามิน ซี อาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ

“การกินวิตามิน ซี เม็ด 1,000 มิลลิกรัม ทุกวันมีผลดีหรือไม่”
เราสามารถที่จะทานวิตามิน ซี ได้ทุกวันเพราะวิตามิน ซี สามารถขับออกจากร่างกายได้ง่าย “การทานวิตามิน ซี จะทำให้ผิวดีขึ้นกับภูมิคุ้มกันดีขึ้นด้วย ในวิตามินซีนอกจากจะมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ซึ่งช่วยในเรื่องชลอความแก่ ป้องกันการเป็นมะเร็ง ภูมิแพ้ หวัดแล้ว ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย และไม่ตกค้างในร่างกาย” เพราะวิตามิน ซี ส่วนเกินจะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะในที่สุด การทานวิตามิน ซี เป็นประจำจะมีส่วนช่วยทำให้ไม่เป็นภูมิแพ้อากาศอีกเลย

“ปริมาณวิตามินซี ที่ร่างกายต้องการขั้นต่ำต่อวันคือ 60 มิลลิกรัม”
“แพทย์แนะนำให้กินวันละ 1,000 มิลลิกรัม เพื่อประโยชน์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย”
ร่างกายคนเราสามารถดูดซึมวิตามิน ซี ได้ทีละน้อย ๆ เท่านั้น ส่วนที่เหลือจะถูกขับออกไป วิตามินที่ละลายในน้ำเช่น วิตามิน ซี และวิตามินกลุ่มบีทุกชนิด จะไม่สามารถอยู่ในร่างกายได้นาน ร่างกายจะขับออกทุก ๆ 6 ชม.
เวลากินวิตามิน ซี แบบเม็ดจึงควรจะกินแค่ครั้งละเม็ดก็พอ การกินวิตามิน ซี วันละครั้งในปริมาณเยอะ ๆ จะได้ประโยชน์น้อยกว่า การกินวิตามิน ซี ครั้งละน้อย ๆ แต่กินบ่อย ๆ ในเวลาร่างกายปกติ
การกินวันวิตามิน ซี วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารเช้าและเย็นก็เพียงพอแล้ว วิตามินที่กินเข้าไปจะได้ไม่ถูกขับออกมาให้เสียของเปล่า ๆ
ในช่วงที่เป็นหวัดควรกินวันละ 3,000 มิลลิกรัม แบ่งเป็น 3-6 เวลา ตลอดทั้งวัน จะลดความรุนแรงของหวัดได้มากที่สุด 85% ในเวลาปกติถ้าจะกินวิตามิน ซี วันละ 2 มื้อ ควรกินพร้อมอาหารเช้าและเย็น

“สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับวิตามินซี”
วิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ร่างกายคนเราไม่สามารถที่จะสร้างวิตามิน ซี ขึ้นเองได้ เราจึงจำเป็นต้องได้รับวิตามิน ซี จากการรับประทานเข้าไปเท่านั้น
วิตามิน ซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี เพราะวิตามิน ซี สามารถป้องกันและรักษาการอักเสบอันเนื่องมาจากแบคทีเรียและไวรัสได้
ปริมาณวิตามิน ซี ที่ควรได้รับในแต่ละวัน
ร่างกายคนเราควรจะได้รับวิตามิน ซี ในแต่ละวันแตกต่างกันตามวิถีชีวิตและความแข็งแรงของสุขภาพร่างกายของแต่ละคน

• ถ้าร่างกายมีอาการของหวัด เป็นโรคภูมิแพ้ หรือร่างกายอ่อนแอ ควรจะได้รับวิตามิน ซี วันละ 1,000 – 2,000 มิลลิกรัม
• ถ้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ หรือมีความเครียดสูง ควรจะได้รับวิตามิน ซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม
• หรือถ้าต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพ ควรจะได้รับวิตามิน ซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม

ตัวอย่าง ปริมาณการทานผลไม้ที่ให้วิตามินซี 500 มิลลิกรัม เช่น
ส้มผลกลาง 7 ผล, กีวี่ผลกลาง 7 ผล, สตรอเบอร์รี่ 7 ถ้วย, น้ำส้มคั้น 8 ถ้วย เป็นต้น

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget