โรคเยื่อบุตา อักเสบจากภูมิแพ้

หลายคนอาจคิดว่า โรคเยื่อบุตา อักเสบจากภูมิแพ้ ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง ส่วนมากเกิดจากอาการคัน เคือง บวมจากสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดการแพ้ เมื่อทานยาหรือหยอดตา อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นจะหายไปชั่วคราว แต่ถ้าหากขาดการรักษาที่ถูกต้องในระยะยาว อาจทำให้เกิดความผิดปกติที่คาดไม่ถึงได้

รู้จักโรคให้มากขึ้น…!!!
โรคเยื่อบุตา อักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Conjunctivitis) เกิดจากร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสิ่งที่แพ้ ส่วนมากจะเกิดการอักเสบที่บริเวณเยื่อบุตาขาว ซึ่งมีเพียงร้อยละ 5 – 10 ที่มีอาการเฉพาะที่ตาเท่านั้น โดยเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่

แพ้ร่วมกับอาการแพ้ทางจมูก พบว่าร้อยละ 10 – 20 ของประชากรทั่วไป ส่วนใหญ่มีอาการร่วมกับโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ที่เรียกรวมกันว่า Allergic rhinoconjunctivitis
แพ้ตามฤดูกาล อาการผิดปกติมักเกิดขึ้นตามสภาพอากาศ มักเกิดซ้ำ ๆ ในช่วงเวลาเดิมของแต่ละเดือน
แพ้สารต่างๆ เช่น ไรฝุ่น อาหาร เกสรดอกไม้ น้ำยาปรับผ้านุ่ม ขนตุ๊กตา เครื่องสำอาง ขนสัตว์ เป็นต้น
หากคุณมีอาการเหล่านี้…!!!

อาการคันตา เคืองตา
ตาแดง ตาบวมแดง จะเกิดขึ้นที่ตาสองข้างพร้อมๆกัน ต่างจากการติดเชื้อที่เกิดที่ตาข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วค่อยลามมาอีกข้าง โดยมีอาการเกิดร่วมกันอาการจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก
เยื่อบุตาค่อนข้างสีซีดและบวม บางครั้งมีสีขุ่นหรือมีสีชมพูเรื่อๆ มีน้ำตาไหลใสๆ อาจพบมีบวมที่หนังตาบนและล่าง บริเวณใต้ตาล่างมักมีสีคล้ำจากการคั่งของเลือด ที่เรียกว่า Allergic shiner
การตรวจวินิจฉัย…!!!

การซักประวัติ จะมีการสอบถามประวัติภูมิแพ้ของคนในครอบครัว
การตรวจตา
การทดสอบทางผิวหนัง (Skin prick test) สามารถบอกสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ โดยมากเป็นสาเหตุเดียวกับที่ทำให้เกิดอาการของจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
รักษาภูมิแพ้…!!! อ่านเพิ่มเติม

วิตามินบำบัดเสริมภูมิคุ้มกัน (Vitamin Immune Booster)

วิตามินบำบัดเสริมภูมิคุ้มกัน คือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันของร่ายกายเพราะว่าการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน ต้องเผชิญทั้ง ฝุ่น มลภาวะ และสารพิษต่างๆ ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายต้องทำงานหนัก และเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่าย เราจึงต้องสร้างเกราะป้องกันให้กับร่างกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

รู้จัก Vitamin Immune Booster คือ อะไร ?
วิตามินบำบัดเสริมภูมิคุ้มกัน คือ วิตามินที่จะช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทำไมต้อง Vitamin Immune Booster

ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาการภูมิแพ้จะลดลง และยังช่วยป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ได้น้อยลงอีกด้วย

เพื่อเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ
ทำให้ร่างกายสดชื่น ไม่อ่อนเพลียง่าย
ช่วยลดความตึงเครียด
ช่วยชะลอวัย ให้ผิวพรรณสดใส แลดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น

เหมาะสำหรับใคร…?

ผู้ที่อยากเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
ผู้ที่มีปัญหาภูมิแพ้เรื้อรัง เช่น เป็นหวัด คัดจมูก ไอจามบ่อย
การรับวิตามิน

การรับวิตามิน

Vitamin Immune Booster เป็นการให้วิตามินที่มีความเข้มข้นทางเส้นเลือด หรือหลอดเลือด (IV Drip) เพื่อให้ร่างกายดูดซึมวิตามินไปใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยสลายเหมือนการรับประทาน ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ก็สามารถกลับบ้านได้ แพทย์จะแนะนำตามความเหมาะสม สามารถทำได้ 3 ครั้ง / สัปดาห์ อ่านเพิ่มเติม

เตือนภัยฤดูฝนกับผื่นแพ้จาก แมงกะพรุน

ผื่นแพ้ จาก “ แมงกะพรุน ” อาการนี้เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อก้าวเข้าสู่ฤดูฝน !! เพราะการระบาดของแมงกะพรุนมีพิษจะเริ่มปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่องโดยส่วนใหญ่ ผู้ป่วยที่โดนพิษของแมงกะพรุน มาจากการลงเล่นน้ำทะเล โดยจะมีอาการข้างเคียงคือ มีผื่น เป็นลักษณะผื่นแดง คล้ายๆ เส้นหนวด แมงกะพรุน บางกรณีที่มีอาการรุนแรงแรง จะเป็นตุ่มไหม้ หรือตุ่มน้ำพอง วันนี้เรามาทำความรู้จัก แมงกะพรุน พิษร้ายที่ไม่ธรรมดาจากใต้ท้องทะเลกัน

ทำความรู้จักกับ…แมงกะพรุน
แมงกะพรุน สัตว์น้ำจากใต้ท้องทะเล ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลักษณะคล้ายร่มหรือระฆังคว่ำ มีส่วนประกอบหลักเป็นน้ำ 94-98% ลำตัวจึงมีลักษณะอ่อนนิ่ม โปร่งแสง จึงทำให้สังเกตได้ยากเวลาอยู่ในน้ำ

พิษของ แมงกะพรุน !!
แมงกะพรุน จะมีกระเปาะพิษขนาดเล็กอยู่ตามหนวด หากมีการสัมผัสโดน พิษจะเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดอาการปวด บวม และมีผื่นแดง

อาการเป็นอย่างไร ?
โดยทั่วไปมักจะมีอาการ ปวดแสบปวดร้อน บริเวณผิวหนัง ในระยะเวลา 1 ชั่วโมงแรก และจะคันตามผิวหนังหรือมีร่องรอยของหนวดแมงกะพรุนอยู่บนผิวหนัง บางรายอาจเกิดอาการจุกอก แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก รุนแรงถึงขั้นอาจเสียชีวิตได้ อ่านเพิ่มเติม

ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำกินได้ไหม? ประโยชน์ของ กะหล่ำปลี มีคุณค่ามากกว่าที่คิด

กะหล่ำปลี เป็นผักอีกชนิดที่มีคุณประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น กะหล่ำปลี สีเขียวหรือสีม่วง แต่สำหรับคนที่มีภาวะไทรยอด์ฮอร์โมนต่ำก่อนรับประทานควรทำให้สุกก่อน ในบทความนี้เราจะมาบอกถึงข้อดีของผักชนิดนี้กัน

ประโยชน์ของ กะหล่ำปลี สีเขียว-สีม่วง
กะหล่ำปลี มีกรดทาทาริก (Tartaric acid) เมื่อทานเข้าไปแล้วจะช่วยลดการเปลี่ยนแป้งและน้ำตาลเป็นไขมันสะสม ทำให้ช่วยลดน้ำหนักในทางอ้อมได้
ประโยชน์เด่น ๆ ของ กะหล่ำปลีสีเขียว
มีวิตามินเคมากกว่ากะหล่ำปลีม่วง 2 เท่า เป็นวิตามินสำคัญที่ช่วยในกระบวนการแข็งตัวของเลือด ป้องกันภาวะเลือดไหลมากจนเกินไป
มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส ข่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกและฟัน
มีสารต้านอนุมูลอิสระแอนโทไซยานินมากกว่ากะหล่ำปลีสีเขียว ป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคระบบหัวใจหลอดเลือด มะเร็ง เบาหวาน
ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง เช่น หยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งลำไส้ได้ อ่านเพิ่มเติม

7 ผักช่วยเจริญอาหาร แก้อาการ เบื่ออาหาร ได้อย่างเห็นผล

ผักที่มีรสขมบางคนอาจจะไม่ชอบแต่ความขมกลับช่วยทำให้รู้สึกอยากรับประทานอาหารเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งพืชผักสมุนไพรเหล่านี้ยังมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคต่างๆได้ และนี่คือ 7 ผักช่วยเจริญอาหาร ใคร เบื่ออาหาร มาทางนี้เลยรับรองไม่เบื่ออาหารอีกต่อไป

พริกหวาน
แค่กินพริกหวานก็สามารถแก้อาการเบื่ออาหารได้ แล้วยังไปช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะอาหารทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานดีขึ้นและยังช่วยบำรุงธาตุในร่างกาย

มะระ
มะระเป็นผักมีฤทธิ์เย็น จึงช่วยขับพิษร้อนออกจากร่างกายได้ดี ฟอกเลือด บำรุงตับ ทั้งยังเป็นยาช่วยให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้นอีก รสขมของมะระจะช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหารและยังช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น

มะระขี้นก
มีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหาร แก้อาการเบื่ออาหาร รสขมเกิดจากสารโมมอร์ดิซิน (Momordicin) ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นความรู้สึกอยากอาหารและยังช่วยให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งรสขมในผลของมะระยังเป็นยาระบายอ่อนๆ อ่านเพิ่มเติม

เมื่อโดน แมงป่อง ต่อย วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น ทําอย่างไรให้หายปวด?

แมงป่อง เป็นสัตว์ที่มีลำตัวยาวกว่า 10 เซนติเมตร บางชนิดไม่มีพิษ แต่บางชนิดมีพิษรุนแรงมาก แมงป่องมักออกหากินตอนกลางคืน ส่วนตอนกลางวันจะหลบซ่อนตามบริเวณที่เย็นๆ อย่างก้อนหิน กองไม้ แมงป่องจะทำร้ายเหยื่อโดยการต่อยเพียงใช้หางปล้องสุดท้ายซึ่งมีพิษ เมื่อถูกแมงป่องต่อยถ้าได้รับพิษปริมาณมากจะทำให้ชีพจรเต้นเร็วจนถึงขั้นเสียชีวิตได้

อาการเมื่อโดน แมงป่องต่อย
ปวดแดงบวม
ปวดแสบปวดร้อน
เป็นรอยไม้
มีอาการไข้ ปวดหัว
คลื่นไส้ อาเจียน
กล้ามเนื้อเกร็ง กล้ามเนื้อกระตุก
น้ำลายไหล น้ำลายฟูมปาก
หัวใจเต้นเร็วและถึงขั้นเสียชีวิตได้

วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ทำความสะอาดแผลบริเวณที่ถูกกัดด้วยการล้างน้ำสะอาด
ใช้แอมโมเนียหอมชุบสำลีทาบริเวณแผล อ่านเพิ่มเติม

ประชาชนชาวไทยสิทธิที่ทุกคนควรรู้ไว้ เพิ่ม!! สิทธิประโยชน์ บัตรทอง ปี 2563 มีอะไรบ้าง

สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ บัตรทอง ได้พัฒนาสิทธิประโยชน์ดูแลประชากรทุกกลุ่ม ทั้งยาราคาแพง จัดระบบดูแลรักษา ส่งเสริมป้องกันโรค พร้อมปรับระบบเบิกจ่ายเพื่อหน่วยบริการ และนี่คือ สิทธิประโยชน์ บัตรทอง ที่เพิ่มเข้ามาในปี 2563 มีดังต่อไปนี้

สิทธิประโยชน์บัตรทอง สำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย
เพิ่มสิทธิประโยชน์ ยาออกทรีโอไทด์ แอซีเทต เป็นยาจำเป็นที่มีราคาแพง ในบัญชียา จ (2) ได้แก่ ยาออกทรีโอไทด์ แอซีเทต (Octreotide acetate) ใช้รักษาผู้ป่วยโรคอะโครเมกาลี (Acromegaly) ที่ได้รับการผ่าตัดเนื้องอกหรือฉายแสงแล้วแต่ระดับฮอร์โมน GH และ IGF ยังสูงอยู่ ซึ่งโรคอะโครเมกาลีมีสาเหตุมาจากเนื้องอกของต่อมใต้สมอง ส่งผลให้ร่างกายผู้ป่วยสร้างโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) มากกว่าคนปกติทั่วไป
ขยายระบบดูแลผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ครอบคลุมคนไทยทุกสิทธิและทุกกลุ่มวัย
การรักษาโรคหายาก (Rare Disease) ได้จัดระบบการรักษาโรคหายากในระบบหลักประกันสุขภาพ ครอบคลุมตั้งแต่ตรวจวินิจฉัยกลุ่มเสี่ยง ตรวจยืนยัน รักษาพยาบาล และติดตามผลการรักษา รวมถึงค่าพาหนะรับส่งต่อส่งกลับ ที่ผ่านมาผู้ป่วยโรคหายากมีข้อจำกัดในการเข้าถึงยาที่ไม่มีขายในประเทศไทย ทั้งโรคเหล่านี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก
การให้ยาต้านไวรัสเอชไอวี บริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีก่อนการสัมผัสเชื้อ หรือยาเพร็พ (Pre-Exposure Prophylaxis หรือ PrEP) สำหรับกลุ่มเสี่ยงในทุกสิทธิ 2,000 ราย เพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการยุติปัญหาเอดส์

สิทธิประโยชน์บัตรทอง
สิทธิประโยชน์บัตรทองสำหรับเด็ก
เพิ่มยาริทูซิแมบ (Rituximab) รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิด NHL (Non-Hodgkin lymphoma) ในเด็ก ซึ่งเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุดในไทย
เพิ่มวัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า (Rotavirus Vaccine) ในทารกอายุ 2-6 เดือน ซึ่งโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันถือเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
เพิ่มรายการเคลือบฟลูออไรด์ในเด็กอายุ 4-12 ปี และเพิ่มรายการเคลือบหลุมร่องฟันในเด็กอายุ 6-12 ปี

สิทธิประโยชน์บัตรทอง
สิทธิประโยชน์บัตรทองสำหรับผู้หญิง
เพิ่มสิทธิการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธีเอชพีวี ดีเอ็นเอ เทสต์ (HPV DNA test) เป็นวิธีใหม่ที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า สามารถตรวจพบผู้ป่วยในระยะแรกเริ่มเพิ่มขึ้นและเข้าสู่การรักษาได้เร็วก่อนลุกลาม ช่วยให้อุบัติการณ์และการเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกลดลงเมื่อเทียบกับวิธีคัดกรองในปัจจุบัน ทั้งยังมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกัน
ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากสำหรับหญิงตั้งครรภ์

สิทธิประโยชน์บัตรทอง สำหรับผู้ต้องขัง
ตรวจคัดกรองวัณโรคกลุ่มผู้ต้องขังในเรือนจำ ค้นหาผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาทันท่วงที ลดการแพร่เชื้อเพื่อลดจำนวนผู้ป่วยวัณโรคในเรือนจำ เพื่อสนับสนุนแผนปฏิบัติการระดับชาติร่วมยุติปัญหาวัณโรค อ่านเพิ่มเติม

ภาวะ เลือดข้น เลือดหนืด ปัญหาร้ายแรงที่ต้องรีบแก้ไข

อาการของ เลือดข้น
สำหรับอาการที่นำมานั้น มีได้ตั้งแต่ ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย อ่อนแรง การมองเห็นผิดปกติ หน้าแดงผิดปกติ เหนื่อยง่าย เจ็บแน่นหน้าอก รวมถึงบางส่วน ไม่มีอาการใดๆ นำมาก่อน แต่ตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจเลือด CBC (Complete Blood Count)

สาเหตุของ เลือดข้น
ภาวะเลือดข้นมีหลายประเภท แต่ละประเภทจะแบ่งตามสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ เช่น น้ำหนักตัวเกิน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก ปัญหาจากการผลิตเซลล์เม็ดเลือด หรือเป็นผลมาจากโรคต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ภาวะเลือดข้นที่มีสาเหตุจากปริมาณน้ำเลือดหรือพลาสมาลดลง (Apparent Polycythemia) มักมีสาเหตุมาจากการที่มีน้ำหนักตัวเกิน การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก การใช้ยาขับปัสสาวะ หรือเป็นผลมาจากภาวะขาดน้ำในร่างกาย
ภาวะเลือดข้นที่มีสาเหตุจากไขกระดูกผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงออกมาในปริมาณที่มากเกินไป (Absolute Polycythemia) แบ่งได้ 2 ประเภท ดังต่อไปนี้
ภาวะเลือดข้นที่ไขกระดูกผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงมากผิดปกติ (Primary Polycythemia หรือ Polycythemia Vera) ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของสารพันธุกรรมเจเอเคทู (JAK2) ทำให้ไขกระดูกผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงในปริมาณที่มากผิดปกติ และผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดในปริมาณที่มากผิดปกติด้วยเช่นกัน มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ
ภาวะเลือดข้นที่มีสาเหตุมาจากการผลิตฮอร์โมนอีริโทโพอิติน (Erythropoietin) ในปริมาณที่มากเกินไป (Secondary Polycythemia) หรืออาจเกิดขึ้นจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น
โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease: COPD) และภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnoea) ส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ไม่เพียงพอ จึงผลิตฮอร์โมนอีริโทโพอิตินมากขึ้น
ปัญหาที่เกี่ยวกับไต เช่น เนื้องอกในไต หรือการตีบของหลอดเลือดแดงในไต เป็นต้น
การวินิจฉัยเลือดข้น
การตรวจเลือด นิยมทำด้วยกัน 3 วิธี คือ การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจสเมียร์เลือด หรือการตรวจอีริโทโพอิติน โดยมีรายละเอียดดังนี้
การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC) เพื่อวัดจำนวนของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด ระดับความเข้มข้นของฮีโมโกลบินในเซลล์เม็ดเลือดแดง รวมถึงปริมาณของเซลล์เม็ดเลือดแดง อ่านเพิ่มเติม

ภาวะหนังตาตก …เมื่อหนังตาเป็นสาเหตุที่ทำให้การมองเห็นลดลง

ภาวะหนังตาตก เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย และมีความรุนแรงหลายระดับ หากพบว่าชั้นตาที่เคยมีเริ่มหลุดไป พญ.ฝนทิพย์ ณ ป้อมเพชร จักษุแพทย์ประจำคลินิกตา โรงพยาบาลพญาไท 2 แนะนำว่าหากรู้ทันความผิดปกติและรีบมารักษา จะช่วยลดผลกระทบต่อการมองเห็น และช่วยให้การผ่าตัดแก้ไขมีให้รูปลักษณ์กลับมาเป็นปกติมีโอกาสมากยิ่งขึ้น

ภาวะหนังตาตก คืออะไร?
เปลือกตาเป็นอวัยวะที่ช่วยป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับลูกตา ช่วยป้องกันแสงแดด แสงสว่าง แสงไฟฟ้า ฝุ่นละออง และสิ่งแปลกปลอมที่อาจเข้ามาทำลายกระจกตาได้ ซึ่งภาวะหนังตาตกนั้นก็คือภาวะที่ผิวหนังบริเวณเปลือกตาตกลงมาบดบังการมองเห็น ซึ่งโดยปกติแล้วหนังตาบนจะต้องคลุมตาดำไม่เกิน 2 มิลลิเมตร ถ้าตกลงมามากกว่านั้นจะทำให้มองเห็นตาดำน้อยกว่าปกติ

สาเหตุของภาวะหนังตาตก
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ

กลุ่มที่เป็นตั้งแต่กำเนิด
หนังตาตกในเด็กแรกเกิด อาจมีสาเหตุมาจากกล้ามเนื้อที่หนังตาผิดปกติมาแต่กำเนิด เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม และอาจทำให้เกิดโรคตาขี้เกียจ (Amblyopia) ซึ่งเป็นโรคที่สืบเนื่องมาจากหนังตาตกอีกที โดย อาการของโรคตาขี้เกียจ คือ เมื่อหนังตาตกลงมาบดบังการมองเห็นแล้ว เด็กก็จะไม่ใช้ตาข้างนั้น ทำให้ตาข้างที่ตกลงมาไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร เพราะโดยปกติแล้วกว่าสายตาของเด็กจะมองเห็นได้เท่าผู้ใหญ่ ต้องมีการกระตุ้นการมองเห็นจนถึงอายุ 6 ขวบ เพื่อให้การสร้างเส้นประสาทตาสมบูรณ์
ดังนั้น หากสงสัยว่าเด็กมีภาวะหนังตาตก หรือเป็นโรคตาขี้เกียจ ควรรีบมาพบจักษุแพทย์เพื่อดูอาการว่ารุนแรงและต้องได้รับการผ่าตัดหรือไม่ ในเด็กบางรายที่อาการยังไม่รุนแรงและไม่อยากให้เด็กผ่าตัด อาจจะใช้เทปปิดหนังตาขึ้นเพื่อกระตุ้นให้เด็กใช้ตาข้างนั้น แต่ถ้าใช้เทปแล้วไม่ดีขึ้น หนังตายังตกลงมาปิดมากขึ้น จะทำให้เด็กมองเห็นพัฒนาได้ไม่เต็มที่ไม่ได้ใช้ตาข้างที่ตก ส่งผลให้ลูกตาเล็กและเขตามมาได้
กลุ่มที่เป็นภายหลัง
เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อ / เกิดขึ้นภายหลังจากสาเหตุหลายๆ ประการ เช่น อุบัติเหตุบริเวณเปลือกตา เปลือกตาอักเสบ และกล้ามเนื้อเปลือกตาอ่อนแรง
เกิดจากพฤติกรรมที่ทำให้กล้ามเนื้อตายืดหรือบาดเจ็บ เช่น ภูมิแพ้ทางตา ขยี้ตาบ่อย ใส่คอนแทคเลนส์ที่ความโค้งไม่เหมาะสม หรือแพ้คอนแทคเลนส์เนื่องจากทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ไม่ดี หรือการใส่คอนแทคเลนส์มานาน
เกิดจากปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทเส้นที่ 3 หรือก้อนเนื้องอกทับเส้นประสาทตา ทำให้หนังตาตกหรืออ่อนแรง
เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดดวงตาหรือทำศัลยกรรมรอบดวงตาที่ไปกระทบกล้ามเนื้อในการเปิดตา
เกิดจากอายุที่มากขึ้น ทำให้การยึดเกาะของกล้ามเนื้อตาเสื่อมลงและหลุดตามไปด้วย
อาการที่บ่งบอกว่าเป็นภาวะหนังตาตก
ชั้นตาที่เคยมีเริ่มหลุด เปลือกตาบนลงมาต่ำมากกว่าปกติ ทำให้การมองเห็นลดลง มีชั้นตาหลายชั้น
มีอาการแสบตา เคืองตา หรือรู้สึกหนักๆ ที่เปลือกตา อ่านเพิ่มเติม

ความเครียดของคุณแม่ ตั้งครรภ์ ..สามารถส่งต่อจากแม่สู่ลูกได้นะ!

ไม่ว่าคุณแม่คนไหนก็ไม่อยากเครียด  ตอน ตั้งครรภ์ แต่หากหลีกเลี่ยงสารพัดความกังวลไม่ได้ คุณแม่ทุกคนต้องรีบทำความเข้าใจ เรียนรู้ และยอมรับกับการเปลี่ยนแปลง หากิจกรรมคลายเครียดให้กับตัวเอง ที่สำคัญคือคนรอบข้าง ทั้งสามี ครอบครัว และเพื่อน ถือเป็นกำลังใจที่สำคัญ เพราะยิ่งคุณแม่คิดบวกมากเท่าไหร่…ก็ยิ่งดีต่อทารกในครรภ์มากเท่านั้น

ทำไมคุณแม่ ตั้งครรภ์…มักเกิดความเครียด
ในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่มักมีความกังวลระหว่างตั้งครรภ์ เช่น การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ทั้งในเรื่องของน้ำหนัก ความเป็นอยู่ การปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน อาการคลื่นไส้ อาเจียน กินข้าวไม่ได้ และการดูแลตัวเองอย่างมาก เพื่อไม่ให้เกิดความผิดปกติต่อทารกในครรภ์ ส่วนความกังวลหลังคลอด มักจะเป็นความกังวลที่ว่าจะสามารถดูแลลูกได้ดีหรือไม่

โดยสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้คุณแม่ ตั้งครรภ์ มีอาการเครียด คือ
เป็นผลจากฮอร์โมนจากการตั้งครรภ์ ทำให้คุณแม่ความเครียดและความอ่อนไหวทางอารมณ์เพิ่มขึ้น

ความกังวลของคุณแม่ที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด
รู้ไหม? ความเครียดส่งต่อจากแม่สู่ลูก(ในครรภ์)ได้
เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์เครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมน 2 ชนิด คือฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีน โดยผลกระทบที่เกิดจากความเครียดนั้น…แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือมารดาและทารกในครรภ์ ดังนี้…

ฝั่งมารดา – เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการเครียดจะทานอาหารไม่ได้ หรือทานได้มากกว่าปกติ นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำลง จึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย นอกจากนี้ร่างกายจะหลั่งสารอะดรีนาลีน ทำให้หลอดเลือดตีบ ความดันสูง และหัวใจเต้นเร็วขึ้น

ฝั่งทารก – เริ่มแรก ถ้าคุณแม่เครียดมากๆ อาจทำให้แท้งได้ตั้งแต่อายุครรภ์น้อยๆ หรือทำให้อาหารไปเลี้ยงลูกไม่พอ การเจริญเติบโตของเด็กจึงช้าและมีโอกาสคลอดก่อนกำหนด เมื่อคลอดแล้วยังส่งผลให้เด็กเลี้ยงยาก ขี้งอแง อ่อนไหวง่าย ขี้โมโห ไวต่อการกระตุ้น ในระยะยาวจะทำให้เด็กมีปัญหาด้านการปรับตัวทางสังคม อีกทั้งยังมีโอกาสเกิดโรคหัวใจ ความดัน และเบาหวาน เป็นต้น
เข้าใจ เรียนรู้ ยอมรับ คือ วิธีดีที่สุดสำหรับคุณแม่
ความเครียดของคุณแม่ระหว่างตั้งครรภ์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก วิธีที่ง่ายที่สุด คือ เมื่อรู้ตัวว่าเครียด ต้องเริ่มทำความเข้าใจกับตัวเองว่าความเครียดเหล่านั้นเกิดขึ้นจากฮอร์โมนธรรมชาติและความกังวลของตัวเอง คุณแม่ทุกคนจึงควรทำความเข้าใจ เรียนรู้ และยอมรับกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย หรือหาวิธีรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น หาวิธีผ่อนคลาย ทำกิจกรรมคลายเครียด ซึ่งอาจเป็นกิจกรรมที่ชอบทำอยู่แล้ว หรือกิจกรรมใหม่ๆ ที่อยากลอง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง ทำงานศิลปะ จัดดอกไว้ วาดรูป ออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ ว่ายน้ำ นั่งสมาธิ เปลี่ยนบรรยากาศด้วยการไปกินข้าวนอกบ้าน หรือออกไปพบปะเพื่อนๆ

นอกจากนี้ คนรอบข้างก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดความเครียดของคุณแม่ได้ โดยเฉพาะสามีและคนในครอบครัว ที่ควรทำความเข้าใจธรรมชาติของคุณแม่ตั้งครรภ์ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ รวมถึงมีความกังวลต่างๆ จึงควรดูแลอย่างใกล้ชิด ให้กำลังใจให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ อ่านเพิ่มเติม

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget