ชาวญี่ปุ่นแนะ อาหารช่วยลด “น้ำตาล” ในเลือด สำหรับผู้ป่วย “ เบาหวาน ”

อาหารที่คนญี่ปุ่นแนะนำให้คนเป็น เบาหวาน รับประทาน
ผู้ป่วยโรคเบาหวานร้อยละ 90 ในญี่ปุ่นเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารมากเกินไปและขาดการออกกำลังกาย การป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไปนั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงสารอาหารที่รับประทานเข้าไป อาหารที่ดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวานคือ อาหารที่มีแร่ธาตุต่างๆ เช่น แมงกานีส โครเมียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียมและสังกะสี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการผลิตฮอร์โมนอินซูลินที่มีหน้าที่สำคัญคือการนำน้ำตาลในเลือดไปยังเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายเพื่อสร้างเป็นพลังงาน และลดการสะสมอยู่ในกระแสเลือด โดยอาหารที่ดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวานมีดังนี้ คือ

หอมใหญ่
หอมใหญ่อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่ช่วยเสริมการสร้างอินซูลินในร่างกาย การรับประทานหอมใหญ่วันละ ¼ หัว จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ แต่หากรับประทานแล้วปริมาณน้ำตาลยังไม่ลดก็สามารถเพิ่มเป็นวันละ ½ หัวได้ โดยวิธีรับประทานนั้นสามารถรับประทานได้ทั้งแบบดิบหรือปรุงเป็นอาหาร อย่างไรก็ตามไม่ควรนำหอมใหญ่หั่นแช่น้ำเพราะวิตามินในหอมใหญ่จะละลายและสูญเสียไปกับน้ำ อ่านเพิ่มเติม

นม ที่มี 6 คุณประโยชน์ของสุขภาพ

นม เป็นส่วนสำคัญของอาหารของเรา เราเริ่มดื่มนมตั้งแต่เรายังเด็ก แต่ปริมาณการดื่มของเราจะลดลงเมื่อเราโตขึ้น บางคนกลัวการดื่นมที่มีไขมันมากเกินไป คุณไม่แก่เกินไปที่จะดื่มนม นมเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินและสารอาหารและมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลาย

1. ผิวเปล่งประกาย

คลีโอพัตราหยิบน้ำนมอาบเพื่อช่วยให้ผิวพรรณนุ่มนวลนุ่มนวลเปล่งปลั่ง คุณสามารถทำเช่นเดียวกัน หรือ ดื่มนมเพียงไม่กี่แก้วต่อวันเพื่อให้ได้รับประโยชน์ นมมีสารอาหารหลายอย่างที่ช่วยให้ผิวดูดีที่สุด มีกรดแลคติกซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นตัวขจัดเซลผิวเก่า และเอนไซม์เพื่อช่วยให้ผิวเรียบเนียน นอกจากนี้ยังมีกรดอะมิโนที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื่น นมสามารถช่วยป้องกันความเสียหายจากสารพิษสิ่งแวดล้อมเพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ตามหากคุณมีความไวต่อนมหรือผลิตภัณฑ์นมนมจะทำให้ผิวคุณแย่ลงได้

2. สุขภาพกระดูกและฟัน

นมเป็นแหล่งแคลเซียมที่สำคัญซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกระดูกที่แข็งแรง เด็กเล็ก ๆ ต้องการมันในขณะที่กระดูกของพวกเขาเจริญเติบโตขึ้น และ ผู้ใหญ่ต้องการมันเพื่อให้กระดูกแข็งแรง และ ป้องกันโรคกระดูกพรุน นมยังเหมาะสำหรับฟันที่แข็งแรงและช่วยป้องกันฟันผุุ เพื่อให้แคลเซียมถูกดูดซึมโดยร่างกายที่ดีควรบริโภควิตามิน D ควบคุ่ไปด้วยู่ หากคุณมีภาวะขาดวิตามินดีให้ซื้อนมที่เสริมวิตามินดีเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายของคุณดูดซึมแคลเซียมได้ อ่านเพิ่มเติม

แม้แต่ร่างกายก็ไม่ใช่ของเรา ชีวิต ที่ไม่มีอะไรแน่นอน

นี่คือจุดเริ่มต้นในการดูแลตนเองจากดีเจชื่อดังกูรู ชีวิต รัก อย่าง ‘ดีเจพี่อ้อย’ นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล ดีเจสาวแห่งคลื่นกรีนเวฟ 106.5 FM ที่บอกตัวเองเสมอว่า ตนเองจะต้องแข็งแรงให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากเลือกได้คงไม่มีใครอยากอ่อนแอให้คนอื่นเดือดร้อน “เราเติบโตมาพร้อมกับการเห็นมาตลอดว่าคุณแม่มีสุขภาพไม่แข็งแรงแล้วเป็นอย่างไร เราจึงกลัวการเป็นโรคและเจ็บป่วย” แม้ดีเจพี่อ้อยจะทำงานหลายอย่างแต่ก็ยังแบ่งเวลาออกกำลังกายแบบทำเองได้ที่บ้าน และไม่ต้องเสียเวลาไปฟิตเนสอยู่เสมอ เช่น การเต้น T25 ที่ใช้เวลาเพียงแค่ 25 นาที ก็เผาผลาญพลังงานและได้เหงื่อไปไม่น้อย ที่สำคัญในทุก ๆ วันจะต้องดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 8-10 แก้ว โดยดีเจพี่อ้อยบอกต่อไปว่า วิธีที่เลือกทำจะต้องไม่รู้สึกว่าทำไปแล้วไม่มีความสุข การกินอาหารก็ไม่ได้กินคลีนจนรู้สึกว่าอาหารสุขภาพไม่อร่อย แต่ใช้การสร้างสมดุลให้ตนเองแทน เช่น วันนี้กินเนื้อสัตว์ วันต่อไปก็กินผักให้เยอะหน่อยและออกกำลังกายอยู่เสมอ ๆ เพียงเท่านี้เราก็ใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายแล้ว

หนึ่งกิจกรรมที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคือ การบริจาคเลือดทุก ๆ 3 เดือน และได้ขอบริจาคดวงตาพร้อมอวัยวะไว้เรียบร้อยแล้ว ที่ทำเช่นนี้เป็นอีกหนึ่งเทคนิค และเพื่อเป็นเครื่องย้ำเตือนให้เรารักษาสุขภาพในทุก ๆ วัน “เพราะว่าร่างกายนี้ เราไม่ได้ใช้คนเดียว เลือดนี้เราไม่ได้ใช้คนเดียว เลยทำให้เรารู้ว่าจะต้องดูแลตัวเองโดยอัตโนมัติ เพราะมีคนรอที่จะใช้อวัยวะต่อจากเรา ซึ่งเขาจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่” อ่านเพิ่มเติม

หลังพบผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ ม.ค. 110 ราย เฝ้าระวัง ไข้เลือดออก ช่วงหน้าฝน

หลังพบผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ ม.ค. 110 ราย สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด มอบ อสม.ทำงานควบคู่กับการเฝ้าระวังโควิด ที่กำลังแพร่ระบาดในปัจจุบัน สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เฝ้าระวัง ไข้เลือดออก ช่วงหน้าฝน

เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 63 นายแพทย์รัฐภูมิ ชามพูนท รักษาการนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ใกล้เข้าสู่หน้าฝน ทำให้สถานการณ์โรคไข้เลือดออกของจังหวัดพิษณุโลก อ่านเพิ่มเติม

กรมสุขภาพจิต แนะสร้าง 4 วัคซีนใจสู้โควิด-19

เนื่องจากเป็นเวลากว่า 4 เดือนแล้ว ที่โควิด-19 ได้แพร่ระบาดและความเครียดของประชาชนรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ ได้ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ในงานแชริตี้อีเวนต์ออนไลน์ “พลังใจ พลังฮีโร่ สู้โควิด-19” เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นเพื่อตอบข้อสงสัยเรื่องโควิด-19 โดยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์  กรมสุขภาพจิต และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านให้มีกำลังใจต่อสู้กับโควิด-19

โดย “นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต” อธิบดี กรมสุขภาพจิต ให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการดูแลสุขภาพจิต โดยชู วัคซีนใจ เป็นแนวทางปฏิบัติให้กับครอบครัว ชุมชน ช่วยดูแลซึ่งกันและกัน จัดระบบเข้ามาช่วยกันส่งเสริม เพิ่มศักยภาพ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันทางใจที่จะสามารถป้องกันปัญหา วิกฤตต่างๆ รวมทั้งปัญหาโควิด-19 ได้
โดยพื้นฐานของวัคซีนใจจะทำให้ ชุมชน ครอบครัว เข้มแข็งขึ้นได้นั้นมีหลักอยู่ 4 อย่าง
1. ความสงบร่มเย็น (Calm)
อย่างที่เคยรณรงค์ว่า ตระหนักไม่ตระหนก ตระหนัก คือ มีสติ ถ้าตระหนก คือ ขาดสติ ถ้าตระหนักก็จะมีความรู้ในการดูแล ถ้าครอบครัวจะต้องมีความสงบสุข Keep clam ได้ การ Keep clam คือ ครอบครัวที่รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง แบ่งปันข้อมูล สามารถให้ความรู้กับคนในบ้านได้ อ่านเพิ่มเติม

สร้างภูมิคุ้นกัน-ลดเสี่ยงจากโควิด 19 สธ.รณรงค์ฉีด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เร็วขึ้น

สธ.รณรงค์ฉีด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เร็วขึ้นสร้างภูมิคุ้นกัน-ลดเสี่ยงจากโควิด 19

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีมอบวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์

สำหรับบุคลากรการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี จำนวน 5,000 โด๊สว่า ปีนี้ เป็นปีแรกที่กระทรวงสาธารณสุขจัดหา วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ชนิด 4 สายพันธุ์ ให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยง จำนวน 4.11 ล้านโด๊ส บุคลากรทางการแพทย์ จำนวน 4.1 แสนโด๊ส และเลื่อนการรณรงค์ให้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 1 พฤษภาคมจนถึง 31 สิงหาคม 2563 จากเดิมที่จะเริ่มฉีดวัคซีนในเดือนมิถุนายน เพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคทันต่อสถานการณ์โรคโควิด 19 ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดใหญ่ ลดการป่วย ลดความรุนแรง ลดการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่

“ทุกคนได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก ห้องปฏิบัติการตรวจตัวอย่างจากผู้ป่วยนับหมื่นๆ ราย ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาพยาบาลอย่างดี” นายอนุทินกล่าว อ่านเพิ่มเติม

 

5 สูตร น้ำผักผลไม้ ปั่นลดน้ำหนัก เครื่องดื่มสุขภาพประโยชน์ 2 ต่อ

อยากมีตัวช่วยดี ๆ ในการลดน้ำหนักก็ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกล เพราะเราพึ่งประโยชน์ของ น้ำผักผลไม้ ปั่นเป็นตัวช่วยลดความอ้วนได้ แถมได้ประโยชน์ 2 ต่อด้วย

สูตร น้ำผักผลไม้ ที่เรากำลังจะบอกต่อทุกคนในวันนี้ บอกได้เลยค่ะว่าเป็นสูตรน้ำผักปั่นลดพุงก็ได้ เป็นน้ำผลไม้ลดความอ้วนก็ดี และยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพกับคนที่ไม่ค่อยจะกินผักผลไม้สักเท่าไรในแต่ละวันด้วย เพื่อ ไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูสูตรน้ำผัก-ผลไม้ปั่นลดน้ำหนักกันเลยดีกว่า

1. น้ำปวยเล้ง+แอปเปิลเขียวปั่น
ปวยเล้งมีสรรพคุณในการบำรุงเลือด เป็นผักใบเขียวที่มีวิตามินซี วิตามินอี และสารต้านอนุมูลอิสระค่อนข้างสูง ซึ่งวิตามินซีก็มีประโยชน์ในกระบวนการทำงานของระบบเผาผลาญ ส่วนแอปเปิลเขียวก็เป็นผลไม้ไฟเบอร์สูงที่ช่วยลดความอ้วนอยู่แล้ว

ส่วนผสม
• ปวยเล้งประมาณ 1 กำมือ
• แอปเปิลเขียวหั่นเต๋า 1 ลูก
• น้ำสะอาด 1 แก้วกาแฟ

วิธีทำ
1. ล้างปวยเล้งและแอปเปิลเขียวให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้
2. จากนั้นนำส่วนผสมทุกอย่างปั่นเข้าด้วยกันจนละเอียด
3. เทน้ำผัก-ผลไม่ปั่นใส่แก้ว สามารถเติมรสชาติด้วยน้ำมะนาวหรือน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาได้ เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

2. น้ำมะเขือเทศ+แตงกวาปั่น
นอกจากสรรพคุณช่วยให้ผิวสวยแล้ว มะเขือเทศยังมีความฉ่ำน้ำ และยังพกสรรพคุณในการลดน้ำหนักมาไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสรรพคุณช่วยลดและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อย ๆ สรรพคุณช่วยลดอาการบวมน้ำในร่างกาย และสรรพคุณช่วยลดคอเลสเตอรอลไม่ดีในเลือดก็ได้ ส่วนแตงกว่าก็มีความฉ่ำน้ำ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้ตามปกติดียิ่งขึ้น

ส่วนผสม
• มะเขือเทศ 2 ลูก
• แตงกวา 1+1/2 ลูก

วิธีทำ
1. ล้างส่วนผสมให้สะอาดแล้วหั่นเตรียมไว้ จากนั้นนำแตงกวาลงไปปั่นก่อน
2. เมื่อแตงกวาเริ่มละเอียดให้ใส่มะเขือเทศที่หั่นไว้ลงไปปั่นรวมกัน
3. ปั่นต่อจนมะเขือเทศและแตงกวาเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

3. น้ำแครอท+ขิง+แอปเปิลเขียวปั่น
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีความเผ็ดร้อนแฝงอยู่ ด้วยเหตุผลนี้จึงช่วยกระตุ้นได้ทั้งระบบย่อยอาหารและเร่งระดับก­­ารเผาผลาญไขมันในร่างกายไปในคราวเดียวกัน และเมื่อผสานพลังกับแครอทที่มีไฟเบอร์ค่อนข้างสูง ก็จะทำให้รู้สึกอิ่มอยู่ท้องได้นานขึ้น อีกทั้งน้ำตาลในผลไม้อย่างแอปเปิลเขียวยังช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดให้เราไม่รู้สึกหิวบ่อย ๆ อีกด้วยนะคะ

ส่วนผสม
• แครอท 1 หัว
• ขิง 1 แง่งเล็ก
• แอปเปิลเขียว 1 ลูก
• น้ำต้มสุก 1 แก้วกาแฟ

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกขิงและแครอท จากนั้นล้างส่วนผสมทั้งหมดให้สะอาด
2. นำแครอทไปต้มให้พอสุก จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
3. หั่นขิงและแอปเปิลเขียวเป็นชิ้นเล็ก ๆ
4. ปั่นส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันจนเข้ากันดี เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

4. แอปเปิล+ผักกาดหอม+น้ำมะนาวปั่น
ถ้าจะให้ดีสามารถผสมทั้งแอปเปิลเขียวและแอปเปิลแดงไปเลยก็ได้ จะได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนในเรื่องของไฟเบอร์นั้น ทั้งแอปเปิลและผักกาดหอมก็มอบให้เราได้อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ไหนจะวิตามินหลากชนิดในผักกาดหอมที่มีคุณสมบัติกระตุ้นระบบย่อยอาหารแลระบบเผาผลาญอีก

ส่วนน้ำมะนาวสุดจี๊ดก็มีประโยชน์ในการช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อการเบิร์นไขมันได้มากขึ้น แถมมะนาวยังมีสรรพคุณช่วยสกัดสารพิษในร่างกายไม่ให้ตกค้างจนเกิดอาการบวมตามจุดต่าง ๆ ได้อีกต่างหาก

ส่วนผสม
• แอปเปิลเขียวหรือแดงก็ได้ 1 ลูก
• ผักกาดหอมประมาณ 4-5 ใบ
• น้ำมะนาว 1 ลูก

วิธีทำ
1. ล้างส่วนผสมทุกอย่างให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ เตรียมไว้
2. นำแอปเปิลไปปั่นให้ละเอียดพอประมาณก่อน จากนั้นเติมผักกาดหอมที่หั่นไว้ลงไป ตามด้วยน้ำมะนาวคั้นสด
3. ปั่นต่อจนส่วนผสมเข้ากันดี เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

5. กีวี+ขิง+มะนาว
นอกจากกีวีจะอุดมไปด้วยไฟเบอร์แล้ว เมล็ดสีดำเล็ก ๆ ของกีวียังเป็นไฟเบอร์ชนิดที่ไม่สามารถละลายได้ จึงช่วยปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร และทำให้คุณอิ่มได้นานขึ้น หมดปัญหาเรื่องกินจุบกินจิบอีกต่อไป ส่วนขิงกับมะนาวนั้น สรรพคุณในเรื่องช่วยเบิร์นไขมันของเขาก็ไม่แพ้ใคร !

ส่วนผสม
• กีวี 1 ลูก
• ขิง 1 แง่งเล็ก ๆ
• น้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. ปอกเปลือกขิงและกีวีเตรียมไว้
2. นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน
3. สามารถเติมความหวานด้วยน้ำผึ้ง 1 ช้อนชาได้ (ถ้าต้องการ) เทใส่แก้ว พร้อมดื่ม

Copyright สุขภาพ 2020
Tech Nerd theme designed by FixedWidget