รู้เรื่องรังสี UV

พลังงานจากดวงอาทิตย์ที่ส่องมายังโลก เป็นพลังงานที่มาในรูปการแผ่รังสีของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic radiation) รังสี UV ที่แผ่ออกมานี้มีแถบความยาวคลื่น (Wavelength)ต่างๆกัน ทำให้เกิดพลังงานที่แตกต่างกัน
แบ่งได้เป็น 3 จำพวกใหญ่ ๆ ได้แก่

1) รังสีในช่วง UV
2) รังสีในช่วงที่มองเห็นได้ (Visible light)
3) รังสีในช่วงอินฟราเรด (Infrared)รังสีในช่วง UV (ช่วงความยาวคลื่น100-400 nanometers)

1. รังสีในช่วง UV (ช่วงความยาวคลื่น 100-400 nanometers)
รังสีในช่วง UV นั้นไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่แท้จริงแล้วมีความร้อน และมีผลโดยตรงต่อผิวหนังของมนุษย์ ทำให้เม็ดสีในผิวหนังเปลี่ยนแปลง รวมถึงก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนัง หรือเรียกรังสีช่วงนี้ว่า UV 400 (Ultraviolet 400) ก็คือ ช่วงความยาวคลื่นของรังสียูวีทั้งหมด นับตั้งแต่ความยาวคลื่น 100 – 400 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงคลื่นความยาวที่สามารถผ่านชั้นบรรยากาศสู่พื้นผิวโลกได้ พร้อมทั้งยังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกได้อีกด้วย  โดยใน รังสี UV400 นั้นยังประกอบไปด้วยรังสี UVC, UVB, UVA และ UV-Tmax

  • UVC : ช่วงความยาวคลื่น 100 – 280 นาโนเมตร เป็นคลื่นรังสีที่อันตรายแต่ไม่สามารถผ่านเข้าสู่พื้นผิวโลกได้  อันเนื่องมาจากถูกชั้นโอโซนดูดซัพเอาไว้
  • UVB : ช่วงความยาวคลื่น 280 – 315 นาโนเมตร เป็นรังสียูวีที่มีคลื่นความยาวสั้นแต่พลังงานสูง มีอยู่ 5% ในแสงแดด สามารถทะลุผ่านชั้นโอโซนมาได้แต่ก็ผ่านมาได้ไม่ทั้งหมด โดยส่งผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ การเปลี่ยนสีผิวที่ชัดเจนเมื่อสัมผัสกับแดดโดยตรง เกิดการหลุดลอกของชั้นผิวหนังกำพร้า
  • UVA : อยู่ในช่วงความยาวคลื่น 315-400 นาโนเมตร มีมากถึงกว่า 90 % ในแสงแดด ส่งผลกระทบต่อผิวหนังของมนุษย์ โดยจะทำลายคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ก่อให้เกิดรอยเหี่ยวย่น จุดด่างดำ
  • UV-Tmax : อยู่ในช่วงความยาวคลื่น 380-400 นาโนเมตร ถึดจากจาก UVA ซึ่งนับเป็นช่วงความยาวคลื่นที่อันตรายที่สุดและมีความเข้มข้นสูง ส่งผลกระทบต่อระบบเซลล์ใต้ชั้นผิวหนังนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของ DNA อันเป็นเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง

ซึ่งรังสีในช่วงนี้โดยปกติรังสีในช่วง UV คิดเป็น 3% ของพลังงานทั้งหมดของดวงอาทิตย์ที่แผ่มายังโลก

2. รังสีในช่วงที่มองเห็นได้ หรือ Visible light (ช่วงความยาวคลื่น 380-780 nanometers)
รังสีในช่วงที่มองเห็นได้นี้ ก็คือแสงอาทิตย์นั้นเอง รังสีในช่วงนี้จึงมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างมาก เพราะเป็นรังสีช่วงเดียวจากดวงอาทิตย์ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จำแนกแบ่งรังสีชนิดนี้ได้ 7 ชนิดตามแถบความยาวคลื่น ซึ่งเรามักจะคุ้นเคยกับแถบทั้ง 7 ชนิดของรังสีชนิดนี้อยู่แล้ว นั้นก็คือแถบ 7 สีของสายรุ้งนั้นเอง ประกอบไปด้วยสี ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ตามลำดับ รังสีในช่วงนี้มีทั้งความสว่างที่มนุษย์ต้องการ และความร้อนที่เราไม่ต้องการ

นอกจากนี้แล้ว ช่วงความยาวคลื่น 400-500 เรายังพบช่วงแสงสีฟ้า หรือ Blue Light ซึ่งเป็นช่วงคลื่นที่อันตรายที่สุดต่อดวงตาอีกด้วย ดังนั้นการใช้ฟิล์มกรองแสงที่ป้องกันความร้อนในช่วงรังสีนี้ จะทำให้แสงสว่างที่ส่องผ่านเข้ามาน้อยลงไปด้วย จึงควรเลือกใช้ฟิล์มให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานและความต้องการในการใช้แสง สว่าง โดยปกติรังสีในช่วงที่มองเห็นได้ จะมีพลังงานคิดเป็น 44% ของพลังงานทั้งหมดของดวงอาทิตย์ที่แผ่มายังโลก

3. รังสีอินฟราเรด หรือ Infrared (ช่วงความยาวคลื่น 700-2400 nanometers)
รังสีในช่วงอินฟราเรดเป็นรังสีที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นรังสีที่ให้ความร้อนสูง หรือเป็นคลื่นความร้อนนั่นเอง สามารถรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกว่าร้อน แม้ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่คลื่นความร้อนนี้คิดเป็น 53% ของพลังงานจากดวงอาทิตย์ที่แผ่มายังโลก

จะเห็นได้ว่ารังสีที่แผ่จากดวงอาทิตย์นั้นมีประโยชน์ต่อทุกชีวิตบนโลก อย่าง มาก แต่กระนั้นก็มีโทษมหันต์เช่นกัน ทั้งการก่อปัญหาด้านความร้อนเกินความต้องการ และปัญหาด้านสุขภาพ อาทิเช่นมะเร็งผิวหหนัง ดังนั้นการเลือกอุปกรณ์ที่จะช่วยป้องกันรังสีเหล่านี้ เช่นการติดฟิล์มกรองแสง จึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องศึกษาหาข้อมูลในเรื่องนี้ให้ เข้าใจถ่องแท้เสียก่อน

ติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่

10 ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ แบรนด์ดัง

1. Hi-Kool (ไฮ-คูล) ฟิล์มกรองแสงเทคโนโลยี จากโรงงานอเมริกา ทำสั่งผลิตเองเป็นพิเศษ (Customized Orders) โดย บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด ตอนนี้มีให้เลือกหลายซีรีย์อย่างมาก

การรับประกัน : 7 ปี

2. Super Hi-Cool (ซูเปอร์ ไฮ-คูล) โดย บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด เน้นความเหนือกว่าด้านประสิทธิภาพจากรุ่นปรกติCrystal Vision ที่สุด…แห่งนวัตกรรมฟิล์มกรองแสงรายเดียวที่กัน Infrared สูงสุดถึง 99.99%

อีกระดับของ ฟิล์มกรองแสงเทคโนโลยี ที่ผลิตขึ้นจาก Ceramic และ Metal ทับซ้อนกันถึง 50 ชั้น ด้วยกรรมวิธี Multi-Layers Sputtering ออกมาเป็นฟิล์มกรองแสงที่ ใส เคลียร์ ดั่งคริสตัล พร้อมกันความร้อนสูงสุด จนคุณสัมผัสได้

รับประกัน : 7 ปี

ราคาจำหน่าย (รอบคันตามไซส์รถ) : 24,000-42,000 บาท

3. ICE (ไอซ์) เทคโนโลยีฟิล์มจากญี่ปุ่นจาก Teijin Dupont Films จัดจำหน่ายโดย บริษัท ลีวณิชย์ จำกัด
ผู้อยู่เบื้องหลังของเทคโนโลยี่ ICE Solar Films คือ Teijin Dupont Films ซึ่งเป็นผู้นำในวงการวัสดุศาสตร์ และค้นพบเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังฟิล์ม ICE นี้ ระหว่างที่พัฒนาฟิล์มป้องกันการแอบมอง พวกเขาพบว่าเทคโนโลยีนี้สามารถประยุกต์ใช้กับตลาด ฟิล์มกรองแสงเทคโนโลยี สำหรับหน้าต่างอาคาร

ซึ่งมีความต้องการคุณสมบัติการกรองแสงที่แตกต่างกันไป โครงการวิจัยและพัฒนาเป็นเวลากว่าสองปีของ Teijin Dupont Films เป็นผลให้ ICE Solar Films กำเนิดขึ้น

ประเด็นสำคัญในการทำงานของ ICE อยู่ที่เทคโนโลยีการเคลือบแบบ Sputtering หลายชั้น โลหะมีค่าหลายชั้นเช่นซิลเวอร์อัลลอยและอินเดียมออกไซด์จะเคลือบอยู่บนโพลี เอสเตอร์ใสมาก ด้วยวิธีการที่เรียกว่า Sputtering ชั้นของโลหะมีค่าเหล่านี้มีความหนาเท่ากับอะตอมเท่านั้น

ซึ่งเราทำการเคลือบเช่นนี้หลายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าการเคลือบเป็นไปอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งแผ่นฟิล์มและแผ่น ฟิล์มยังคงความใสอยู่

ราคาจำหน่าย (รอบคันตามไซส์รถ) : 31,500-47,500 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติมของทั้ง 3 แบรนด์ facebook : Comclubhikoolfilm

4. 3M (สามเอ็ม) ผู้ให้กำเนิดฟิล์มติดรถยนต์รายแรกของโลก เมื่อ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2509 มักจะเป็นแบรนด์แรก ๆ เมื่อได้รับของแถมเป็นการติดฟิล์มรอบคัน มี 4 รุ่นให้เลือก
3M Ceramic Series หนาและทนทานที่สุดในตระกูลเซรามิค ป้องกันทั้งรังสียูวีและรังสีอินฟราเรต เป็นฟิล์มเซฟตี้หนา 2.5 มิว (Mil) ป้องกันแตกของกระจก ไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอล
3M Crystalline Series ฟิล์มกันความร้อนสูงสำหรับรถยนต์
3M Scotchtint Series กันความร้อนดี มีให้เลือกหลายสี
3M Smart Series FX Series ฟิล์มใสที่มีประสิทธิภาพในการกันความร้อนได้สูง
ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : 3MThailand

5. Lamina (ลามิน่า) ฟิล์มกรองแสงกลุ่มพิเศษลูม่าร์โดยตรงจากบริษัทผู้ผลิตประเทศสหรัฐอเมริกา CP Films Inc. ในเครืออีสต์แมน เคมิคัล นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) มีหลากหลายซีรีส์ให้เลือก
Lamina Pop Series รุ่นเริ่มต้น ไม่กวนสัญญาณดิจิตอล
Lamina Genius Series ฟิล์มใสเป็นพิเศษ เนื้อฟิล์มมีสีสัน ไม่กวนสัญญาณดิจิตอล
Lamina Executive Series ฟิล์มเข้ม สำหรับผู้บรืหาร ไม่กวนสัญญาณดิจิตอล
Lamina Mystery Series เข้มในภายนอก ใสภายใน โทนสีมิสเทียเรียส เทาดำ เฉพาะ Lamina Mystery Series ไม่กวนสัญญาณดิจิตอล
Lamina Special Series ฟิล์มกรองแสงผสมด้วยเซรามิค คุณภาพสูง สีสันสวยงาม
และมีจุดเด่น เรื่องการไม่รบกวนสัญญาณดิจิดอล

ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : FilmLamina

6. Xtra-Cole (เอ็กซ์ตร้า-โคล) ฟิล์มกรองแสงจากประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท Johnson Window Films, Inc. นำเข้าและจัดจำหน่ายโดย บริษัท อินเตอร์มาร์ค บิสซิเนส
Xtra-Cole Global Series กันความร้อนสูง ไม่รบกวนสัญญาณดิจิดอล
Xtra-Cole Flash Series มีความเงา หลากหลายสีสัน
Xtra-Cole Sport Series กันร้อน มีค่าสะท้อนปานกลาง
Xtra-Cole Smart Series กันร้อน ค่าสะท้อนแสงน้อย สีเรียบ
ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : Xtracolefilms

7. V-Kool (วี-คูล) ฟิล์มกรองแสงจากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นแบรนด์ของ Eastman Chemical Company (อีสต์แมน เคมิคัล คอมพานี) โดยตรง ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย วีคูล กรุ๊ป ไทยแลนด์ รับประกัน : 5 ปี
V-KOOL SOLITAIRE ENERGY PACKAGE สินค้าดีที่สุดจากฟิล์ม V-KOOL ให้คุณสมบัติใส และการกันความร้อนที่ดีเยี่ยม
V-KOOL ECO STATURE PACKAGE สำหรับผู้ต้องการความเป็นส่วนตัวในการขับขี่แต่ยังคงให้ประสิทธิภาพที่ดีในการกันความร้อน
V-KOOL OZONE SIGNATURE PACKAGE สินค้าสำหรับผู้ชอบฟิล์มสีที่หลากหลายและให้ความรู้สึกทันสมัยแต่ยังให้ประสิทธิภาพกันร้อนที่ดี
ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : VKoolGroup

8. Cardinal (คาร์ดินอล) ฟิล์มกรองแสงจากอเมริกาพัฒนาโดย Plastic View International Inc. ผลิต OEM ให้กับบริษัท อินนิแฟตโต้ จำกัด สร้างแบรนด์เมื่อปี 2011
รับประกัน : 15 ปี ถึงตลอดอายุการใช้งาน

Cardinal Tuxedo ฟิล์มเซรามิคดำเกรดพรีเมี่ยม ดำสนิทจากด้านนอก ทัศนวิสัยคมชัดจากด้านใน ไม่กวนสัญญาณ GPS หรือ Easy Pass
Cardinal Tuxedo Plus ฟิล์มรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี Nano Infusion ผสมอณูเซรามิกพิเศษเข้าไปเนื้อฟิล์มโดยตรงแทนการเพิ่มชั้นฟิล์ม กันร้อนได้ดีกว่า และชัดกว่าเดิม ดำสนิทจากด้านนอก วิสัยคมชัดจากด้านใน ไม่กวนสัญญาณ GPS หรือ Easy Pass
Cardinal SEVEN เป็นฟิล์มเซรามิคคาร์บอนผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Solar Selective Organic Coatinให้เฉพาะแสงที่จำเป็น กันรังสีความร้อนอันตรายอื่น ๆ
ออก ไม่กวนสัญญาณ GPS หรือ Easy Pass

ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : Cardinalfilmthailand

9. HuperOptik (ฮิวเปอร์ ออพติค) ฟิล์มกรองแสงจากเยอรมันโดย HüperOptik International Pte Ltd ก่อนตั้งเมื่อค.ศ. 1997 หนึ่งในบริษัทลูกของ Eastman Chemical Company (อีสต์แมน เคมิคัล คอมพานี)
Huper Ceramic ฟิล์มใส ซึ่งไม่บดบังทัศนวิสัยในการขับขี่ และยังสามารถสะท้อนแสงได้เป็นอย่างดี
Huper-klassisch ฟิล์มใส เพิ่มความสบายให้กับดวงตามากยิ่งขึ้น แต่ยังคงความโปร่งใส
Huper-klassisch Black สำหรับความเป็นส่วนตัวสูง แต่ยังคงประสิทธิภาพการมองเห็นที่ชัดเจน
ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : HuperOptikTH

10. SolarFX (โซลาร์เฟ็กซ์) ฟิล์มกรองแสงจากประเทศสหรัฐอเมริกาโดย SolarFX Window Films รับประกัน : 18 ปี
SolarFXFXtreme Ceramic Series ฟิล์มดำเซรามิคที่มีคุณภาพสูง สะท้อนแสงต่ำ สีดำสนิท สวยงาม ให้ความเป็นส่วนตัว หรูหรา ไม่รบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุต่าง ๆ เช่น GPS , Easy Pass
SolarFXFXtreme Charcoal Ceramic ฟิล์มใสคุณภาพสูง กันความร้อนเทคโนโลยี นาโน เซรามิค ไม่รบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุต่าง ๆ เช่น GPS, Easy Pass
ข้อมูลเพิ่มเติม facebook.com : SolarFXThailand

สุดท้ายก็อยากแนะนำว่า รุ่นกลาง ๆ กำลังเหมาะ หาเฉดสีที่ชอบ ที่เข้ากับสีรถ ดูความเข้มที่ต้องการ สำหรับท่านที่มีปัญหาทางด้านสายตา อย่าลืมนึกเวลาที่ต้องขับรถยามค่ำคืน หรือ การเข้าที่จอดรถตามห้างสรรพสินค้าชั้นใต้ดิน

ซึ่งอาจจะเลือกติดฟิล์มที่กันร้อนได้ดีแต่สีไม่เข้มมากเกินไป และหาตัวช่วยอย่างเช่น ม่านบังแดดรถยนต์ ที่เดี๋ยวนี้มีแบบตรงรุ่นรถกันเลยมาเป็นออฟชั่นเสริมก็ดีนะครับ จากนั้นโทรศัพท์ไปติดต่อเรื่องราคา บางรุ่นอาจจะมีร้านที่ติดตั้งน้อย แต่สำหรับคนมีรถแล้วไม่ลำบากเกินไปแน่นอนครับ อำนาจในการเลือกฟิล์มติดรถคู่ใจอยู่ในมือคุณแล้ว

ฟิล์มติดรถยนต์ ได้รับมาตรฐานทั่วโลก

ติดฟิล์มรถยนต์ โดยช่างไม่ผ่านคนกลาง แถมได้รับมาตรฐาน

เราจะเลือก ติดฟิล์ม กี่เปอร์เซ็นต์ดี
การจะเลือกชนิดของฟิล์มว่าปวดหัวแล้ว แต่เลือกเปอร์เซ็นต์ฟิล์มกลับยิ่งปวดหัวกว่า แล้วคำว่าเปอร์เซ็นต์ ๆ นี่มันหมายความว่าอะไร เรามาทำความรู้จักกับมันกัน

คำว่าเปอร์เซ็นต์ฟิล์ม มีความหมายว่า ความเข้มของฟิล์มที่ยอมให้แสงสามารถส่องผ่านเข้ามาได้ ปัจจุบันแบ่งได้เป็น 3 ชนิดคือ 40, 60 และ 80 ใช้ในการเรียกระดับความเข้มของฟิล์มซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอนในการวัด แต่ละยี่ห้อก็กำหนดแตกต่างกันอีก แต่พอจะสรุปออกมาได้ดังนี้

ฟิล์ม 40% คือฟิล์มที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ 35% ขึ้นไป
ฟิล์ม 60% คือฟิล์มที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 20%
ฟิล์ม 80% คือฟิล์มที่มีค่าของแสงส่องผ่านได้ประมาณ 5%

