โรคแพ้อากาศ หรือโรคภูมิแพ้จมูก

พ่อหรือแม่ หรือทั้งคู่เป็น โรคภูมิแพ้ หรือแพ้อากาศหรือไม่
คุณมีอาการดังกล่าวข้างต้นบ่อยๆ หรือไม่
คุณมีอาการเป็นหวัดอยู่เรื่อยๆ และแต่ละครั้งเป็นนานหลายสัปดาห์หรือไม่
คุณเกิดอาการแพ้เวลาเข้าใกล้ หรือสัมผัส แมว สุนัข หญ้า พืชต่างๆ ฝน หรือไม่
คุณมีอาการเหมือนเป็นหวัด เวลาอากาศเปลี่ยนบ่อยๆ หรือไม่
ลักษณะที่พบในจมูก คือ เยื่อบุจมูกบวม สีชีส และอาจมีน้ำมูกใสจํานวนมาก ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจเกิดโรคหรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆตามมา เช่น ไซนัสอักเสบ คออักเสบเรื้อรัง หลอดลมอักเสบเรื้อรัง หอบหืด ริดสีดวงจมูก หูชั้น กลางอักเสบ โดยเฉพาะในเด็ก ภาวะมีน้ําขังในหูชั้นกลาง จมูกไม่ได้กลิ่น นอนกรน หรือหยุดหายใจเวลานอนได้
โรคแพ้อากาศ หรือภูมิแพ้จมูก นั้นสามารถรักษาให้อาการต่างๆดีขึ้นได้ แม้ว่าจะไม่หายขาดแต่ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติทั่วไป และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ โดยการรักษามิได้มีเพียงการใช้ยาแต่เพียงอย่างเดียว จําเป็นที่ผู้ป่วยต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตนให้ถูกต้องเหมาะสมด้วย

**หลักในการรักษาโรคแพ้อากาศ หรือภูมิแพ้จมูก มี 4 ขั้นตอน คือ

กําจัด หลีกเลี่ยง สิ่งที่แพ้ และสารระคายเคืองต่างๆ ซึ่งเป็นการรักษาที่สําคัญที่สุด
การรักษาด้วยยา เพื่อบรรเทาอาการ เช่น ยาแก้แพ้ชนิดกิน หรือยาพ่นจมูก ซึ่งควรให้แพทย์หรือเภสัชกรเป็นผู้แนะนํา เนื่องจากโรคแพ้อากาศเป็นโรคเรื้อรังที่โอกาสในการรักษาหายขาดน้อย จึงจําเป็นต้องมีการใช้ยาต่อเนื่องสม่ำเสมอ
การฉีดวัคซีนภูมิแพ้ เป็นการรักษาโดยการฉีดสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของอาการ เข้าไปในร่างกายที่ละน้อยแล้วค่อยๆเพิ่มปริมาณมากขึ้น เพื่อให้สร้างภูมิต้านทานต่อสิ่งที่แพ้
การรักษาโดยการผ่าตัดใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการมาก หรือมีโรคบางอย่างร่วมด้วย เช่น ผนังกั้นจมูกคด เยื่อบุจมูกบวมมาก ริดสีดวงจมูก ไซนัสอักเสบ ซึ่งไม่ดีขึ้นหลังให้การรักษาด้วยยาอย่างเต็มที่

sexy gaming

โรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อตัวกระตุ้นที่ในภาวะปกติแล้วจะไม่ทำให้เกิด อันตรายต่อรางกาย เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรพืช อย่างมากผิดปกติ ทำให้เกิดการอักเสบในอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้นั้น เช่น ถ้าเป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูกเมื่อเราหายใจเข้าไปทางจมูก สารก่อภูมิแพ้จะไปสัมผัสกับเยื่อบุโพรงจมูกแล้วทำให้เกิดการอักเสบในโพรงจมูก เกิดอาการคัดจมูก จาม มีน้ำมูกใสๆ คันจมูก ถ้าเป็นโรคหืดเมื่อหายใจเอาสารก่อภูมิแพ้เข้าไปถึงหลอดลมก็จะทำให้เกิดการอักเสบของหลอดลม แล้วหลอดลมก็จะตอบสนองด้วยการหดเกร็งเกิดอาการของหลอดลมตีบขึ้น โดยหายใจมีเสียงเหมือนนกหวีด ดังวี๊ดขึ้น อาจใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ ถ้าเป็นภูมิแพ้ที่ผิวหนัง ก็จะมีอาการคันที่ผิวหนัง หรือมีผื่นแบบลมพิษ ถ้าแพ้อาหารก็จะมีอาการปากบวม หรือมีลมพิษขึ้น ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้มักมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวการณ์ตอบสนองไวกว่าปกติต่อสิ่งกระตุ้นที่ไม่ใช้สารก่อภูมิแพ้ได้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความกดอากาศต่ำ หรือฝน ความชื้น ซึ่งภาวะนี้อาจอยู่นานเป็นวันหรือเป็นเดือนก็ได้ และสามารถเกิดอาการได้โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้

ในปัจจุบันโรคภูมิแพ้ซึ่งจัดเป็นโรคที่อยู่ในกลุ่มโรคไม่ติดเชื้อกำลังมีอัตราการเกิดที่สูงขึ้น อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากปัจจุบันจากความเจริญทางวัตถุและความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้การเกิดโรคติดเชื้อต่ำลง แต่ปัญหาทางสิ่งแวดล้อมกลับสูงขึ้น คนมีแนวโน้มที่จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในอาคารนานขึ้น การถ่ายเทอากาศที่น้อย การใช้พรม การเลี้ยงสัตว์ในอาคาร ทำให้อุบัติการณ์เกิดโรคภูมิแพ้มากขึ้น โรคภูมิแพ้เป็นโรคที่ดูเหมือนจะไม่ใช่โรคร้ายแรง นอกจากบางโรค เช่น โรคหืดและปฎิกิริยาการแพ้บางชนิด เช่น แพ้อาหาร แพ้ยา แมลงต่อย ก็อาจทำให้เสียชีวิตได้

โรคภูมิแพ้ คืออะไร
โรคภูมิแพ้ คือ โรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อตัวกระตุ้นที่ในภาวะปกติแล้วจะไม่ทำให้เกิด อันตรายต่อรางกาย เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรพืช อย่างมากผิดปกติ ทำให้เกิดการอักเสบในอวัยวะที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้นั้น เช่น ถ้าเป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูกเมื่อเราหายใจเข้าไปทางจมูก สารก่อภูมิแพ้จะไปสัมผัสกับเยื่อบุโพรงจมูกแล้วทำให้เกิดการอักเสบในโพรงจมูก เกิดอาการคัดจมูก จาม มีน้ำมูกใสๆ คันจมูก ถ้าเป็นโรคหืดเมื่อหายใจเอาสารก่อภูมิแพ้เข้าไปถึงหลอดลมก็จะทำให้เกิดการอักเสบของหลอดลม แล้วหลอดลมก็จะตอบสนองด้วยการหดเกร็งเกิดอาการของหลอดลมตีบขึ้น โดยหายใจมีเสียงเหมือนนกหวีด ดังวี๊ดขึ้น อาจใช้เวลาก่อนเกิดอาการเป็นนาทีหรือเป็นชั่วโมงก็ได้ ถ้าเป็นภูมิแพ้ที่ผิวหนัง ก็จะมีอาการคันที่ผิวหนัง หรือมีผื่นแบบลมพิษ ถ้าแพ้อาหารก็จะมีอาการปากบวม หรือมีลมพิษขึ้น ในคนที่เป็นโรคภูมิแพ้มักมีแนวโน้มที่จะเกิดภาวการณ์ตอบสนองไวกว่าปกติต่อสิ่งกระตุ้นที่ไม่ใช้สารก่อภูมิแพ้ได้ เช่น ความเย็น ความร้อน ความกดอากาศต่ำ หรือฝน ความชื้น ซึ่งภาวะนี้อาจอยู่นานเป็นวันหรือเป็นเดือนก็ได้ และสามารถเกิดอาการได้โดยไม่จำเป็นต้องสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้

อาการแทรกซ้อนเมื่อเป็นภูมิแพ้
ขึ้นอยู่กับอวัยวะที่แพ้ ถ้าเป็นภูมิแพ้ทางจมูกก็จะมีอาการปากแห้งเวลาตื่นนอน เนื่องจากเกิดอาการคัดจมูกในเวลากลางคืนทำให้นอนอ้าปากหายใจ ง่วงเหงาหาวนอนเวลาเรียน สมาธิสั้น ทำให้ความคิดความจำสั้น ถ้าเป็นหืดก็จะทำให้สมรรถภาพการทำงานลดลง เพราะจะเหนื่อยง่าย ถ้าเป็นรุนแรงและมีอาการในที่ห่างไกลจากโรงพยาบาล หรือไม่มียาขยายหลอดลมติดตัวก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่มักไม่ได้รับการวินิจฉัย หรือการรักษาที่ไม่เพียงพอทำให้ไม่สามารถควบคุมอาการได้

ชนิดของโรคภูมิแพ้ที่พบบ่อย
สามารถแบ่งตามระบบของร่างกาย ออกได้เป็น 4 กลุ่มคือ

โรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ
โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง
โรคภูมิแพ้ทางตา
โรคภูมิแพ้หลายระบบ หรือ แบบช๊อค

สถิติการเกิดโรคภูมิแพ้ มีคนเป็นมากน้อยเพียงใด
จากข้อมูลของการวิจัยในประเทศไทยพบว่า เด็กไทยมีอาการของโรคภูมิแพ้ทางจมูกประมาณ 40% ซึ่งสูงกว่า 10 ปีที่แล้ว 2 เท่า, ประมาณ 13% ของเด็กไทย และ 5-10 % ของผู้ใหญ่เคยมีอาการของโรคหืด

การตรวจวินิจฉัยโรคภูมิแพ้
การซักประวัติอย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติโรค หรืออาการภูมิแพ้ทางครอบครัว
การสังเกตสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการแพ้ รวมทั้งสภาพแวดล้อมของการทำงาน สภาพแวดล้อมภายในบ้าน
การตรวจภายในโพรงจมูก
การตรวจสมรรถภาพปอดโดยการเป่าลม เพื่อดูปริมาตรของอากาศ การตรวจวินิจฉัยด้วย ยังช่วยประเมินความรุนแรงของโรคได้ด้วย
การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง
การตรวจเลือด

การป้องกันและรักษาโรคภูมิแพ้
การควบคุมสิ่งแวดล้อมและสารก่อภูมิแพ้
จากผลการวิจัย ได้มีการสำรวจผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ในประเทศไทย มีการแบ่งชนิดของสารก่อภูมิแพ้ ออกเป็น 2 ประเภท ชนิดแรกเป็นสารก่อภูมิแพ้ในบ้าน ได้แก่ ไรฝุ่น ฝุ่นบ้าน และแมลงสาบ เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่พบได้บ่อยเป็น 3 อันดับแรก ซึ่งเราจะได้รับสารก่อภูมิแพ้ประเภทนี้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เช่น ในตอนนอน จะทำให้เรามีอาการเกือบทุกวัน ส่วนชนิดที่สอง เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่อยู่นอกบ้าน เช่น ละอองเกสรพืช วัชพืชต่างๆ เชื้อรา สารก่อภูมิแพ้ประเภทนี้จะทำให้เกิดอาการชั่วคราวเฉพาะเวลาที่ออกนอกบ้าน นอกจากสารก่อภูมิแพ้ดังกล่าวแล้ว ยังมีตัวกระตุ้นทางกายภาพอีกที่ทำให้เกิดการอักเสบของโพรงจมูกหรือหลอดลม เช่น ความเย็น ความร้อน ความชื้น ความกดอากาศที่เปลี่ยนแปลง ตัวอย่างง่ายๆ เช่น การที่มีอาการทุกครั้งก่อนหรือหลังฝนตก ส่วนประเภทสุดท้าย เป็นสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น น้ำหอม สีทาบ้าน ควันไฟ กลิ่นสารเคมี กลิ่นธูป

การป้องกันโรคภูมิแพ้ที่ดีที่สุด คือ การหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ เช่น คนที่แพ้ไรฝุ่น ควรจะซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าห่มด้วยความร้อน ร่วมกับการซักด้วยผงซักฟอก ถ้ามีเครื่องซักผ้าชนิดตั้งความร้อนได้ ก็ให้ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 60 องศา 30 นาที บนเตียงนอนไม่ควรมีตุ๊กตาผ้า ไม่ควรเลี้ยงสัตว์ในบ้าน ควรเก็บขยะให้มิดชิดไม่ให้เป็นแหล่งอาหารของแมลงสาบ ไม่ควรสูบบุหรี่ภายในบ้าน

sexy gaming

5 วิธีดูแลบ้านลดเสี่ยงโรคภูมิแพ้

คำพูดที่ว่า “เด็กสมัยนี้เป็นโรคภูมิแพ้เยอะกว่าแต่ก่อน” ดูท่าจะจริง เพราะเมื่อดูจากสถิติของสมาคม โรคภูมิแพ้ และอิมมูโนวิทยาแห่งประเทศไทยแล้วจะพบว่า ในปัจจุบันเด็กไทยเป็น โรคภูมิแพ้ มากถึงร้อยละ 38 ส่วนในผู้ใหญ่ก็เป็นโรคภูมิแพ้ถึงร้อยละ 20 และเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเลขเมื่อ 10 ปีก่อน คนไทยเป็นโรคภูมิแพ้สูงขึ้นเกือบเท่าเลยทีเดียว

สาเหตุใหญ่ของการเป็นโรคภูมิแพ้ คือการถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่สิ่งแวดล้อมและสารก่อภูมิแพ้ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะไรฝุ่นหรือฝุ่นละอองในบ้าน การทำความสะอาดและจัดบ้านให้ถูกสุขลักษณะจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่จะช่วยลดโอกาสเกิดภูมิแพ้ แต่จะจัดบ้านอย่างไรให้ห่างไกลโรคภูมิแพ้นั้น เรามี 5 ข้อมาแนะนำดังนี้

ที่นอน หมอน ม่าน อย่าให้ฝุ่นจับ
เครื่องนอน หมอน ผ้าห่ม เป็นแหล่งสะสมแบคทีเรีย เชื้อโรค เหงื่อ และเซลล์ผิวหนังที่หลุดล่วง ทำให้ไรฝุ่นเติบโตได้ดี จึงควรดูแลให้สะอาดปราศจากฝุ่นอยู่เสมอ ควรซักด้วยเครื่องซักผ้าโดยเลือกโหมดน้ำร้อน เลือกใช้พรมผืนเล็กหรือชนิดที่สามารถนำเข้าเครื่องซักผ้าได้ รวมถึงผ้าม่านที่ควรซักหรือทำความสะอาดบ่อยๆ ของบางอย่างที่ซักยากหรือซักไม่ได้ เช่น หมอนหรือฝูก ควรผึ่งแดดเดือน 1-2 ครั้ง หรือเปิดประตูหน้าต่างให้แสงแดดส่องถึง อาจใช้เครื่องดูดฝุ่นและน้ำยาทำความสะอาดที่ผลิตจากสารธรรมชาติเป็นตัวช่วย และอย่าลืมพลิกฝูกด้านล่างมาทำความสะอาดด้วย

อากาศต้องสะอาดและถ่ายเท
หากที่บ้านมีเครื่องปรับอากาศ การให้ช่างมาล้างปีละ 1-2 ครั้งนั้นคงไม่เพียงพอ สิ่งที่เราทำเองได้และควรทำเป็นประจำเดือนละ 1-2 ครั้งคือการล้างแผ่นกรองอากาศหรือแผ่นกรองฝุ่น (ฟิลเตอร์) ส่วนพัดลมที่มักมีฝุ่นเกาะตรงตะแกรงและใบพัดก็ควรล้างบ่อยๆ หากยังรู้สึกว่าเช็ดล้างเท่าไหร่ฝุ่นก็ยังเยอะ อาจต้องพึ่งเครื่องฟอกอากาศช่วยดักฝุ่นหรือใช้เครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติ อย่างไรก็ตามควรเปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทบ้าง ถ้ากลัวฝุ่นเข้าบ้าน ให้เลือกเปิดในตอนเช้าตรู่หรือหลังฝนหยุดตกใหม่ๆ เพราะอากาศจะสะอาดและมีฝุ่นละอองน้อยกว่าเวลาอื่น

เฟอร์นิเจอร์ไร้สารพิษ ตู้มีบานเปิด-ปิดได้
เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์แบบไม่มีขา เพราะการแนบสนิทกับพื้นจะช่วยลดปัญหาฝุ่นสะสมได้ สำหรับเฟอร์ฯ แบบขาลอยควรมีขาสูงพอให้อุปกรณ์ดูดฝุ่นหรือไม้ม็อบยื่นเข้าไปทำความสะอาดใต้เฟอร์ฯ ได้ ตู้เก็บของหรือตู้โชว์ควรเป็นแบบที่มีบานปิด ใช้โซฟาผ้าแบบที่ถอดซักได้หรืออาจใช้แบบหนังซึ่งเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายกว่า ก่อนซื้อเฟอร์นิเจอร์ควรดูว่าวัสดุและขั้นตอนการผลิตมีสารเคมีที่อาจก่อให้เกิดภูมิแพ้หรือไม่ เลือกแบบที่ปราศจากสารฟอร์มัลดิไฮด์ก็จะช่วยลดความเสี่ยงโรคที่เกี่ยวกับระบบหายใจได้ การบ้านอย่าให้มีซอกมุมที่ทำความสะอาดยากจนกลายเป็นจุดสะสมฝุ่น

ของแต่งบ้าน ของเล่น ของสะสมมักอมฝุ่น
เรามักจะมองข้าม ของเล่น ตุ๊กตา ของสะสม ของแต่งบ้าน ไม่เว้นแม้แต่วอลเปเปอร์และกรอบรูปติดผนัง รวมถึงกองหนังสือ ของพวกนี้มักถูกวางหรือติดไว้เฉยๆ จนลืมทำความสะอาด เราจึงควรนำทุกอย่างที่ไม่ได้ใช้เก็บใส่ถุงพลาสติกวางไว้ในตู้ ส่วนของเล่นลูกเมื่อเล่นเสร็จก็ควรเก็บเข้ากล่องที่มีฝาปิดมิดชิด หมั่นเช็ดวอลเปเปอร์ กรอบรูป กระจกติดผนังให้ปราศจากฝุ่น นอกจากจะลดโอกาสเกิดภูมิแพ้แล้ว ยังทำให้บ้านดูสะอาดเรียบร้อยอีกด้วย

แพ้ขนแมว ขนสุนัข ขนสัตว์ ต้องจัดที่ให้อยู่เฉพาะ
สัตว์เลี้ยงอย่างสุนัข แมว กระต่าย รวมไปถึงสัตว์ไม่ได้เลี้ยงอย่างแมลงสาบก็นำพาโรคภูมิแพ้มาให้คนในบ้านได้ ยิ่งถ้ามีเด็กๆ อยู่ด้วยก็ไม่ปล่อยให้สัตว์เลี้ยงวิ่งเล่นไปทั่วหรือขึ้นมาคลุกวนในกับคุณบนโซฟาหรือบนที่นอน จริงๆ การแพ้ขนสัตว์ส่วนใหญ่เกิดจากการแพ้น้ำลายของสัตว์ที่พวกมันเลียตัวเองและติดอยู่ที่ขน รวมถึงไรตัวเล็กๆ บนตัวมันที่มาถูกตัวเด็ก เราจึงควรอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงบ่อยๆ ส่วนปัญหาการแพ้แมลงสาบ ก็แค่เก็บเศษอาหารห่อให้มิดชิดแล้วนำไปทิ้งถังขยะที่มีฝาปิด และทำให้ครัวสะอาดอยู่เสมอ

sexy gaming

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget