ปัจจัยกระตุ้นให้… ปวดหัว

ปัจจัยภายในร่างกาย อาการปวดหัว
อดนอน
นอนน้อย น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
นอนมากไป มากกว่า 9 ชั่วโมง
ช่วงมีรอบเดือน
ร่างกายดหนื่อยล้ามาก จากทำงานหรือ ออกกำลังกาย

ปัจจัยทางจิตใจและอารมณ์
อารมณ์เครียด
หดหู่ใจ
ปัจจัยภายนอกร่างกาย
แสงจ้า
เสียงดัง
กลิ่นน้ำหอม
ควันบุหรี่
อากาศร้อนจัด
การเปลี่ยนอากาศร้อน เย็น กลับไป-มา
การเดินทางข้ามทวีป เปลี่ยนเวลา
การขึ้นที่สูง

อาหารและเครื่องดื่มบางชนิด
ถั่ว
ชอคโกแลต
เนย
กล้วย ทุเรียน หรือ มะละกอ ปริมาณมาก
เค้ก ขนมปัง แยมโรล อาหารกลุ่มเบเกอรี่
ขนมขบเคี้ยวที่ใส่ผงฟู
เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทุกชนิด
หัวหอม
อาหารหมักดอง
อาหารรมควัน แฮม ไส้กรอก
ผงชูรส สารกันบูดในอาหาร
ภาวะอดอาหาร การกินอาหารไม่ตรงเวลา

ยา บางชนิด
ฮอร์โมน หรือยาคุมกำเนิดบางชนิด
ยาฆ่าเชื้อ แก้อักเสบบางชนิด
ยาต้านโรคซึมเศร้า
ยาลดความดันโลหิตสูง
วิตามินเอขนาดสูง
คาเฟอีนในชา หรือกาแฟ อาจเป็นได้ทั้งปัจจัยกระตุ้นให้ปวด หรืออาจทำให้อาการดีขึ้น

การมีปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ร่วมกันหลายๆ อย่างสะสมในช่วงแต่ละวันร่วมกัน กระตุ้นให้ อาการปวดหัว หรือไมเกรน กำเริบได้ ดังนั้นเปาหมายในการรักษา
การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเหล่านี้ เป็นหลักการรักษาโดยไม่ใช้ยา
การรับประทานยาแก้ปวดหัว ควรเริ่มใน 1-3 ชั่วโมงแรกจะได้ผลดีที่สุด
หลีกเลี่ยงการใช้ยาระงับปวดบ่อย และไม่ควรใช้ยาตัวเดิมทุกครั้ง เพราะจะติดยา หรือดื้อยาได้
ในผู้ป่วยบางราย นอกจากยาระงับปวดเป็นครั้งคราวแล้ว อาจต้องใช้ยาป้องกันการปวด ต่อเนื่องอย่างน้อย 2-6 เดือน เพื่อลดความถี่ และลดความรุนแรงของการปวดหัวด้วย
การผ่อนคลายสมาธิ คิดเชิงบวก ลดความตึงเครียดทั้งร่างกาย และจิตใจ รวมทั้งการออกกำลังแบบเบาๆ ต่อเนื่องนาน 30 นาที จะช่วยให้ห่างไกลจากโรคปวดศีรษะได้

sexy gaming

4 วิธีแก้อาการ ปวดหัว ง่ายๆ ด้วยตัวเอง

ปวดหัว อาการที่เกิดขึ้นบ่อยกับคนวัยทำงาน จนแทบจะเป็นกิจวัตรไปแล้ว ปวดหัวเมื่อใดหลายๆ คนก็มักจะคว้าหายาแก้ปวดมารับประทานตลอด ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน เราไม่ควรรับประยาแก้ปวดพร่ำเพื่อ ควรหยุดพฤติกรรมรับประทานยาแก้ปวดบ่อยๆ ได้แล้ว เพราะนอกจากจะทำให้ตับพังไม่รู้ตัว ยังเป็นการแก้ที่ปลายเหตุอีกด้วย

เช็คลิสท์เบื้องต้นก่อนว่าปวดศีรษะนั้นไม่ใช่โรคร้ายแรง
• ไม่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
• ตาไม่พร่ามัว มองไม่เบลอ
• ไม่มีอาการแขนขาอ่อนแรง
• อาการปวดหัวแต่ละครั้งไม่ได้รุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ถ้าเช็คตัวเองเบื้องต้นแล้วมั่นใจว่า สาเหตุอาการปวดหัวนั้น ไม่ใช่อาการของโรคทางหลอดเลือดสมอง หรือเนื้องอกสมอง แต่เป็นเพียงปวดศีรษะจากความเครียด ออฟฟิศซินโดรม หรือพักผ่อนไม่เพียงพอทั่วๆ ไป ควรหยุดความคิดที่จะกินยาแก้ปวดพร่ำเพรื่อ แล้วหันมาลองแก้อาการปวดหัวด้วยตัวเองก่อน
1. นวดกดจุด และยืดกล้ามเนื้อ ถ้าอาการปวดหัวที่เป็น มีอาการตึงของกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ร่วมด้วย ก็เป็นได้ว่าอาการปวดศีรษะนั้นเกิดจากการทำงานหนักของกล้ามเนื้อคอ และบ่า ให้ลองนวดกดตรงกล้ามเนื้อบริเวณที่เรียกว่า Trapezius คือช่วงบ่า และ ไหล่ นวดกดไว้จนกล้ามเนื้อมัดที่จับเป็นก้อนเริ่มคลายตัว หลังจากนั้นให้ยืดกล้ามเนื้อคอ โดยใช้มือขวาดึงศีรษะเอียงไปด้านขวาค้างไว้ 10 วินาที แล้วสลับข้าง อาการปวดหัวจะผ่อนคลายลง
2. เติมน้ำให้ร่างกาย คนที่ปวดศีรษะเป็นประจำ ควรสังเกตตัวเองว่า เป็นคนไม่ค่อยดื่มน้ำหรือเปล่า การที่ร่างกายขาดน้ำคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปวดศีรษะ ให้ดื่มน้ำเปล่าให้มากขึ้น หรือเมื่อมีอาการปวดหัว จะดื่มเป็นน้ำมะนาวใส่น้ำผึ้งนิดหน่อย หรือน้ำขิงอุ่นๆ หรืออาจจะเป็นชาเปปเปอร์มิ้นท์ ที่มีกลิ่นที่ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะลงได้

3. ออกกำลังกาย การขยับร่างกาย แม้เพียงเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง และยังทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน ที่เป็นสารบรรเทาอาการปวดตามธรรมชาติในร่างกาย เมื่อไหร่ที่เริ่มมีอาการปวดหัวแบบเดิมๆ ลองวิ่งเหยาะๆ หรือออกกำลังกายด้วยท่าง่ายๆ อยู่กับที่สัก 15 นาที รับรองว่าอาการปวดหัวจะดีขึ้น อ่านเพิ่มเติม

Copyright สุขภาพ 2020
Tech Nerd theme designed by FixedWidget