หรือสรุปก็คือค่าเปอร์เซ็นต์ยิ่งสูงก็ยิ่งกันแสงแดดได้มาก แต่ก็จะยิ่งทึบมากขึ้นตามไปด้วย
สำหรับประเทศไทย กฎหมายอนุญาตให้ติดฟิล์มกระจกบังหน้าที่มีความเข้มไม่เกิน 40% และไม่เกิน 60% สำหรับกระจกบานอื่น

ดังที่ได้กล่าวมาแล้วของอันตรายของคลื่นความร้อนและรังสียูวีที่นอกจากจะทำลายรถยนต์ที่คุณรัก ยังเป็นอันตรายต่อทั้งตัวคุณและคนที่คุณรักอีกด้วย การติดฟิล์มกรองแสงจึงมีความสำคัญ นอกจากจะช่วยปกป้องรถของคุณ มันยังช่วยป้องกันสุขภาพของคนที่อยู่ภายในห้องโดยสารให้พ้นจากอันตรายที่ไม่พึงประสงค์จากความร้อนและรังสียูวี

อย่าละเลยอันตรายที่ดูเล็กน้อยเหล่านี้ เพราะสิ่งใดที่ได้รับซ้ำบ่อยๆ วันหนึ่งมันอาจจะขยายปัญหาจนยากที่จะควบคุม

ศูนย์ทดสอบฉลาดซื้อ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ร่วมกับห้องปฏิบัติการมาตรฐานทางแสงและอุณหภูมิ ศูนย์ทดสอบและมาตรวิทยา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เคยทำการทดสอบประสิทธิภาพกรองแสงของการติดฟิล์มรถยนต์ 6 ยี่ห้อยอดนิยม ดังนี้

3M รุ่น FX20
Lamina รุ่น ARL20C
Hi-Kool รุ่น MO 15 HC
Xtra-Cole รุ่น XC 20 NE
FuchiCool รุ่น C 60 B
ไม่มียี่ห้อ รุ่น ไม่มีปรอท

ฟิล์มติดรถยนต์ เชียงใหม่ราคาถูกได้มาตรฐาน

ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ มีกี่ประเภท ยี่ห้อไหนดี ราคาเท่าไหร่ มาดูกันพร้อมผลทดสอบ

เพิ่งออกรถใหม่ อยาก ติดฟิล์มกรองแสงรถยนต์ แต่ไม่รู้ฟิล์มรถยนต์ยี่ห้อไหนดี ราคาประมาณเท่าไหร่ เป็นคำถามยอดฮิตที่คุณมักจะได้ยินกันบ่อยๆ วันนี้เราจึงเอาข้อมูลของฟิล์มติดรถยนต์ยอดนิยมมาแนะนำ พร้อมสาระสำคัญการติดฟิล์มรถยนต์

อายุการใช้งาน ของฟิล์มติดรถยนต์
คุณสมบัติเบื้องต้นของฟิล์มกรองแสง คือ ช่วยป้องกันแสงและความร้อนเข้าสู่ภายในตัวรถยนต์ ซึ่งพอใช้ไปนานๆ การป้องกันรังสียูวีจะลดลงเรื่อยๆ โดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานอยู่ 5 ปี สังเกตได้จากสีของฟิล์มจะซีดลง

ซึ่งทำให้ภายในรถยนต์ร้อนขึ้น ทั้งที่เปิดแอร์เท่าเดิม นั่นเป็นตัวบ่งบอกว่า ควรเปลี่ยนฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ได้แล้ว

ข้อสังเกตง่ายๆเมื่อฟิล์มกรองแสงหมดอายุการใช้งาน
สีฟิล์มซีด
ฟิล์มฟองเป็นจุดๆ
เกิดรอยยับย่นบนเนื้อฟิล์ม เมื่อพบอาการแบบนี้ควรรีบเปลี่ยนฟิล์มกรองแสง เพราะมันเกี่ยวข้องกับวิสัยทัศน์ในการขับรถยนต์ในช่วงกลางวันและกลางคืนด้วย
วิธีการเลือก ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์
การเลือกฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ หลักๆเลย คือความต้องการของผู้ใช้ และงบประมาณที่มีในกระเป๋า อันนี้สำคัญมาก แต่ถึงยังไงก็ยังมีองค์ประกอบอื่นที่ควรนำมาพิจารณาในการเลือกฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ด้วย

ได้มาตรฐานการผลิต มีความน่าเชื่อถือ ดูจากคนใกล้ชิดที่เคยใช้มาก่อน
คุณสมบัติของฟิล์มตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน เช่น บางคนชอบฟิล์มเปอร์เซ็นต์สูง ต่ำไม่เท่ากัน
เลือกเข้ากับประเภทและสีของรถยนต์ เนื่องจากฟิล์มมีหลายสีหลายประเภทให้เลือก จึงต้องดูที่รถยนต์ของเราเป็นส่วนประกอบในการเลือกด้วย เพื่อจะทำรถยนต์ของเราดูสวยน่ามองขึ้น คล้ายๆกับการแต่งตัวให้รถยนต์
ราคา ข้อนี้สำคัญมาก เราควรเลือกติดฟิล์มให้เหมาะสมตามงบประมาณที่เรามี บางครั้งได้ฟิล์มคุณภาพดีแต่เป็นหนี้มาก็ไม่คุ้มเหมือนกัน
เลือกร้านที่มีช่างที่มีความชำนาญ ก่อนติดฟิล์ม ถามช่างก่อนเลยว่า เคยติดฟิล์มประเภทที่เราต้องการมาก่อนไหม เพราะช่างบางคนก็ถนัดติดเฉพาะบางยี่ห้อ เลือกฟิล์มได้แล้ว แต่ได้ช่างไม่มีความชำนาญ ก็เสียของเปล่าๆ

ฟิล์มติดรถยนต์ ราคาถูกได้รับมาตรฐานโลก

ติดฟิล์มรถยนต์ กันแดดกันร้อน ฟิล์มรถยนต์ 2020 ยี่ห้อไหนดี

ติดฟิล์มรถยนต์ เลือกยี่ห้อไหนดี ฟิล์มรถยนต์ 2020 มีแบบไหน แบรนด์ไหนน่าใช้บ้าง จะเลือก ฟิล์มกระจกรถ ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกันร้อน ติดฟิล์มรถยนต์ มีราคาเท่าไหร่ ยี่ห้อไหนน่าสนใจ
ฟิล์มรถยนต์เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีความสำคัญและมีส่วนช่วยในการดูแลรักษา รถยนต์ โดยเฉพาะภายในห้องโดยสาร เพราะสภาพอากาศในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นหน้าร้อน หน้าฝน หรือหน้าหนาว ในเมือง หรือต่างจังหวัด ต่างก็มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงคือแสงแดดที่ร้อนแรง ซึ่งเป็นตัวเพิ่มอุณหภูมิภายในรถยนต์และยังมีส่วนทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารเสื่อมสภาพเร็วด้วย

1. Suncool Nano Carbon Mineral

ฟิล์มรถยนต์

ฟิล์มคาร์บอนผสมหินแร่ ทำให้เนื้อฟิล์มมีสีดำเข้มแต่ภายในเคลียร์ใส ทัศนวิสัยการมองดีเยี่ยม ช่วยตัดแสงเวลากลางวัน ลดอุณหภูมิในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี รองรับการใช้งาน Easy Pass และ GPS มีทั้งหมด 3 ระดับความเข้มคือ 40% 60% และ 80%

ราคาจำหน่าย (รอบคันตามไซส์รถ)

– รถเก๋งซีดาน ประมาณ 14,000 – 16,500 บาท
– รถกระบะ ประมาณ 8,000 – 12,000 บาท
– รถ SUV, MPV และรถตู้ ประมาณ 18,000 – 20,000 บาท

2. WINCOS Premium IR Series

ฟิล์มรถยนต์

ฟิล์มกรองแสงกันร้อนระดับสูงสุดจากประเทศญี่ปุ่น สามารถป้องกันความร้อนจากรังสีอินฟราเรดสูงสุด 97% และรังสี UV ได้มากกว่า 99% พร้อมให้วิสัยทัศน์ในการขับขี่ชัดเจนจากเทคโนโลยี Anti Glare ที่ช่วยลดแสงสะท้อนภายในห้องโดยสาร และยังเป็นฟิล์มนิรภัยด้วยเนื้อฟิล์มแบบ Shatter Proof ป้องกันอันตรายจากการแตกร้าวตามมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น และไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอลใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้ง GPS, Easy Pass และ Google Map

ราคาจำหน่าย (รอบคันตามไซส์รถ)

– รถเก๋งซีดาน ประมาณ 24,000 – 26,000 บาท
– รถกระบะ ประมาณ 21,500 – 23,000 บาท
– รถ SUV, MPV และรถตู้ ประมาณ 26,000 – 34,000 บาท

3. Super Hi-Kool Crystal Vision Series

ฟิล์มรถยนต์

ฟิล์มรถยนต์ที่ผลิตขึ้นจากเซรามิคและโลหะทับซ้อนกันถึง 50 ชั้น ด้วยกรรมวิธี Multi-Layers Sputtering ออกมาเป็นฟิล์มกรองแสงที่ ใส เคลียร์ เย็นสบายตา ภายในห้องโดยสารมีทัศนวิสัยคมชัด และภายนอกสีเข้มสวย ให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมกับประสิทธิภาพกันความร้อนและรังสีอินฟราเรดสูงสุด 99% และไม่รบกวนสัญญาณดิจิตอล

ราคาจำหน่าย (รอบคันตามไซส์รถ)

– รถเก๋งซีดาน ประมาณ 24,000 – 30,500 บาท
– รถกระบะ ประมาณ 20,500 – 25,500 บาท
– รถ SUV, MPV และรถตู้ ประมาณ 28,000 – 42,000 บาท

4. Lamina Digital Ceramatrix

ฟิล์มรถยนต์

ฟิล์มรถยนต์แบบเซรามิคที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี Ceramatrix ลิขสิทธิ์เฉพาะของลามิน่ามาตรฐานอเมริกา ISO 9001 ให้มุมมองที่เป็นธรรมชาติทั้งภายนอกและภายใน โทนสีแบบ Soft Charcoal ทำให้ไม่เกิดเงาสะท้อนหลอกตาขณะขับขี่ รองรับสัญญาณดิจิตอลทุกชนิดทั้ง GPS, Easy Pass และระบบนำทางผ่านดาวเทียม

ราคาจำหน่าย (รอบคันตามไซส์รถ)

– รถเก๋งซีดาน ประมาณ 20,000 – 30,000 บาท
– รถกระบะ ประมาณ 20,00 – 23,000 บาท
– รถ SUV, MPV และรถตู้ ประมาณ 25,000 – 35,000 บาท

5. 3M Ceramic Ultra Clear

ฟิล์มรถยนต์

ฟิล์มรถยนต์แบบเซรามิก เนื้อฟิล์มใส ภายนอกสีเข้มแต่ภายในมองเห็นอย่างชัดเจน เคลือบชั้นป้องกันรังสีอินฟราเรดและสามารถสะท้อนรังสี UV ได้ถึง 99% ไม่มีผลกระทบต่อสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เช่น WiFi, Bluetooth, RFID และสัญญาณโทรศัพท์ แต่อาจมีผลกับระบบสัญญาณอินฟราเรดที่มีความยาวคลื่นระหว่าง 900 – 1,100 นาโนเมตร

ราคาจำหน่าย (รอบคันตามไซส์รถ)

– รถเก๋งซีดาน ประมาณ 22,000 – 29,000 บาท
– รถกระบะ ประมาณ 20,000 – 22,000 บาท
– รถ SUV, MPV และรถตู้ ประมาณ 25,000 – 33,500 บาท

ในกรณีที่เป็นรถใหม่ป้ายแดง เราสามารถสอบถามทางค่ายรถได้ก่อนว่าจะติดตั้งฟิล์มรถยนต์แบบไหนให้กับเรา หรือสามารถแจ้งชนิดของฟิล์มรถยนต์ที่เราต้องการเพื่อความเรียบร้อยในวันออกรถ ทั้งนี้หากฟิล์มรถยนต์ที่เราต้องการต่างไปจากที่ค่ายรถติดตั้งไว้เดิมอาจมีการเพิ่มเติมในเรื่องของค่าใช้จ่าย

หรือหากใช้รถมาระยะหนึ่งแล้ว และต้องการเปลี่ยนฟิล์มรถยนต์ สามารถสอบถามราคาติดตั้งเพิ่มเติมได้ที่อู่รถยนต์ หรือหน้าศูนย์บริการติดตั้งฟิล์มรถยนต์ได้เลย เพราะแต่ละที่อาจจะมีโปรโมชั่นส่วนลดที่แตกต่างกัน

ฟิล์มติดรถยนต์ ราคาถูกมันใจในคุณภาพ

ทุกคนรู้ยังว่า ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ ก็มีวันหมดอายุนะจ๊ะ

ฟิล์มกรองแสง
ฟิล์มกรองแสง

ฟิล์มกรองแสง รถยนต์ ที่เราติดมาเพื่อกันความร้อนนั้น จะมีใครรู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้วมันก็มีวัน หมดอายุ เหมือนกัน ส่วน อายุการใช้งาน จะมีกี่ปีนั้นลองมาหาคำตอบกันได้เลย

เป็นที่รู้กันว่าคุณสมบัติของฟิล์มกรองแสงนั้น ก็คือป้องกันความร้อน และกรองรังสี UV ซึ่งอายุการใช้งานของฟิล์มกรองแสงรถยนต์นั้น ส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุการใช้งานประมาณ 5 – 7 ปี หลังจากนั้นฟิล์มก็จะเริ่มเสื่อมสภาพไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายคุณสมบัติที่มีก็จะหมดไปในที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอายุการใช้งานจะยาวนานแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิล์มและการใช้งานในแต่ละคนด้วย และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญก็คือสภาพอากาศถ้ามีอุณหภูมิที่ร้อนจัดก็มีส่วนที่ทำให้ฟิล์มกรองแสง เสื่อมสภาพ ได้เร็วเช่นกัน

ส่วนวิธีการสังเกตว่าฟิล์มกรองแสงเสื่อมสภาพหรือไม่นั้นก็มีดังนี้

  1. สีของฟิล์มจะซีดจางลงเรื่อยๆ ตามลำดับ ถ้าในกรณีที่เป็นฟิล์มดำ สีก็จะเปลี่ยนเป็นสีออกม่วงๆอย่างชัดเจน
  2. สังเกตจากอุณหภูมิในรถ ถ้าเปิดแอร์เท่าเดิม แต่รู้สึกว่าแอร์ไม่เย็น นี่ก็อาจเป็นสัญญานอย่างหนึ่งที่บอกถึงความเสื่อมสภาพของฟิล์มกรองแสงได้เช่นกัน
  3. ในบางยี่ห้อผิวของฟิล์มที่จะไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม โดยจะมีผิวที่หยาบขึ้น มีรอยยับ หรือบางทีก็อาจจะพองลักษณะเป็นฟองอากาศเป็นจุดๆ
  4. ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดีเท่าที่ควร ในบางยี่ห้ออาจจะถึงขั้นทำให้เห็นเป็นภาพซ้อนเลยก็มี

ฟิล์มติดรถยนต์ ราคาถูกมากๆ

วิธีดูแลรักษาฟิล์มรถยนต์

ติดฟิล์มรถยนต์ กันแล้ว ดูแลรักษาอย่างไร ให้คุณภาพคงทนยาวนาน

ในปัจจุบันฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน ซึ่งฟิล์มติดรถยนต์ในแต่ละยี่ห้อ แต่ละประเภท ก็จะมีระยะเวลาการรับประกันฟิล์มต่างกัน ฟิล์มทั่วไปก็จะมีการรับประกันประมาณ 5-7 ปี ฟิล์มติดรถยนต์คุณภาพสูงก็จะมีการรับประกันตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป แต่ถ้าดูแลฟิล์มติดรถยนต์ไม่ถูกวิธีก็อาจจะทำให้อายุการรับประกันฟิล์มลดลงได้ด้วยเช่นกัน มาดูวิธีดูแลหลังติดฟิล์มติดรถยนต์หลังติดตั้งกันดีกว่าครับ

โดยปกติแล้วเวลาติดตั้งฟิล์มกรองแสงนั้นจะมีการใช้น้ำยาติดตั้ง ฉีดลงไปบนกระจกรถยนต์ที่ติดตั้งพร้อมกับบนกาวของแผ่นฟิล์มกรองแสง เพื่อให้สามารถเลื่อนขยับฟิล์มกรองแสงได้ตามความต้องการ เสร็จแล้วจึงรีดออกด้วยเครื่องมือรีดน้ำแบบต่างๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดน้ำขังอยู่ระหว่างแผ่นฟิล์มกับกระจกได้ ทำให้มองดูไม่ชัดเจน ถือเป็นเรื่องปกติ อาการเหล่านี้จะหายไปเอง ภายในเวลา 1-4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความหนาของฟิล์ม และสภาพอากาศ ซึ่งในช่วงยะระเวลาระหว่าง 1-4 สัปดาห์นี้ ไม่แนะนำให้ใช้ผ้าเช็ดลงบนแผ่นฟิล์มเพราะอาจจะทำให้ฟิล์มอาคารเลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมได้

เมื่อฟิล์มติดรถยนต์แห้งสนิทและกาวยึดติดกระจกแล้ว มีข้อควรระวังดังนี้
1.ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ , ผ้าหยาบ , ขนแปรง , สก็อตซ์ไบรต์ หรือวัสดุอื่นๆ เช็ดลงบนเนื้อฟิล์มกรองแสง โดยปกติตัวเนื้อฟิล์มจะถูกเคลือบด้วยสารกันรอยขีดข่วนอยู่แล้ว เนื้อวัสดุที่หยาบอาจจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ฟิล์มกรองแสงได้ แนะนำให้เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำ เช็ดเบาๆลงบนแผ่นฟิล์ม
2.ห้ามเช็ดล้างด้วยน้ำยาล้างกระจกที่มีส่วนผสมของสารแอมโมเนีย เช็ดทำความสะอาดฟิล์มโดยเด็ดขาด น้ำยาแอมโมเนียจะทำให้ฟิล์มแข็งกระด้าง และลดอายุการใช้งานของฟิล์มกรองแสงลดลง
3.งดใช้ระบบไล่ฝ้าเป็นเวลา 30 วันหลังจากติดตั้งฟิล์มรถยนต์ เพราะการใช้ระบบละลายฝ้านั้นอาจจะทำให้ฟิล์มติดรถยนต์เสียหายได้
4.ควรจอดรถยนต์จากแดดไว้เป็นเวลา 7-15 วันหลังจากติดตั้งฟิล์มกรองแสง เพื่อให้ฟิล์มแห้งและอยู่ตัว

เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีฟิล์มติดรถยนต์ที่ไม่เสื่อมสภาพ อยู่คู่รถของท่านไปอีกนานหลายปีครับ

ติดฟิล์มรถยนต์เชียงใหม่

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget