10 แนวคิดสำหรับคนขายของออนไลน์ที่อยากทำ Personalization

ไม่ว่าข้อความโฆษณา เเบบ Personalization วีดีโอ รูปภาพ เสียง  ฯลฯ จะฟังดูโน้มน้าวใจคนได้ดี แต่ถ้าข้อความไม่เกี่ยวข้องหรือไม่ตอบโจทย์ให้คนดู คนฟังมีชีวิตที่ดีขึ้น คอนเทนต์นั้นก็ไม่ได้มีความหมายอะไร นั้นเป็นสาเหตุง่ายๆว่าทำไม Personalization ถึงแนวคิดที่นิยมในการทำธุรกิจ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ชอบสินค้า บริการ ข้อเสนอและข้อความที่เราส่งออกไป

วันนี้เลยจะมาลิสต์ให้ดูกันว่าไอเดียในการทำ Personalization นั้นมีอะไรบ้าง
ส่งโปรโมชั่นลดราคาให้ลูกค้าที่อ่อนไหวในเรื่องของราคาสินค้าและบริการ
ส่งอีเมลโฆษณาไปหาสำหรับลูกค้าที่ค้นหาสินค้า เปิดดูรายละเอียดสินค้า หรือใส่ของลงตะกร้าออนไลน์แต่ไม่ชำระเงิน
ส่งข้อความโฆษณา พร้อมข้อเสนอไปให้ลูกค้าเพื่อเตือนว่าสินค้าที่กำลังได้รับความนิยมนั้น มีของเข้ามาในสต็อกสินค้าแล้ว รวมถึงสินค้าที่กำลังจะหมดสต็อก
ทำแคมเปญโฆษณาสำหรับวันหยุดพิเศษ หรือเทศกาลสำคัญๆ
เริ่มบทสนทนากับลูกค้าตัวต่อตัว อย่าคิดว่าการเริ่มคุยตัวต่อตัวเป็นเรื่องที่ “ทำก็ดี ไม่ทำก็ไม่เสียหาย”
ออกแบบคอนเทนต์และประสบการณ์ที่ปรากฎตามสื่อต่างๆ ให้ลงตัวกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละคน โดยเฉพาะลูกค้าขาประจำ
ทำคอนเทนต์ หรือโฆษณาส่งให้ลูกค้าแต่ละคน โดยดูจากของที่เคยซื้อ พฤติกรรมการเยี่ยมชมสินค้าบนเว็บไซต์ และปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์
ตรวจสอบข้อมูลสินค้าที่ลูกค้าเข้าไปดูในเว็บไซต์บ่อยๆ แล้วดูว่าของพวกนั้นมีอะไรที่เหมือนกัน
ทำนายสิ่งที่ลูกค้ามักจะทำก่อนสั่งซื้อสินค้า รวมถึงทำนายเวลาที่เหมาะสมในการติดต่อหาลูกค้า
ทำนายหาลูกค้าที่มีแนวโน้มจะยกเลิกสมาชิก แล้วส่งข้อเสนอไปให้ลูกค้าคนนั้น

ทั้ง 10 ข้อนั้นก็เป็นไอเดียพื้นฐานสำหรับทำ Personalization ให้กับธุรกิจของเรา ซึ่งจะทำได้นั้น อย่างน้อยเราต้องเริ่มเก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้า (เราสามารถทำได้ตอนนี้เลย) ปรับแต่งข้อมูลให้อยู่ในสภาพที่พร้อมวิเคราะห์ แล้วถึงจะเอามาวิเคราะห์และทำนายแนวโน้มพฤติกรรมลูกค้า หรือหาความเหมือนและแตกต่างของพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละรายหรือแต่ละกลุ่ม

การทำงานเกี่ยวกับข้อมูล เราต้องให้ระบบมาช่วยไม่ว่าจะเป็นซอฟท์แวร์ โปรแกรม รวมไปถึงคลาวน์ Search Engine ไปจนถึงเอา AI เข้ามาช่วยครับ

การตลาดออนไลน์

การเลือกสีในการออกแบบ เว็บไซต์ให้ “ขายดี” และดึงดูดลูกค้า

การเลือกสีในการออกแบบ เว็บไซต์ให้ “ขายดี” และดึงดูดลูกค้า
สี มีความสำคัญอย่างยิ่งในการออกแบบเว็บไซต์ การเลือกสีให้เข้ากับตัวตนของแบรนด์ รวมถึงเข้ากับเนื้อหาของเว็บไซต์ จะทำให้เว็บไซต์มีความน่าเชื่อถือ และยังส่งผลอย่างมากกับความสวยงามของเว็บไซต์ได้อีกด้วย อิทธิพลของ “สี” ต่อการการออกแบบเว็บไซต์ตามหลักจิตวิทยา เราจะมีเทคนิคในการเลือกสีอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วก็มาดูกันเลย

รู้หลักจิตวิทยาของสี
การดูสีต้องดูองค์รวมของสิ่งที่สื่ออกมา เราเรียกสีที่สื่อความรู้สึกนี้ว่า “จิตวิทยาแห่งสี” เช่น ใช้สีน้ำเงิน เมื่ออยากให้ลูกค้าไว้ใจเรา สีแดงสร้างความตื่นเต้นเร้าใจ สีเหลืองช่วยให้เรามองโลกในแง่บวก สดใสร่าเริง สีส้มสร้างความสนุกและสร้างสรรค์ ความมั่นใจและความกระตือรือร้น สีเขียวรักษ์ธรรมชาติ เพิ่มความสดชื่นอีกครั้ง สีม่วงแสดงพลังลึกลับ จิตวิญญาณและความยิ่งใหญ่ สีน้ำตาลแสดงถึงความเป็นชาย แข็งแกร่งดุจแผ่นดิน สีขาวที่สื่อถึงความบริสุทธ์ ความสะอาด อิสระ ความเป็นกลาง ความปลอดภัย สีดำที่แสดงถึงอำนาจ ความมั่งคง ความแข็งแกร่งและสีเทาที่สื่อถึงความเป็นนิรันดร์ ความว่างเปล่าและสันโดษในชีวิต

เลือกสีที่ให้ความหมายด้านบวก
สีต้องสร้าง impact ในด้านบวกให้กับองค์กรของเรานะ จำไว้เสมอว่าจิตวิทยาของสีนั้นสำคัญเพียงไร สีที่เราเลือกใช้ก็คือข้อความที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ที่คุณสื่อไปยังลูกค้านั่นเอง

รู้ว่าคู่แข่งใช้อะไรบ้าง
การที่เรารู้ว่าคู่แข่งของเราเลือกใช้อะไร เราก็สามารถเลือกใช้สิ่งที่สามารถสร้างความโดดเด่นจากพวกเค้าได้ แต่อย่างไรก็ตามตา็ตาม สีที่เราเลือกก็ต้องเหมาะกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วยนะ ลองเลือกสีที่ตรงกันข้ามกับคู่แข่ง ก็จะทำให้เราสามารถโดดเด่นออกจากพวกเค้าได้

พิจารณาการแปลความหมายด้านวัฒนธรรม  สีแต่ละสีก็จะให้ความหมายที่ต่างกันไปด้วยสำหรับแต่ละประเทศแต่ละวัฒนธรรม เราจำเป็นต้องรู้ความหมายของสีที่อยู่ในสถานที่ของเรา เราถึงจะประสบความสำเร็จได้
ไม่จำเป็นต้องถูกจำกัดด้วยสีเพียงสีเดียว เราสามารถผสมผสานเลือกสีที่แตกต่างกันออกไปเพื่อดึงดูดไปยังกลุ่มเป้าหมายของเราได้

ใช้สีที่เข้ากัน หลีกเลี่ยงที่ไม่แมทช์กันนะ เพราะว่ามันจะทำให้ลูกค้าดูสับสน ดูรบกวนสายตาของผู้พบเห็น ดังนั้นเลือกสีที่เข้ากัน มิกแอนด์แมทซ์ที่ลงตัว จะช่วยสร้างแรงดึงดูดแก่ผู้พบเห็นได้ดีกว่าการใช้สีที่โดดไปโดดมา ไม่เข้ากันเลย ดังนั้นต้องมั่นใจว่า สีที่เราเลือกใช้นั้น ดูสบายตาแก่ผู้พบเห็น

ใช้สีที่ contrasting สีที่ตรงกันข้ามกันจะช่วยสร้างความน่าสนใจได้มากกว่าการเลือกใช้สีโทนเดียวกันทั้งหมดครับ ซึ่งการใช้สีตรงกันข้ามกันต่อให้คุณใช้สีเพียงไม่กี่สี มันก็ยังดูน่าสนใจ ดึงดูดได้อยู่ดี
การนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้งานให้เกิดความเหมาะสมในการออกแบบเว็บไซต์อย่างถูกที่ถูกเวลา งานที่ดียังคงต้องอาศัยประสบการณ์การ และทัศนคติที่ดี ที่จะส่งผลให้งานออกแบบนั้นประสบความสำเร็จได้ในอนาคต

ทำการตลาด

สร้างโมเดลการตลาดยุคใหม่ T.H.E.M. ต่อยอดสู่ eMarket Place

The Original SOL พลิกโฉมการทำตลาดยุค 4.0 สร้างโมเดล การตลาดยุคใหม่ “T.H.E.M.” ประกาศทิศทางธุรกิจ รองรับผู้บริโภคศตวรรษที่ 21 ทุ่มงบพัฒนาแพลตฟอร์มการตลาด O2O SOLutions กว่า 10 ล้านบาท ตั้งเป้าเติบโต 3 เท่าในปีนี้ ชี้ปัจจัยขับเคลื่อนการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ทุกเพศทุกวัย และเทคโนโลยีช่วยสนับสนุนนักธุรกิจ เตรียมต่อยอดปั้น eMarket Place สัญชาติไทยเพื่อเป็นเครื่องมือ สำหรับกลุ่มสินค้าไทยให้เติบโตและขยายสู่ตลาดโลก พร้อมลงทุนสร้าง iSpace ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้และสร้างอาชีพยุคดิจิทัลกลางใจเมือง

นายเอื้ออารี ต่อเนื่อง CEO The Original SOL องค์กรแห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี ผู้นำด้านนวัตกรรมการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านความงามและการดูแลสุขภาพ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแข่งขันของธุรกิจที่เข้มข้นและรูปแบบการทำตลาดในยุคดิจิทัลที่ต้องตอบโจทย์และเข้าถึงกลุ่มลูกค้า The Original SOL เป็นหนึ่งองค์กรที่ให้ความสำคัญในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำตลาด ล่าสุดได้สร้างโมเดล การตลาดยุคใหม่ เรียกว่า T.H.E.M. (The Harmonized & Empowered Marketing) ที่ผสมผสานจุดแข็งของการตลาดทุกรูปแบบ เช่น การตลาดออนไลน์ การตลาดแบบตัวแทน หรือ Affiliate การตลาดแบบ Word of Mouths Marketing หรือ Viral Marketing ซึ่งในอนาคตจะขยายสู่โมเดิร์นเทรด กับเจาะไปกลุ่มธุรกิจสปาและกลุ่มรักสุขภาพ

นอกจากนี้ยังมี O2O Super System เป็นระบบขับเคลื่อนและช่วยพัฒนาองค์กรทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมทั้ง O2OSOLutions ซึ่งเป็น Digital Marketing Intelligence Platform โดยใช้งบพัฒนาประมาณกว่า 10 ล้านบาท ที่จะเป็นมีเครื่องมือสำคัญบุกตลาดออนไลน์ที่มีกว่า 50 เครื่องมือให้ใช้ฟรี เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ eMarket Place และยังเป็น Super Affliliate ที่กระจายรายได้ให้ตัวแทนหลายระดับได้ทั่วโลก และสามารถเข้าถึงผู้บริโภคยุคศตวรรษที่ 21 ที่มีไลฟ์สไตล์และรับการสื่อสารผ่านออนไลน์

ในปีที่ผ่านมา The Original SOL มีการเติบโตประมาณ 300% โดยในปี 2562 ตั้งเป้าโตขึ้นอีก 3 เท่า ปัจจัยสำคัญที่เป็นส่วนขับเคลื่อนธุรกิจของ The Original SOL คือ การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ทุกเพศทุกวัย และเทคโนโลยีช่วยสนับสนุนนักธุรกิจโดยสร้างเครื่องมือทั้งออนไลน์และออฟไลน์ที่จะช่วยสนับสนุนให้นักธุรกิจประสบความสำเร็จถึง 1,000 คน นอกจากนี้ยังลงทุนสร้าง iSpace ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้และสร้างอาชีพยุคดิจิทัล ได้แก่ หลักสูตรออนไลน์ Digital Marketing, หลักสูตรสวยสั่งได้ด้วยปลายนิ้ว Beauty Workshop, หลักสูตรกดจุดสะท้อนเท้าสแกนสุขภาพ Healthy Scanner เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถชำระค่าสินค้าผ่านระบบ QR Payment และจองหลักสูตรการเรียนรู้ผ่านช่องทางออนไลน์ ยังเตรียมขยายเป็นศูนย์การเรียนรู้ประจำจังหวัดและเปิดตัว LifeX Shop ศูนย์สุขภาพประจำอำเภอ ปูพรมทั่วประเทศ

ดร.เสนีย์ สุวรรณดี ประธานผู้ก่อตั้ง The Original SOL กล่าวเสริมว่า ในปีที่ผ่านมา The Original SOL บริษัทสัญชาติไทยที่ได้รับรางวัลนวัตกรรม จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ทางด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และเตรียมจัดทำโครงการจัดอบรมและส่งเสริมการสร้างอาชีพด้านความงามและสุขภาพ โดยจัดงาน New Era (Soft Launch Opening) ซึ่งเป็นมหกรรมงานแสดงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และโชว์ผลลัพธ์ทางธุรกิจ พร้อมอวดโฉมแพลตฟอร์มอัจฉริยะ O2O SOLutions บุกตลาดออนไลน์สร้างอาชีพให้คนไทยยุคดิจิทัลได้ใช้ฟรี

ทำการตลาด

Off page SEO คืออะไร ?

การทำ Off Page SEO เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับ Google ได้ แต่จะต้องอาศัยการพึ่งพาจากเว็บไซต์อื่น หรือเรียกว่า “ปัจจัยภายนอก” นั่นเอง

โดยเทคนี้จะมีเรื่องของการทำ Backlink หรือการโยง link จากเว็บไซต์อื่นมาที่เว็บไซต์เราเข้ามาเกี่ยวข้อง
ยกตัวอย่างเช่น เราเปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับการทำอาหาร และมีสูตรอาหารที่น่าสนใจ จนมีคนนำไปโพสต์ต่อที่ Facebook หรือ Pantip พร้อมกับแปะ link มาที่เว็บไซต์ของเรา ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการเกิด Backlink แบบธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม Backlink นอกจากจะรอจากคนอื่นแล้ว เรายังสามารถสร้างเองได้อีกด้วย หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าการสร้าง Backlink นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ อย่างเอา link เว็บไซต์ของเราไปแปะไว้ตามที่ต่างๆ หรือการสแปม แต่นั่นอาจทำให้เกิดเป็น Backlink ที่ไม่มีคุณภาพ และอาจจะเกิดผลลบต่อการจัดอันดับได้มากกว่า

ดังนั้นหากคุณสมบัติของ Backlink ที่มีคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ที่จะทำให้การทำ Off Page SEO ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

คุณสมบัติของ Backlink ที่มีคุณภาพ
การทำ Backlink คือการเชื่อโยงจากเว็บไซต์ภายนอกมาที่เว็บของเรา ดังนั้นเราควรพิจารณาคุณภาพของ link ที่ทำกลับมาด้วย โดย link ที่มีคุณภาพนั้นพิจารณาได้ดังนี้

มีความเกี่ยวข้องกับเนื้อหา เว็บที่เราจะสร้าง Backlink กลับมาควรมีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บของเรา
ข้อความที่ใช้ทำ link กลับมาควรมี Keyword อยู่ หรือเป็น Keyword ที่เกี่ยวข้องกัน
ตรวจดูค่า DR, PA, SPAM ของเว็บไซต์ที่เราจะทำ Backlink ด้วย หากมีค่า DR และ PA สูง แต่ SPAM น้อย ก็จะมีส่วนช่วยในการทำอันดับให้กับเว็บไซต์เราได้มาก
หลีกเลี่ยงการทำ Backlink ในทางสายดำ หรือ Black Hat SEO เพราะ Backlink ที่ได้มามากๆ จากวิธีนี้ โดยไม่ได้ตรวจเช็คคุณภาพของเว็บไซต์ต้นทาง จะทำให้ถูกจัดเป็น Backlink ที่ไม่มีคุณภาพ และยิ่งหากเว็บที่ส่ง Backlink กลับมาที่เรามีค่า SPAM สูง ก็ยิ่งจะเป็นผลเสียต่อเรา ทำให้เรามีค่า SPAM สูงตามไปด้วย
นอกจากนี้การได้ Backlink จากเว็บไซต์เดียวมากๆ Google bot จะมองว่าเป็นการสร้าง Backlink ที่ผิดปรกติ และทำให้อันดับของเราเสียได้
อย่างไรก็ตามการสร้าง Backlink นั้นเป็นเทคนิคที่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ ต้องอาศัยการฝึกฝน และมองหาเทคนิคใหม่ๆ อยู่เสมอ ขึ้นอยู่กับความครีเอทีฟของแต่ละคน ว่าจะใช้วิธีใดสร้าง Link กลับมาที่เว็บไซต์ของเราได้อย่างมีคุณภาพที่สุด และเนียนที่สุด

รับทำ SEO

เผยแพร่คอนเทนต์ ของคุณอย่างมืออาชีพ 6 ขั้นตอน

เคยสงสัยไหมว่าทำไม คอนเทนต์ ของคุณไม่ได้รับความสนใจหรือไม่ได้รับความนิยม ทั้ง ๆ ที่คอนเทนต์นั้นก็ดี มีคุณภาพ แถมเผยแพร่มานานแล้ว หรือสาเหตุจะมาจากคุณไม่ได้ เผยแพร่คอนเทนต์ เท่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น เรามี 6 ขั้นตอน เพื่อให้คอนเทนต์ของคุณได้รับการเข้าถึงที่มากขึ้นมาฝากกัน

1.ค้นหากลุ่มเป้าหมายให้เจอ
ก่อนที่จะลงมือทำคอนเทนต์ ต้องมีการวางแผนมาก่อนหน้านี้แล้วว่าจะทำคอนเทนต์ไปเพื่ออะไรหรือทำไปเพื่อใคร ลองหากลุ่มเป้าหมายของคอนเทนต์ก่อน ดูว่ากลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นอยู่ที่แพลตฟอร์มไหนบ้าง และสร้างคอนเทนต์เพื่อเสิร์ฟไปยังกลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นได้อย่างถูกต้อง

2.ศึกษาคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จ
หลังจากหากลุ่มเป้าหมายของคุณเจอแล้ว ลองดูว่าในช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ มีคอนเทนต์ไหนที่สามารถทำงานได้ดีและดึงดูดให้ผู้คนสนใจได้มากที่สุด ลองศึกษาและวิเคราะห์ดูว่าพวกเขาเหล่านั้น ชอบอะไรในคอนเทนต์นั้นและลองนำวิธีเหล่านี้มาปรับใช้ เพื่อให้คุณสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณภาพและใช้เนื้อหาในประเภทที่เหมาะสม

3.สร้างชื่อเสียง เพิ่มการมีส่วนร่วม
การสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองเป็นที่รู้จักมากขึ้น ส่งผลต่อความนิยมของคอนเทนต์คุณได้อย่างมาก ถ้าหากว่าคุณมีชื่อเสียง เวลาที่คุณ เผยแพร่คอนเทนต์ ใหม่ ๆ กลุ่มเป้าหมายก็จะเข้ามาคุณเอง ซึ่งตรงนี้นี่แหละที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมได้

4.ตามฟีดแบคเรื่อย ๆ
ตรวจดูฟีดแบคจากผู้อ่านหรือเพื่อน ๆ ของคุณว่ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับคอนเทนต์ของคุณบ้าง เพราะบางทีคุณอ่านเอง อาจจะคิดว่ามันดีที่สุดแล้ว แต่จริง ๆ อาจจะยังมีข้อผิดพลาดหรืออาจจะดีกว่านี้ได้อีกก็ได้ อาจจะตรวจหาฟีดแบคจากการถามตรง ๆ เลยก็ได้ เพื่อที่จะได้นำมาปรับปรุงคอนเทนต์ของคุณให้ดีขึ้น

5.ใช้อีเมลในการเผยแพร่
ถ้าการเผยแพร่ทางช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายอยู่ยังไม่ได้ประสิทธิภาพที่ดีพอ ลองใช้อีเมลในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายดูไหม ถ้ายิ่งเรามีข้อมูลอีเมลของกลุ่มเป้าหมาย เพียงสร้างอีเมลสักฉบับ ที่รวบรวมคอนเทนต์ที่ต้องการนำเสนอและส่งออกไป อาจได้รับการตอบรับที่ดีมากขึ้นและนี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การกระจายเนื้อหาอีกด้วย

6.ลองใช้เงินในการโฆษณา
บางทีเงินอาจเป็นวิธีในการแก้ปัญหาที่ดีได้ หากใช้เงินให้ถูกที่ ถูกเวลา บางคอนเทนต์จำเป็นต้องมีการจ่ายเงินเพื่อทำการโฆษณาและเข้าถึงคนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ผลลัพธ์ก็ต้องมาลองดูอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์ของคอนเทนต์คุณนั้นดีขึ้นก็ได้

รับทำ SEO

Copyright สุขภาพ 2020
Tech Nerd theme designed by FixedWidget