“สถาปนิก” การเรียน การทำงาน ทักษะ ความก้าวหน้า เป็นยังไง?

น้องๆ คนไหนที่สนใจและใฝ่ฝันประกอบอาชีพอาชีพ “สถาปนิก” กำลังหาข้อมูลเพื่อตัดสินใจ อยากรู้ว่าการเรียน การทำงาน ทักษะ หรือความก้าวหน้าของอาชีพนี้เป็นยังไง? ตามมาอ่านบทความนี้ได้เลย เรารวมทุกข้อสงสัยพร้อมคำตอบมาให้น้องๆ

เป้าหมายการทำงานของสถาปนิก
คือการออกแบบอาคารประเภทต่างๆ ให้สวยงาม และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กฎหมาย ประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถ ทั้งทางศิลปะและเทคนิค โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัด ทั้งในด้านราคาค่าก่อสร้างและพลังงานสนองความต้องการของผู้อาศัย และผู้ใช้อาคาร

ทักษะ ความรู้ ความสามารถ
สถาปนิก เป็นอีกอาชีพที่ต้องมีความรับผิดชอบสูงมาก เพราะอาชีพนี้ไม่ได้แค่มีหน้าที่ออกแบบอาคารคุมงานก่อสร้างให้ได้ดังที่ลูกค้าต้องการ แต่สิ่งที่ออกแบบไปนั้นคือความรับผิดชอบของสถาปนิกทั้งหมด หากมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้นในอนาคตคนที่จะโดนฟ้องคนแรกก็คือ สถาปนิก นี่แหละ ดังนั้น นอกจากความคิดสร้างสรรค์ ทักษะพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ความรอบคอบ และความรับผิดชอบ ถือเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมาก

ส่วนโปรแกรมที่ สถาปนิกใช้ในการทำงาน ก็มีหลายโปรแกรม เช่น SketchUp, Photoshop, Autocad หรือ archicad เพราะจะมีความแม่นยำ สวยงาม และรวดเร็ว ต่างจากเมื่อก่อนที่จะเป็นงาน Munual งานวาดมือทั้งหมด ซึ่งจะต้องมีโต๊ะ ดราฟ หรือ โต๊ะเขียนแบบเป็นโต๊ะประจำตัว แต่ถ้าเรามีเวลาจริงๆ อยากทำงานเป็นงานมือก็สามารถทำได้

ความรู้เพิ่มเติม
สถาปนิกจำเป็นต้องได้รับการศึกษาทางสถาปัตยกรรมศาสตร์ และได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ถึงจะสามารถทำงานใน วิชาชีพสถาปนิก ได้ โดยคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ เป็น การศึกษาสถาปัตยกรรม ที่ผสมผสานเทคนิควิทยาการทั้งทางวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม เข้าด้วยกัน เพื่อตอบสนองความต้องการในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ในด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่อาศัย วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่นั้น สนองตอบในเชิงจิตวิทยา

ค่าตอบแทน
สถาปนิกที่รับราชการจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ส่วน สถาปนิกที่ทำงานกับภาคเอกชนจะได้รับเงินเดือนขั้นต้น อยู่ระหว่าง15,000 -20,000 บาทขึ้นอยู่กับฝีมือและประสบการณ์ในการฝึกงานขณะที่กำลังศึกษาอยู่ได้รับสวัสดิการตามกฎหมายแรงงานกำหนดไว้และสิทธิประโยชน์อื่นเช่นโบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการ

นอกจากนี้ยังมีสิทธิประโยชน์อื่น เช่น โบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการ เป็นต้น โดยระดับรายได้ของสถาปนิกมักจะขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่ง ตั้งแต่ ผู้ช่วยสถาปนิก (Architect Assistant), สถาปนิกผู้น้อย (Junior Architect), สถาปนิก (Architect), สถาปนิกอาวุโส (Senior Architect), ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ (Design Director , Architect Director)

เส้นทางในอนาคต
อนาคตความก้าวหน้าของคนที่ประกอบอาชีพนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ และความชำนาญในงานเป็นสำคัญโดยมีหลักประกันอยู่ที่ฝีมือและผลงาน ผู้ที่ทำงานในภาครัฐจะได้รับการเลื่อนขั้นตามความสามารถถ้าได้รับการศึกษาต่อหรืออบรมหลักสูตรต่างๆ เพิ่มเติมอาจได้เป็นผู้อำนวยการของหน่วยเองที่สังกัดอยู่ ในภาคเอกชน อาจได้เป็นผู้จัดการหรือผู้ดูแลโครงการก่อสร้างหรือเป็นเจ้าของกิจการก็ได้

Timeline ขั้นตอนการทำงานของอาชีพ
หัวใจหลักของการเป็นสถาปนิก คือ การออกแบบอาคารประเภทต่างๆ ให้สวยงาม และสอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ กฎหมาย ประยุกต์ใช้ความรู้ ความสามารถ ทั้งทางศิลปะและเทคนิค โดยคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและประหยัด ทั้งในด้านราคาค่าก่อสร้างและพลังงานสนองความต้องการของผู้อาศัย และผู้ใช้อาคาร ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่โดยรวมดีขึ้น และไม่กระทบให้เป็นผลเสียของส่วนรวม

โดยสถาปนิกจะเป็นผู้ออกแบบต้องทำงานตามขั้นตอนและกำหนดเวลาชิ้นผลงานต่างๆ ร่วมกับวิศวกรก่อสร้างและนักเขียนแบบ หากน้องๆ คนไหนยังสงสัยในรายละเอียดการทำงานของอาชีพนี้ เราก็มี Timeline แต่ละขั้นตอนของการทำงานออกแบบ มาให้ได้ศึกาากัน ดังนี้

1. บันทึกรายละเอียด ความต้องการของลูกค้า เพื่อออกแบบให้ตรงตามความต้องการของลูกค้า

2. ออกแบบ คำนวณแบบ เลือกวัสดุที่มีคุณภาพเหมาะสมและให้ประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า

3. คำนวณรายการใช้จ่ายให้เหมาะสมกับเนื้องาน

4. เตรียมแบบ และส่งแบบที่วาดโดยช่างเขียนแบบให้ลูกค้าพิจารณา เพื่อ ดัดแปลงแก้ไขและตอบข้อซักถามของ ลูกค้าร่วมกับวิศวกร

5. เมื่อแก้ไขดัดแปลงให้สมบูรณ์แล้วจึงส่งแบบให้กับวิศวกรทำการก่อสร้าง

6. ออกปฏิบัติงานร่วมกับวิศวกรระหว่างทำการก่อสร้างเพื่อให้ใช้วัสดุและตามแบบที่วางไว้ตามเงื่อนไขสัญญา

7. ให้คำปรึกษาต่อวิศวกรและแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างและการคำนวณของวิศวกร

นอกจากนี้ สถาปนิกอาจมีการวางแผนและควบคุมงานที่สถาปนิกจะได้รับทำเป็นประจำตลอดปีคือ งานปรับปรุง ดัดแปลง แก้ไขตัวอาคารเพื่อความทันสมัยสวยงามและปลอดภัยอยู่เสมอ สถาปนิกอาจมีความชำนาญในอาคารบางชนิดเป็นพิเศษ เช่นการออกแบบการใช้อาคารในพื้นที่แคบ เป็นต้น หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับพื้นฐาน

ชนิดของสถาปนิก
สถาปนิกมีหลายชนิด แต่ก็สามารถจำแนกแบ่งออกได้เป็นแขนงย่อยๆต่างๆ ตามฟังก์ชันของงานที่ทำ โดยในแต่ละประเภทก็จำเป็นจะต้องไปแบ่งสาย เรียนลึกลงไปในสายของตัวเอง ในคณะสถาปัตย์อีกต่อนึง ชนิดของสถาปนิกสามารถแบ่งออกได้คร่าวๆดังนี้

    • สถาปนิกออกแบบ (Design)
    • สถาปนิกบริหารโครงการ (Construction Management)
    • สถาปนิกบริหารการใช้พลังงานในอาคาร (Building Energy Management)
    • สถาปนิกออกแบบการให้แสง (Lighting Design)
    • สถาปนิกบริหารจัดการอาคาร (Facility Management)
    • สถาปนิกอนุรักษ์ (Preservation)
    • สถาปนิกตรวจสอบมาตรฐานและความปลอดภัยของอาคาร

งานที่สถาปนิกจะได้ทำ
งานหลักของสถาปนิกคือการออกแบบ และวางแผนในการสร้างชิ้นงานขึ้นมาให้สำเร็จสวยงามอย่างสมบูรณ์ สถาปนิกจะเป็นผู้ที่เข้าใจในหลักการใช้งานของชิ้นงานนั้นๆอย่างลึกซึ้ง เข้าใจว่าผู้คนใช้ประโยชน์จากผลงานของเขาอย่างไร ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุที่ดี สวยงาม รักษาง่าย และไม่มีข้อเสียตามมาเช่นการติดไฟได้ง่าย หรือสกปรกง่าย เป็นต้น

ส่วนใหญ่แล้วสถาปนิกจะมีขั้นตอนการทำงานดังนี้

เก็บ Requirement ถึงความต้องการชิ้นงานจากลูกค้า และคนที่มีส่วนร่วม
ทำการออกแบบชิ้นงานในภาพรวม ให้ตรงตาม requirement
เพิ่มรายละเอียดในชิ้นงานต่างๆ เลือกวัสดุ เลือกพื้นผิวต่างๆ
ควบคุมรายจ่ายของการสร้างชิ้นงานนั้นให้อยู่ในงบที่กำหนดไว้
เขียนแบบพิมพ์เขียว ส่งให้ลูกค้า และประสานงานกับวิศวกรเพื่อแก้ไขในจุดอ่อนของแบบ
ดำเนินการก่อสร้างชิ้นงานนั้นๆ โดยในขั้นตอนนี้จะมีการประสานงานกับวิศวกรในทุกขั้นตอนของการสร้าง
ควบคุมการก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบพิมพ์เขียวของชิ้นงานนั้นๆ แก้ไขปัญหาที่พบ
ถ้าพบปัญหาใดๆที่สามารถแก้ไขได้ในขั้นตอนออกแบบ ก็จะกลับไปแก้แบบอีกครั้งเพื่อปิดจุดอ่อนของแบบ
สถาปนิกเป็นอาชีพที่จะต้องประสานงานกับวิศวกรบ่อยมาก
เนื่องจากว่าแบบชิ้นงานที่สถาปนิกออกแบบนั้น จะต้องถูกคำนวณเรื่องโครงสร้างต่างๆอย่างละเอียดโดยวิศวกรในแขนงนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่นสถาปนิกออกแบบอาคารก็จะต้องประสานงานกับวิศวกรที่เกี่ยวข้องกับอาคารหลายแขนงด้วยกัน ตั้งแต่ วิศวกรโครงสร้าง (Structural Engineer), วิศวกรโยธา (Civil Engineer), วิศวกรไฟฟ้า (Electrical Engineer), วิศวกรประปา (Plumbing Engineer) และ วิศวกรเครื่องกล (Mechanical Engineer)

นอกจากนี้สถาปนิกออกแบบอาคารก็จะต้องประสานงานกับสถาปนิกแขนงอื่นๆเองด้วยเช่นกัน อย่างเช่น มัณฑนากร (Interior Designer) และ ภูมิสถาปนิก (Landscape Architect) เป็นต้น โดย กลุ่มมืออาชีพ ที่มาทำงานในโปรเจกต์นี้ทั้งหมดจะทำงานเป็นทีม ภายใต้การนำทีมของ สถาปนิก นั่นเอง
สถานที่ทำงาน
สถาปนิกจะมีสถานที่ทำงานที่แตกต่างกันไปตามขนแงต่างๆ ซึ่งส่วนมากแล้วก็จะได้เข้าไปอยู่ในทุกที่ ที่ชิ้นงานของตัวเองสร้างขึ้น เช่น

สถาปนิกออกแบบอาคาร ก็จะได้ติดต่อกับลูกค้าในออฟฟิศ เขียนพิมพ์เขียวในออฟฟิศ และควบคุมการก่อสร้างที่ไซต์งาน

สถาปนิกออกแบบผลิตภัณฑ์ ก็จะได้ติดต่อลูกค้าที่ออฟฟิศ ออกแบบที่ออฟฟิศ และควบคุมการผลิตที่โรงงาน เป็นต้น
เวลาทำงาน
เวลาทำงานของสถาปนิกไม่แน่นอน เนื่องจากงานสถาปนิกจะต้องติดต่อกับผู้คนจำนวนมาก และสร้างชิ้นงานใหม่ขึ้นมา ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยมีใครทำมาก่อน จึงจะมีปัญหาคอยให้แก้ไขอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถึงแม้ว่างานสถาปนิกจะบอกว่าเข้างาน 8 โมงเช้า และออกงาน 5 โมงเย็น

แต่ถ้ามีปัญหาด่วนต่างๆไม่ว่าจะในขั้นตอนไหน สถาปนิกที่ดีก็จะต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นโดยเร็ว ส่วนสถาปนิกที่ไม่ดีก็จะอิดออด และบ่ายเบี่ยงไม่ยอมทำงานนอกเวลา ลองดูกรณีตัวอย่างหนึ่ง สถาปนิกโครงสร้างออกแบบอาคารหนึ่ง โดยคำนวณทุกอย่างมาอย่างดี เลขลงตัวเป๊ะๆหมด แต่คนงานก่อสร้างดันผสมปูนผิดทำให้เสาล้มลงมาตอนสามทุ่ม สถาปนิกที่ดีจะเข้าไปที่ไซต์งานทันทีเพื่อแก้ไข แต่สถาปนิกที่ไม่ดีนั้นก็จะอิดออดและโผล่ไปอีกทีเช้าวันถัดไป

เวลาทำงาน

เวลาทำงานของสถาปนิกไม่แน่นอน เนื่องจากงานสถาปนิกจะต้องติดต่อกับผู้คนจำนวนมาก และสร้างชิ้นงานใหม่ขึ้นมา ซึ่งสิ่งนี้ไม่เคยมีใครทำมาก่อน จึงจะมีปัญหาคอยให้แก้ไขอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถึงแม้ว่างานสถาปนิกจะบอกว่าเข้างาน 8 โมงเช้า และออกงาน 5 โมงเย็น

แต่ถ้ามีปัญหาด่วนต่างๆไม่ว่าจะในขั้นตอนไหน สถาปนิกที่ดีก็จะต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นโดยเร็ว ส่วนสถาปนิกที่ไม่ดีก็จะอิดออด และบ่ายเบี่ยงไม่ยอมทำงานนอกเวลา ลองดูกรณีตัวอย่างหนึ่ง สถาปนิกโครงสร้างออกแบบอาคารหนึ่ง โดยคำนวณทุกอย่างมาอย่างดี เลขลงตัวเป๊ะๆหมด แต่คนงานก่อสร้างดันผสมปูนผิดทำให้เสาล้มลงมาตอนสามทุ่ม สถาปนิกที่ดีจะเข้าไปที่ไซต์งานทันทีเพื่อแก้ไข แต่สถาปนิกที่ไม่ดีนั้นก็จะอิดออดและโผล่ไปอีกทีเช้าวันถัดไป จงอย่าเป็นสถาปนิกไม่ดี

ผู้ที่เหมาะสมจะทำงานสถาปนิก

สำหรับนักเรียนที่สนใจงานสถาปนิก จะต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าเราสนใจในงานสถาปนิกจริงๆหรือไม่ ถ้าสนใจจริง และคะแนนสูงพอที่จะสอบเข้าคณะสถาปัตย์ได้ (มหาวิทยาลัยไหนก็ได้ ถ้ารักจริง!) เพราะว่าไม่ว่าจะจบจากมหาวิทยาลัยไหนมาก็ตาม เมื่อจบมาแล้วขอแค่รู้จริง ทุกคนก็ต้องมาสอบใบอนุญาตด้วยข้อสอบกลางที่มีความยากเท่ากันทั้งประเทศ เมื่อผ่านได้รับใบอนุญาตสถาปนิกแล้ว ก็สามารถ สมัครงานสถาปนิก ได้ ทำงานสถาปนิกได้ตามใบอนุญาตทันที
ทักษะ ความสามารถที่สถาปนิกต้องใช้
อย่างแรกที่สุดก็คือความรับผิดชอบ สถาปนิกเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความรับผิดชอบสูงมาก เพราะว่าสิ่งที่เราออกแบบไปไม่ว่าจะเป็นถุงขนมก๊อบแก๊บ หรืออาคารสูงระฟ้า ก็ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของเรา ถ้าหากวันหนึ่งตึกเกิดถล่มขึ้นมา คนที่จะโดนตำรวจจับคนแรกสุดเลยก็คือสถาปนิกคนออกแบบนี่ล่ะ

นอกจากนี้ก็จะมีความคิดสร้างสรรค์ ความรอบคอบ ทักษะพื้นฐานทางสถาปัตยกรรม ความคิดเรื่องการจำกัดงบประมาณ ฯลฯ

ความสามารถทางคอมพิวเตอร์ก็เป็นอีกเรื่องที่มีความสำคัญสูงมาก เพราะว่าจะต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์หลากหลายโปรแกรมในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็น SketchUp, Photoshop, Autocad หรือ archicad ซึ่งสถาปนิกใช้จะโปรแกรมเหล่านี้ในการสร้างแบบพิมพ์เขียวต่างๆขึ้นมา แทนที่การเขียนด้วยมือแบบเมื่อก่น เพราะสามารถลบแก้ไข และใช้งานออกแบบพร้อมๆกันได้หลายคนมากกว่านั่นเอง

สถาปนิก สถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรม หรือตึกรามบ้านช่อง อาคารต่าง ๆ จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีผู้ออกแบบสร้างสรรค์และวางแผนก่อสร้างเหล่านั้น ที่เราเรียกกันว่า “สถาปนิก ซึ่งผู้คนทุกคนล้วนต้องการที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน แหล่งเรียนรู้ แหล่งช้อปปิ้ง กินเที่ยว สถาปนิกมีหน้าที่ออกแบบ เพื่อเนรมิตพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในหรือนอกอาคาร ไม่ว่าจะขนาดเล็กๆ เพียงห้องเดียวหรือไปจนถึงอาคารขนาดใหญ่โตที่มีโครงสร้างสลับซับซ้อน งานสถาปัตยกรรมเป็นการผสมกันระหว่างวิทยาศาสตร์และศิลปะ เพราะต้องใช้ทักษะการแก้ปัญหาเพื่อให้มนุษย์อยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้ จึงถือเป็นศาสตร์ที่ต้องเข้าใจความเป็นมนุษย์อย่างถ่องแท้ด้วย

ลักษณะงาน
ในขั้นเริ่มต้นโครงการ สถาปนิกต้องพูดคุยกับลูกค้า เพื่อรับข้อมูลความต้องการจากลูกค้า ข้อกำหนดเงื่อนไข และงบประมาณ ในบางครั้งสถาปนิกอาจต้องเตรียมตัวนำผลงานที่ผ่านมา ภาพreference งานอ้างอิงไว้ก่อนล่วงหน้า รวมทั้งปัจจัยสำคัญอื่นๆ ที่มีผลกับการออกแบบ อย่างสิ่งแวดล้อมของพื้นที่นั้น ๆ ทำเลที่ตั้ง การประเมินราคาเบื้องต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความรู้ที่สถาปนิกควรมีติดตัวจากการสั่งสมประสบการณ์ และการหมั่นขวนขวายหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

หลังจากทำการคุยข้อตกลงกับลูกค้าเรียบร้อย ในขั้นการออกแบบและพัฒนาไปแต่ละขั้นตอนนั้น ควรมีการส่งให้ลูกค้าตรวจสอบความคืบหน้าเป็นระยะ ซึ่งแบบของสถาปนิกต้องมีทั้งลักษณะอาคารในทุกมุมมอง และรายละเอียดของโครงสร้าง แบบที่เขียนระบบต่างๆ ภายในอาคารอย่างละเอียดทั้ง เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำความร้อน ระบบระบายอากาศ ระบบไฟฟ้า ระบบการสื่อสารภายในอาคารอย่างสายโทรศัพท์หรืออินเตอร์เน็ต งานระบบประปาและสุขาภิบาล บางครั้งอาจมีงานแบบภูมิสถาปัตย์ด้วยเช่นกัน ในขั้นพัฒนาแบบ สิ่งสำคัญที่สถาปนิกจำเป็นต้องยึดเป็นหลักในการออกแบบคือกฎหมายควบคุมอาคารในแต่ละเขตพื้นที่ กฎการควบคุมอัคคีภัย และข้อบัญญัติอื่นๆ รวมไปถึงการออกแบบสำหรับผู้พิการด้วย

สถาปนิกใช้โปรแกรม AUTO CAD และ BIM ในการทำงาน แต่ถึงอย่างนั้นทักษะการสเก็ตภาพเบื้องต้นก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะขั้นตอนการร่างแบบเบื้องตันและช่วงตรวจสอบไซต์งาน

ในช่วงการก่อสร้าง สถาปนิกต้องเข้าไปตรวจสอบหน้างาน เพื่อให้มั่นใจว่า งานก่อสร้างของผู้รับเหมาเป็นไปตามแบบ เสร็จตามกำหนด ใช้วัสดุตรงตามกับที่ระบุ งานของสถาปนิกจะยังไม่เสร็จสิ้นจนกว่างานก่อสร้างทั้งหมดจะสำเร็จ ผู้รับเหมาได้รับค่าจ้าง และมีการทดสอบระบบต่างๆ เรียบร้อย ก่อนลูกค้าจะรับส่งมอบงานเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ในบางครั้งสถาปนิกต้องคอยช่วยแนะนำลูกค้าเรื่องการว่าจ้างผู้รับเหมาหรือต่อรองการทำสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมา รวมถึงประสานงานการยื่นแบบขออนุญาตปลูกสร้างกับทางหน่วยงานราชการด้วย​

ขั้นตอนการทำงาน
พบลูกค้าเพื่อรับโจทย์และข้อกำหนดเป้าหมายการทำงานเพื่อออกแบบโครงสร้าง

ประเมินราคาแบบและการก่อสร้างจากโจทย์และงบประมาณของลูกค้า พร้อมเสนอสัญญาว่าจ้างการออกแบบ

หลังจากตกลงสัญญากันแล้ว ทำการร่างแบบเบื้องต้นด้วยคอมพิวเตอร์หรือร่างแบบด้วยมือ ส่งแบบร่าง (ครั้งที่ 1,2,3 ตามที่ระบุในสัญญา) เพื่อให้ลูกค้าพิจารณาเบื้องต้น

เมื่อสรุปแบบเรียบร้อยแล้วจึงดำเนินการทำแบบยื่นขออนุญาตปลูกสร้างกับหน่วยงานราชการ พร้อมประสานงานกับวิศวกรเพื่อทำการออกแบบโครงสร้าง และจัดทำรายละเอียดคำนวณโครงสร้าง เพื่อใช้ประกอบแบบในการยื่นขออนุญาตปลูกสร้างอาคาร

จัดทำแบบก่อสร้างโดยประสานงานส่งแบบให้ช่างเขียนแบบ (Draft man) ซึ่งประกอบไปด้วย 1. แบบสถาปัตยกรรม 2.แบบโครงสร้าง 3. แบบงานระบบไฟฟ้า 4.แบบระบบประปาและสุขาภิบาล

ส่งแบบให้ลูกค้าพิจารณา เพื่อตรวจเช็คก่อนจะส่งให้ผู้รับเหมาที่ลูกค้าเลือก (หากต้องการแก้ไข ให้ย้อนกลับไปดูในสัญญาว่า สามารถแก้ไขในขั้นตอนแบบก่อสร้างได้กี่ครั้ง) พร้อมตอบข้อซักถามของลูกค้าร่วมกับวิศวกรผู้ออกแบบโครงสร้างเพื่อเป็นไปตามความต้องการและความถูกต้องโดยสมบูรณ์แล้ว จึงส่งแบบให้ผู้รับเหมาเริ่มทำการก่อสร้าง

หากในสัญญามีการระบุให้ว่าจ้างในการควบคุมงานก่อสร้างด้วย สถาปนิกและวิศวกรจะต้องลงพื้นที่หน้างาน(จำนวนครั้งที่ตรวจ ตามที่ระบุในสัญญา) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและเรียบร้อยของขั้นตอนงานก่อสร้างแต่ละขั้นตอนให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ เป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการ

หากมีข้อผิดพลาดในการก่อสร้าง สถาปนิกต้องทำการแจ้งลูกค้าเพื่อให้คำแนะนำ พร้อมทั้งหาวิธีแก้ไขปัญหาหน้างาน เพื่อให้งานเรียบร้อยสมบูรณ์

เมื่ออาคารเสร็จสมบูรณ์ พร้อมทั้งทดสอบงานระบบต่างๆเรียบร้อย ก็ถึงขั้นตอนส่งมอบงานให้ลูกค้า

สถานที่ทำงาน
ต้องทำงานทั้งในสำนักงาน และการออกพื้นที่จริงเพื่อสำรวจสถานที่ทั้งก่อนก่อสร้าง ขณะกำลังก่อสร้าง และก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ การทำงานอาจต้องทำเป็นช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนในช่วงหนึ่งวันขึ้นอยู่กับระยะเวลาและเงื่อนไขที่เร่งรัดเข้ามา เช่นงานก่อสร้างต้องการเร่งระยะเวลาการทำงานให้เร็วขึ้น สถาปนิกก็ต้องใช้เวลาในการทำงานและตรวจสอบมากขึ้น ขึ้นอยู่กับขนาดและความยากง่ายของอาคาร ซึ่งเป็นอาชีพที่ไม่มีผลัดการทำงานเพราะสถาปนิกผู้ออกแบบนั้นจะต้องทำหน้าที่รับผิดชอบร่วมกับวิศวกรผู้ทำงานร่วมกัน ตามที่ได้ลงนามในสัญญาและแบบยื่นขออนุญาตปลูกสร้าง ที่เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายและข้อกำหนดจรรยาบรรณวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม

อาชีพสถาปนิกเป็นอาชีพที่สามารถใช้ความสามารถเฉพาะตัว ในการประกอบอาชีพได้ ทำให้สามารถทำงานส่วนตัว หรือ ทำงานในสำนักงานออกแบบ โดยบัณฑิตส่วนใหญ่ที่มีจุดมุ่งหมายในการเป็นนักออกแบบ มักนิยมเข้าทำงานในสำนักงานออกแบบ เพื่อเรียนรู้ระบบการทำงาน และมีความก้าวหน้าตามประสบการณ์

ผู้ที่ต้องทำงานด้วย
เจ้าของโครงการ หรือลูกค้า (Owner) สถาปนิกจะรับหน้าที่เป็นผู้ให้บริการวิชาชีพ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการก่อสร้าง ผ่านทางการออกแบบ (Building Design) และการทำแบบก่อสร้าง(Construction Document)
วิศวกร สถาปนิกจะมีผู้ที่ปรึกษา ให้คำแนะนำในเรื่องโครงสร้างและเทคนิคการก่อสร้างที่ซับซ้อนและระบบต่างๆในอาคารคือ วิศวกร ซึ่งจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแขนงเกี่ยวกับการก่อสร้าง โดยทั่วไปสำหรับโครงการขนาดกลาง วิศวกรเหล่านี้จะประกอบด้วย วิศวกรโยธา(งานโครงสร้าง) วิศวกรไฟฟ้า วิศวกรระบบประปา-สุขาภิบาล และวิศวกรเครื่องกล
มัณฑนากรและภูมิสถาปนิก นักออกแบบวิชาชีพทั้งหมดนี้จะทำงานร่วมกันเป็นทีม ผ่านการประสานงานของสถาปนิกเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นผู้เชื่อมงานส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน
ผู้ติดต่อประสานงานระหว่างทีม (Coordinator) เพราะที่ปรึกษาอื่นๆ จะไม่มีใครเข้าใจภาพรวมของโครงการเท่าสถาปนิก
ผู้รับเหมาก่อสร้าง สถาปนิกต้องควบคุมงานและตรวจสอบการทำงานของผู้รับเหมาร่วมกับวิศวกร เพื่อตรวจเช็คความถูกต้องตามแบบอย่างสมบูรณ์ รวมทั้งแก้ปัญหาหน้างานด้วย
ทางเลือกอาชีพ
ผู้สำเร็จการศึกษาสายงานนี้ สามารถประกอบวิชาชีพอิสระ รับราชการ หรือทำงานบริษัทต่าง ๆ ได้อย่างกว้างขวางโดยเฉพาะด้านการพัฒนา อาทิ

การออกแบบการก่อสร้าง การอุตสาหกรรม การโฆษณา
การอนุรักษ์ด้านต่าง ๆ เช่น การอนุรักษ์โบราณสถาน และสถาปัตยกรรม
งานวิชาการ นักวิจัย
เจ้าของกิจการ
นักพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรึกษาโครงการ ผู้ประสานงานโครงการ
นักออกแบบอิสระ

สถาปนิก

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget