เคล็ดลับง่ายๆ ในการผัดหมี่ซั่วเจ อร่อยดี มีประโยชน์

เมื่อพูดถึง เทศกาลกินเจ เมนูแรกๆ ที่เรานึกถึงคือ ผัดหมี่ซั่วเจ เมนูที่ทานได้บ่อยๆ ไม่มีเบื่อ ด้วยรสชาติและเนื้อสัมผัสเฉพาะตัวของเส้นหมี่ซั่ว ทำให้หลายๆ คนติดใจในรสชาติ วิธีการทำก็ไม่ยุ่งยาก แค่มีเส้นหมี่ซั่ว ปรุงรสเพิ่มเล็กน้อยด้วยซอสปรุงอาหารแม็กกี้ สูตรผัดกลมกล่อม โดยเคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การเหยาะซอสไปที่ขอบกระทะ เพราะเมื่อซอสสัมผัสกับความร้อน จะช่วยดึงกลิ่นหอมของซอสออกมาได้มากขึ้น ที่สำคัญอย่าลืมเพิ่มคุณค่าสารอาหารด้วยผักต่างๆ เพียงเท่านี้ก็จะได้ผัดหมี่ซั่วเจที่อร่อยกลมกล่อมแล้วค่ะ
เราเคยสังเกตไหมว่า ผักที่นิยมนำมาใส่ในเมนูผัดหมี่ซั่ว ส่วนใหญ่จะเป็นแครอท กะหล่ำปลี บล็อคโคลี่ และเห็ดหอม วันนี้แม็กกี้จะมาเผยคุณประโยชน์ของผักเหล่านี้ ที่รับรองว่าอิ่ม อร่อย ดีต่อสุขภาพแน่นอน

ประโยชน์ของแครอท จากในจานผัดหมี่ซั่ว เทศกาลกินเจ
แครอทอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบไหลเวียนของเลือด โดยแครอทจะช่วยเข้าไปเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานให้กับระบบย่อยอาหาร ซึ่งช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มากขึ้น โดยผัดหมี่ซั่วนิยมหั่นแครอทเป็นเส้นๆ เพื่อให้เข้ากันดีกับเส้นผัดหมี่ ข้อแนะนำควรล้างแครอทด้วยน้ำไหลผ่านเพื่อล้างสิ่งสกปรก และสารพิษที่อาจตกค้าง จากนั้นนำไปปอกเปลือกก่อน และค่อยนำไปหั่นเป็นเส้น

ประโยชน์ของเห็ดหอม เพิ่มความหอม กลมกล่อมให้แก่เมนูผัดหมี่ซั่ว
เห็ดหอมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ช่วยบำรุงสมอง และยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้อีกด้วย เห็ดหอมมีรสชาติโดดเด่นเฉพาะตัวและช่วยเพิ่มความอูมามิตามธรรมชาติ เราสามารถเลือกใช้เห็ดหอมสด หรือเห็ดหอมแห้งก็ได้เช่นกัน ข้อแนะนำก่อนใช้เห็ดหอมแห้งคือ ควรแช่น้ำร้อน ประมาณครึ่ง ชั่วโมง เพื่อล้างฝุ่นละอองที่ติดมากับเห็ดหอม จากนั้นนำมาหั่นเป็นเส้นๆ เพราะ ควรผัดเห็ดหอมกับน้ำมันโดยใช้ไฟแรง ซึ่งจะช่วยดึงกลิ่นของเห็ดหอมให้มากยิ่งขึ้น แต่หากเราหั่นเห็ดหอมชิ้นใหญ่เกินไป เวลาทานจะทำให้รสชาติเห็ดหอมกลบรสชาติอื่นๆ ได้

ประโยชน์ของกะหล่ำปลี เพิ่มความอร่อยให้กับเมนูผัดหมี่ซั่วเจ
กะหล่ำปลีอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และในกระหล่ำปลีมีใยอาหารที่ช่วยในการย่อยอาหารและช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ และช่วยแก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง ข้อแนะนำก่อนนำไปผัด ควรลอกใบชั้นนอกออกประมาณ 2-3 ใบ และนำไปล้างน้ำให้สะอาดหลายๆ ครั้ง เพื่อป้องกันสารพิษที่อาจะตกข้างที่บริเวณใบ โดยผัดหมี่ซั่วนิยมใช้กระหล่ำปลีแบบซอยบางๆ ไม่ฝอยจนเกินไป และเวลาผัดไม่ควรผัดนานเกินไป เพราะจะทำให้กะหล่ำปลีเหี่ยวและไม่น่าทาน

ประโยชน์ของบล็อคโคลี่ ที่นอกจากความอร่อย แล้วยังเพิ่มสีสันให้กับผัดหมี่ซั่วเจ ให้ดูน่าทานมากยิ่งขี้น
บร็อคโคลี่เป็นผักที่มีวิตามินซีมสูงช่วยให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง และช่วยบำรุงผิวพรรณ ที่สำคัญยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอวัยอีกด้วย โดยคุณค่าทางอาหารของบร็อคโคลี่จะมีอยู่มากในส่วนของลำต้น ดังนันควรเลือกบร็อคโคลี่ที่มีดอกแน่น ก้านใหญ่แข็งแรง และดอกมีสีเขียวเข้ม แนะนำให้ล้างงบล็อคโคลี่ให้สะอาด เพื่อป้องกันสารพิษที่อาจตกค้าง จากนั้นหั่นดอกและก่นให้เป็นชิ้นพอดีคำ ถ้าหากหั่นชิ้นใหญ่เกินไปอาจะทำให้บล็อคโคลี่สุกไม่ทั่วถึง
อย่าลืมเพิ่มคุณค่าสารอาหารในเมนูอาหารเจของเราให้มีประโยชน์มากขึ้นด้วยผักต่างๆ นะคะ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เราอิ่ม อร่อย ได้ประโยชน์ สบายกาย สบายใจได้ตลอดเทศกาลเจนี้แล้ว

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

เทศกาลกินเจ 2563 ไม่กินสัตว์ใหญ่ เพื่อได้บุญหลวง

เทศกาลกินเจ 2563 ตรงกับวันที่ 17-25 ตุลาค  ช่วงเวลา 10 วันของ เทศกาลกินเจ เรากินเจเพื่ออะไร พร้อมแนะนำอาหารเจ วิธีล้างท้องก่อนกินเจ และ 20 คำถามกินเจ กินได้ไหม ทำแบบนี้ได้ไหม มาร่วมหาคำตอบกัน

เมื่อถึงวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 9 (ตามปฏิทินจีน) ของทุกปี เราจะเห็นธงสีเหลือง ๆ มีตัวอักษรจีนประดับอยู่ตามร้านอาหาร และที่ต่าง ๆ เป็นสัญลักษณ์ว่า เริ่มเข้าสู่เทศกาลกินเจแล้ว โดยในปี 2563 ปฏิทินจีนพบว่า เทศกาลกินเจ ตรงกับวันที่ 17-25 ตุลาคม 2563
แต่บางคนอาจกินเจล่วงหน้า 1 วัน หรือที่เรียกว่า “ล้างท้อง” นั่นเอง และวันนี้เราก็มีความรู้เกี่ยวกับเทศกาลกินเจมาฝาก

ความหมายของเจ
คำว่า “เจ” ในภาษาจีนทางพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน มีความหมายว่า “อุโบสถ” เดิมหมายความว่า “การกินอาหารก่อนเที่ยงวัน” ตามแบบอย่างของชาวพุทธที่รักษาอุโบสถศีล หรือรักษาศีล 8 ที่จะไม่กินอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว แต่สำหรับพุทธนิกายมหายานนั้น การรักษาอุโบสถศีลจะรวมถึงการไม่กินเนื้อสัตว์ด้วย เราจึงนิยมเรียกการไม่กินเนื้อสัตว์รวมไปกับการกินเจ ในปัจจุบันผู้ที่กินอาหารทั้ง 3 มื้อ แต่ไม่กินเนื้อสัตว์ก็ยังคงเรียกว่า “กินเจ” ดังนั้น ความหมายของคนกินเจ ไม่เพียงแต่ไม่กินเนื้อสัตว์ แต่ยังต้องดำรงตนอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม มีความบริสุทธิ์ สะอาด ทั้งกาย วาจา ใจ

“การกินเจ” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 หมายถึง การถือศีลอย่างญวนและจีนที่ไม่กินของสดคาว แต่บริโภคอาหารประเภทผักที่ไม่มีของสดของคาวผสม ซึ่งมาจากรากศัพท์คำภาษาจีนที่ว่า “เจี๊ยะฉ่าย” หมายถึง การกินอาหารผัก อาหารที่มาจากพืชผักธรรมชาติ ไม่มีเนื้อสัตว์ปะปน และไม่ปรุงด้วยผักฉุน 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ และงดเว้นน้ำนมสด นมข้นด้วย เพราะถือว่าเป็นของสดของคาว

ช่วงเวลากินเจ
ประเพณีกินเจที่ชาวจีนเรียกกันว่า “เก้าอ๊วงเจ” หรือ “กิ้วอ๊วงเจ” แปลว่า “เจเดือน 9” เริ่มต้นในวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีน รวม 9 วัน 9 คืน ตรงกับเดือน 11 หรือเดือนตุลาคม ของไทย (ตามปฏิทินสากล) โดยคำว่า “เก้าอ๊วง” หรือ “กิ้วอ๊วง” แปลว่า “พระราชา 9 องค์” หรือนพราชา หมายถึงผู้เป็นใหญ่ทั้ง 9 ซึ่งเป็นที่มาของประเพณีกินผักกินเจ

เทศกาลกินเจ 2563 เริ่มวันไหน
สำหรับเทศกาลกินเจ 2563 จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม ไปสิ้นสุดในวันที่ 25 ตุลาคม 2563

ความหมายของ “ธงเจ”
ในช่วงเทศกาลกินเจ เราจะสังเกตเห็นธงประจำเทศกาล โดยมีพื้นธงเป็นสีเหลือง ซึ่งเป็นสีที่อนุญาตให้ใช้กับคน 2 กลุ่มเท่านั้น คือ กลุ่มกษัตริย์ ราชวงศ์ และกลุ่มอาจารย์ปราบผี ดังจะเห็นจากยันต์สีเหลืองตามภาพยนตร์จีน ดังนั้น สีเหลืองจึงเป็นสีของพุทธศาสนา หรือผู้ทรงศีล บนธงจะเขียนตัวอักษรสีแดง อ่านว่า “ไจ” หรือ “เจ” มีความหมายว่า “ของไม่มีคาว” เหตุที่ใช้สีแดง เพราะชาวจีนเชื่อว่าเป็นสีมงคล สร้างความเจริญให้แก่ชีวิต

ธงเจนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของอาหารเจแล้ว ยังเป็นการเตือนให้พุทธศาสนิกชนที่ปฏิบัติตนถือศีลกินเจได้ตระหนักถึงการไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ และการตั้งอยู่ในศีลตลอดช่วงกินเจ

ทำไมต้องกินเจ เรากินเจเพื่ออะไร
จุดประสงค์หลักของการกินเจ แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทคือ

1. กินเพื่อสุขภาพ เพราะอาหารเจเป็นอาหารชีวจิต เมื่อกินติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ และปรับระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้มีเสถียรภาพ
2. กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากทุก ๆ วัน อาหารที่เรากินประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้ที่มีจิตใจดีงามจึงไม่สามารถกินเนื้อของสัตว์เหล่านั้นได้
3. กินเพื่อเว้นกรรม เพราะการฆ่าเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้จะไม่ได้ลงมือฆ่าเองก็ตาม เพราะการซื้อผู้อื่นเท่ากับการจ้างฆ่า ถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย ผู้ที่เข้าใจเรื่องกฎแห่งกรรมจึงหยุดกิน หันมากินเจแทน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงแค่ให้อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget