Minimal Cozy Style คืออะไร ใช้วัสดุอะไรในการตกแต่งเป็นหลัก

Minimal Style คืออะไร?

สไตล์การตกแต่งที่เรียบง่าย เน้นการใช้เฟอร์นิเจอร์แบบน้อยชิ้น แต่ละชิ้นต้องมากด้วยประโยชน์ อีกทั้งยังต้องไม่ทิ้งดีไซน์เรียบๆ ไม่ว่าจะด้วยรูปทรง สี และต้องไม่มีลวดลายมากนัก ซึ่งการจัดวางต่างๆ จะอยู่ในลักษณะที่มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย

เอกลักษณ์ในการตกแต่งสไตล์มินิมอล คือ การมีความสมดุลและความผ่อนคลาย มักจะมีโทนสีแบบโมโนโทนหรือสีอ่อนๆ เช่น สีขาว สีเทาอ่อน สีเทาเข้ม รวมถึงการออกแบบที่มีเส้นสายตาที่ตรงและชาร์ป

เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่คัดสรรมาตกแต่งในบ้านสไตล์นี้ มักจะตอบสนองการใช้งานได้อย่างครบครัน มีความพอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป นอกจากนี้ ยังเน้นการจัดสเปสให้มีความว่างและดูกว้างขวาง โปร่งโล่ง สไตล์นี้จึงได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษในหมู่คนรุ่นใหม่ที่รักความสงบและชอบการตกแต่งบ้านที่เน้นความสะอาด ปลอดโปร่ง และมีพื้นที่ว่างเยอะๆ

ลักษณะการตกแต่งที่บ่งบอกถึงความเป็น “มินิมอลสไตล์”

มีสเปซเหลือใช้เยอะ

ด้วยความที่สไตล์มินิมอลมีการใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น เน้นการเลือกใช้แต่ของที่จำเป็น และของตกแต่งเหล่านั้นต้องมีความเรียบง่าย ทำให้การตกแต่งสไตล์นี้ มีพื้นที่ว่างเหลืออยู่มาก คือเป็นอัตราส่วนโดยประมาณ Space 60% : Decoration 40%

ใช้สีน้อยๆ หรือสีโมโนโทนในการตกแต่ง 

สไตล์มินิมอลจะใช้โทนสีในการตกแต่งไม่มากนัก และส่วนใหญ่จะเป็นสีพื้นที่ช่วยเพิ่มความสว่างให้กับห้อง โทนสีที่ใช้สำหรับบ้านสไตล์มินิมอล ควรเป็นสีออกโมโนโทนหรือสีอ่อนๆ อย่างเช่น สีขาว เทาอ่อน เทาเข้ม น้ำตาลอ่อน

เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น แต่จำเป็น และมีดีไซน์เฉพาะตัว

เฟอร์นิเจอร์ในแบบมินิมอลสไตล์ ถึงแม้จะมีความเรียบ ไม่เน้นรวดลาย แต่ดีไซน์ต้องดูทันสมัย หรือมีรูปทรงที่น่าสนใจ เช่น โคมไฟเรียบๆ หรือดีไซน์บางเฉียบ เก้าอี้พื้นๆ ที่ไม่มีลวดลาย แต่มีรูปทรงที่ดูมีคอนเซ็ปต์ ลดทอนความเยอะและไม่จำเป็นให้เหลือแต่ความเรียบง่ายที่ดูโดดเด่นในแบบของตัวเอง

สไตล์ Cozy คืออะไร

สไตล์ Cozy คือ การผสมผสานความเข้าใจทั้งธรรมชาติ และอารมณ์ความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยมาผสมผสานให้เป็นเรื่องราวเดียวกัน ถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบในการตกแต่ง เช่น การปูพื้น โทนสี ของตกแต่ง เครื่องเรือนรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์

โทนสีที่นิยมนำมาใช้คือเฉดสีที่สื่อถึงความเป็นธรรมชาติ อย่างเช่น กลุ่มสีเอิร์ธโทน ภาพรวมการจัดวางและตกแต่งภายใน โดยเน้นความโล่งและเปิดรับแสงในทุกด้าน ไม่เพียงแต่โทนสีและความส่องสว่าง หนึ่งเทคนิคที่ดีและห้ามพลาดในการตกแต่งบ้านในสไตล์ Cozy คือ เฟอร์นิเจอร์จากวัสดุธรรมชาติ โดยเฉพาะวัสดุตระกูลไม้ ไม่ว่าจะเป็น ไม้จริงหรือไม้สังเคราะห์

ลักษณะการตกแต่งที่บ่งบอกถึงความเป็น Cozy Style

วัสดุตกแต่งที่มีความเป็นธรรมชาติ

จุดสังเกตุอย่างแรกคือการตกแต่งในสไตล์ Cozy มักจะเลือกใช้วัสดุก่อสร้างหรือตกแต่งที่ทำมาจากธรรมชาติ หรือมี Mood&Tone ของความเป็นธรรมชาติ พื้น เพดาน ผนัง รวมทั้งเฟอรนิเจอร์ต่างๆ เช่น เครื่องเรือน ของตกแต่ง  มักจะมีงานไม้เป็นพระเอกหลักๆ รวมไปถึงวัสดุอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น งานหินอ่อน ปูนเปลือยสีโทนอ่อนๆ ไม้คอร์ก โดยสามารถใช้ไม้เทียมทดแทนได้ ซึ่งจุดเด่นของวัสดุดังกล่าวไม่ได้มีแค่ความสวยงามและการสร้างความรู้สึกที่ดี วัสดุจากธรรมชาติยังมีความแข็งแรง ทนทาน เหมาะสำหรับทุกสภาพอากาศอย่างแท้จริง

 

โทนสีและการตกแต่งที่เหมาะสมกับการพักผ่อน

สไตล์ Cozy จะมีจุดเด่นในเรื่องของการสร้างบรรยากาศ การเล่นกับความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย โดยจะเน้นให้ความรู้สึกที่อบอุ่น เบาสบาย และสร้างความผ่อนคลาย ทำให้เกิดสภาวะแห่งความสงบสุขเมื่อก้าวเข้าบ้าน ออกแบบบ้าน  การเลือกใช้โทนสีจึงเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน โดยความผ่อนคลายนี้ถูกส่งผ่านทางการตกแต่งและโทนสีที่เลือกใช้ เช่น เฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ธโทน หรือสีโทนสว่าง ที่สร้างบรรยากาศเย็นสบายตาและสร้างความสุขกับผู้อยู่อาศัย

 

ดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์การใช้งาน

แม้การตกแต่งแบบ Cozy จะเรียบง่าย แต่ก็ต้องตอบโจทย์การใช้พื้นที่ให้กับคนยุคนี้ได้เป็นอย่างดี อาจจะมีการใช้เทคนิคการกั้นห้องเพื่อจัดสรรพื้นที่แต่ละห้องให้เป็นสัดส่วน ครบครันโดยที่ต้องดูไม่รกมากจนเกินไป ถ้ายังคิดภาพไม่ออก ส่วนที่นอนก็เป็นแบบฟูกวางกับพื้น เพื่อให้จัดเก็บได้ง่าย หรือการใช้เบาะนั่งกับพื้นเพื่อแทนเก้าอี้ เป็นต้น เช่นเดียวกับการใช้พื้นไม้จริงและลามิเนตจะช่วยตอบโจทย์เรื่องราคาที่ไม่สูงมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความสวยงามและอายุการใช้งานที่ยาวนานพอสมควร

สไตล์ Minimal&Cozy ก็คือการนำเอาความเรียบง่ายของสไตล์ Minimal มาผสมผสานกับการตกแต่งที่มีความอบอุ่นในแบบ Cozy กล่าวคือ เป็นการจับเอาเทคนิคการตกแต่ง การเลือกใช้วัสดุ เฟอร์นิเจอร์ โทนสี และการออกแบบของทาง 2 สไตล์ เพื่อให้เกิดความกลมกลืนในแบบใหม่ๆ หากจะนึกให้เห็นภาพง่ายขึ้น สไตล์นี้เป็นสไตล์ที่นิยมนำไปตกแต่งคาเฟ่ หรือเป็นแบบบ้านของญี่ปุ่นที่มีให้เห็นกันบ่อยๆ

วัสดุที่บ่งบอกถึงความเป็น Minimal&Cozy

วัสดุที่บ่งบอกถึงความเป็น Minimal&Cozy มีหลายอย่างด้วยกัน แต่จุดเด่นของวัสดุเหล่านั้นที่จะทำให้การตกแต่งโดยรวมออกมาเป็นสไตล์ Minimal&Cozy คือต้องมีความเรียบง่าย จับไปวางตรงไหนก็ทำให้ห้องดูสบายตา ไม่โดดออกมาจากภาพรวมมากเกินไป ยกตัวอย่างเช่น

พื้นไม้จริง (wood flooring)

พื้นไม้ (wood flooring) ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ ซึ่งคนไทยนิยมใช้ไม้มาตั้งแต่สมัยอดีตกาล เนื่องด้วยไม้ในอดีตเป็นวัสดุที่หาได้ง่าย ปลูกทดแทนได้ ไม้ที่นิยมนำมาใช้ทำพื้นเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้มะค่า ไม้สัก เป็นต้น สามารถนำมาใช้ได้ทั้งบ้านไม้ และบ้านปูน กรณีเป็นบ้านไม้ใช้วิธีตอกยึดกับคานไม้ แต่ปัจจุบันนิยมสร้างบ้านปูนกันมาก โดยทำการเทพื้นคอนกรีตก่อน จากนั้นปูพื้นไม้ทับไปอีกทีด้วยกาวสำหรับงานปูพื้น เนื้อไม้จะให้ผิวสัมผัสที่สบายเท้า สีสันอบอุ่น ดูหรูหราอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ปัจจุบันนี้ไม้เริ่มหายากจึงมีราคาที่สูงมาก บ้านที่นิยมนำไม้มาเป็นวัสดุปูพื้นจึงมักเป็นบ้านหรู Luxury หรือบ้านชาวบ้านที่นำไม้ปลูกเองในชุมชนมาใช้งาน ส่วนบ้านทั่วไปนิยมใช้วัสดุทดแทนไม้ หรือไม้เทียมนั่นเอง

พื้นลามิเนต 

พื้นไม้ลามิเนต คือ พื้นไม้ที่ถูกผลิตขึ้นด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ โดยมีไม้เป็นส่วนประกอบแค่บางส่วน ในปัจจุบันพื้นประเภทนี้กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะความทนทาน สวยงามเหมือนไม้จริง และติดตั้งง่าย อีกทั้งมีระบบล๊อกที่เชื่อมต่อระหว่างแผ่นไม้ การเปลี่ยนจากการเชื่อมต่อด้วยกาวมาเป็นการเชื่อมโดยใช้กลไกเล็กๆน้อยๆก็ทำให้การติดตั้งเป็นไปได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว

สำหรับความหนาที่นิยมนำไปใช้งาน จะมีความหนาตั้งแต่ 6 -12 มิลลิเมตร โดยขนาดความกว้าง x ยาว ที่นิยมนำไปใช้งาน ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 195 x 1200  มิลลิเมตร และในส่วนอายุการใช้งานนั้น เกรดธรรมดาจะมีอายุการใช้งานเฉลี่ย 10-15 ปี และเกรดพรีเมี่ยม มีอายุการใช้งานเฉลี่ยมากกว่า 15 ปี ขึ้นไป

แผ่นลามิเนตตัดต่อลาย (Patchwork Laminate) 

ควรกำหนดลายและขนาดของแผ่นให้แน่นอนก่อนสั่งผลิต สามารถตัดแต่งแก้ไขภายหลังได้แต่จะสิ้นเปลือง แผ่นลามิเนตตัดต่อลายคือการนำวัสดุปิดผิวลามิเนตมาทำการตัดต่อให้เกิดเป็นลวดลายโดยใช้เครื่องจักรคุณภาพสูงในการตัดแผ่นลามิเนตแล้วนำมาต่อกันบนแผ่นไม้ MDF ดังนั้นความหนารวมของแผ่นลามิเนตตัดต่อลายจะมากกว่าแผ่นไฮเพรสเชอร์ลามิเนตทั่วไป

พลาสวูด PLASWOOD

ผลิตภัณฑ์แผ่น PLASWOOD เป็นแผ่นพีวีซีชนิดแข็ง (PVC Foam Sheet) ที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ทดแทนไม้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยอนุรักษ์ ทรัพยากรป่าไม้อันมีค่าซึ่งเหลืออยู่เพียงน้อยนิด ช่วยรักษาสมดุลย์ของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของโลก

PLASTWOOD (Plaswood Sheet) แผ่นพลาสวูด แผ่นเรียบเอนกประสงค์ ขนาดหน้ากว้าง 1.20 ม. และสามารถผลิตได้ความยาวสูงสุดถึง 6 เมตร (สั่งทำ) มีความหนาตั้งแต่ 1 มม.ถึง 25 มม.เป็นผลิตภัณฑ์ PVC Foam Sheet ที่มีคุณภาพสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำมาใช้ทดแทนการใช้ไม้ธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าไม้ธรรมชาติ

ประเภทของแผ่นพลาสวูด

แผ่นพลาสวูด คุณสมบัติของพลาสวูด สามารถแบ่งประเภทตามความแข็งของวัสดุได้เป็น 3 ประเภทดังนี้

1.Deca Foam ความหนาไม่เกิน10มิล ผิวหน้าจะมีความอ่อนตัวไม่แข็งมาก ตัวแผ่นค่อนข้างอ่อน ใช้ที่ติดไว้โดยที่ไม่มีอะไรมากระแทรก เช่น ป้ายติดผนังภายในอาคาร

2.Ex Foam แผ่นชนิดนี้จะมีความแข็งมากกว่าDeca Foam สามารถนำมาฉลุ กับชิ้นงานตามความต้องการได้

3.Celuka Foam แผ่นประเภทนี้ มีความแข็งแรงมากขึ้นมาจากสองประเภทแรกที่ได้กล่าวถึงไป สามาถทำเป็นพื้นหรือผนังแทนไม้ได้ รับแรงกระแทรกและน้ำหนักได้ดี เป็น ไม้ พาส วู ด

Crystal Board (แผ่นคริสตัลบอร์ด) 

ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ตกแต่งแทนกระจกพ่นสี (Glass Coat) ซึ่งมีปัญหาในเรื่องการหลุดล่อนของสีเนื่องจากผลิตโดยการพ่นสีลงบนกระจก แผ่นคริสตัลบอร์ดทนทานกว่าเนื่องจากตัววัสดุมีอะคลิลิค 2 ชั้นแบ่งเป็นชั้นของอะคลิลิคที่เป็นชั้นเนื้อสี และอะคลิลิคที่เป็นผิวหน้ามันวาวสำหรับป้องกันรอยขูดขีด

น้ำหนักของแผ่นคริสตัลบอร์ดเบากว่ากระจกทั่วไปประมาณครึ่งหนึ่ง สามารถทนอุณภูมิได้ตั้งแต่ 77 – 95 องศาเซลเซียส ใช้ตกแต่งเคาน์เตอร์ครัว หน้าบานตู้บิ้วท์อิน (Built-in) ผนังบริเวณเตากระทะ ผนังห้องทั่วไป รวมถึงผนังห้องน้ำก้สามารถใช้ได้

Cork Finishing (แผ่นไม้คอร์ก) 

นับเป็นวัสดุรักษ์โลกอย่างแท้จริง เนื่องจากการผลิตนั้นจะใช้วิธีการลอกเปลือกของต้นไม้ชั้นนอกออกมาผลิตเป็นแผ่นไม้คอร์กสำเร็จรูป ต้นไม้ที่ถูกลอกเปลือกนั้นจะไม่ตายและมีการเจริญเติบโตต่อไป เมื่อระยะเวลาผ่านไปประมาณ 20 ปี ก็สามารถลอกเปลือกออกมาใช้งานได้อีก

คุณสมบัติที่โดดเด่นของแผ่นไม้คอร์กคือ เป็นวัสดุดูดซับเสียงสามารถใช้กรุผนังห้องซ้อมดนตรี หรือห้องนอนได้ ผิวสัมผัสสวยงาม มีกลิ่นอายสไตล์ลอฟท์

ระแนงไม้เทียมพลาสติกคอมโพสิต (Wood Plastic Composite Lath) 

ระแนงไม้เทียมพลาสติกคอมโพสิต หรือ WPC คือ วัสดุที่มีส่วนผสมของไม้ และพลาสติก มีทั้งหน้าตัดแบบกลวง และหน้าตัดแบบตัน ซึ่งคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้นๆจะโดดเด่น และโน้มเอียงไปทางไหนก็จะขึ้นอยู่กับสัดส่วนของไม้ และพลาสติกที่นำมาผสมกันนั่นเอง โดยเฉลี่ยแล้วจะมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 10 ปี

กระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass หรือ T/P) 

กระจกนิรภัยเทมเปอร์ (Tempered Glass หรือ T/P ) หรือที่เรียกว่ากระจกอบ คือการนำกระจกธรรมดาไปผ่านกระบวนการอบที่ความร้อนสูงประมาณ 650 องศาเซลเซียส แล้วนำมาเป่าด้วยลมแรงดันสูงให้เย็นตัวลงทันที เพื่อให้กระจกเกิดความแข็งแกร่งกว่าเดิม 3-5 เท่า ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และมีความปลอดภัยมากขึ้น

ในกรณีที่กระจกเทมเปอร์เกิดการแตกหัก จะแตกออกเป็นเม็ดคล้ายเม็ดข้าวโพด ซึ่งมีความแหลมคมไม่มาก ทำให้มีโอกาสเกิดอันตรายน้อยกว่ากระจกธรรมดา เหมาะสำหรับงานที่มีความเสี่ยงต่อการแตกร้าว และต้องการความปลอดภัยที่เกิดจากกระจกแตกร้าว (safety)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget