กลุ่มเสี่ยงเมื่อ COVID-19 ลงปอด

กลุ่มเสี่ยงเมื่อ COVID-19 ลงปอด

  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
  • ผู้ที่มีโรคอ้วน BMI มากกว่า 30
  • ผู้ที่มีโรคแทรกซ้อน


Community Spread’ Is Being Blamed for Over 900 Cases of COVID in Mayo Clinic Staffers Here’s How That Happens

COVID-19 title The Mayo Clinic infections happened over the last two weeks at facilities in Iowa, Minnesota, and Wisconsin, three hard-hit states.

Right now, as COVID-19 continues to spread, we need frontline health care workers to stay fit and healthy. But nobody is immune from the coronavirus, and doctors and nurses may even be more at risk, considering that they are more likely to have close contact with patients who’ve tested positive for the virus.

But the majority of the 900-plus Mayo Clinic staff members in the Midwest who’ve been diagnosed with COVID-19 over the last 14 days didn’t become infected at work, according to Mayo Clinic spokesperson Kelley Luckstein. In an email to CNN, Luckstein wrote, “Our staff are being infected mostly due to community spread (93% of staff infections), and this impacts our ability to care for patients.”

Luckstein added that across the Midwest, where the Mayo Clinic has several medical facilities, approximately 1,500 staff members currently have work restrictions related to COVID-19 exposure or diagnosis.

RELATED: An Ohio Wedding Spread COVID-19 to 32 Guests, and Also the Bride and Groom

In a COVID-19 update published on the Mayo Clinic website this week, Amy Williams, MD, the executive dean of the medical center said, “There are three things you need to take care of any patient. Space, supplies and staff. And what we are most worried about is staff.”

Dr. Williams also attributed exposure and infection of staff members to community spread. But what exactly is that, and how should it be tackled?

What is community spread?
“Community spread means simply that people in the community become infected with no knowledge of how or where they became infected,” Carol A. Winner, MPH, who founded the Give Space personal distancing movement, tells Health. “The source is unknown, as the likelihood of exposure has spread beyond a knowing source, such as your friend or hairstylist calling to tell you that they are sick and you were exposed.”

The Centers for Disease Control (CDC) definition of community spread echoes Winner’s. “Community spread means people have been infected with the virus in an area, including some who are not sure how or where they became infected,” states the CDC. “Each health department determines community spread differently based on local conditions.”

RELATED: Does Mouthwash Kill COVID-19? Here’s What Doctors Want You to Know About the Latest Research

Community spread means that the infection rate is widespread enough that you could have contracted the virus from any one of a number of persons. “Its breadth is impacted by the ‘positivity rate’ within a community, which describes the percentage of positive test results of those carried out among groups of community members,” Winner explains. “The underlying swell of community spread can be reflected in a high positivity rate—the higher the rate, the more likely people are to be exposed without a known source of infection.”

How to stop community spread of COVID-19
How can community spread be addressed? Winner suggests we may have missed the opportunity to contain it in the early days of the pandemic. “COVID-19 spread rapidly through communities in the United States early on in its fervor, as communities were unprepared to successfully isolate cases through contact tracing and testing,” she says. Once the virus became politicized and “public health restrictions varied by state and community, it creative a massive multiplier,” she adds.

At this point in the pandemic, Winner believes that the best way to address community spread is through broader public health measures, “such as rollbacks to limit person-to-person contact—for instance, bar and gym closing, home schooling, promotion of good health habits, and the sharing of information to keep families informed,” she says.

RELATED: How Are the Spanish Flu and COVID-19 Alike? Here’s What Doctors Say

A vaccine will also help to prevent community spread, as people who are vaccinated will either avoid getting infected or, if they do contract the virus, may have a mild or moderate response to the virus. Winner points out that a vaccine is not a panacea, but one part of the long-term solution. “Mask wearing and social distancing alongside widespread vaccination will be necessary to support the success of a long-term effort to constrain this virulent disease,” she says.

That’s precisely the message the Mayo Clinic wants the public to understand. “Everybody is getting very tired of wearing a mask and hearing about social distance, being told to wash their hands, but we’re doing this because we care about our communities,” Dr. Williams said in the statement. “We don’t want families to lose loved ones. We want everyone to be safe. We will get through this, but we need to be safe, we need to protect each other.”

The information in this story is accurate as of press time. However, as the situation surrounding COVID-19 continues to evolve, it’s possible that some data have changed since publication. While Health is trying to keep our stories as up-to-date as possible, we also encourage readers to stay informed on news and recommendations for their own communities by using the CDC, WHO, and their local public health department as resources.

To get our top stories delivered to your inbox, sign up for the Healthy Living newsletter

If you looking OPPORTUNITY for money you must go to website at ufabet

ดูแลดวงตาอย่างไรให้ห่างไกล COVID-19

ไวรัส 2019-nCoV หรือ SARS-CoV-2 ที่ทําให้เกิดโรค COVID-19 สามารถทําให้เกิดตาแดงหรือ เยื่อบุตาอักเสบ ได้ แม้จะพบไม่บ่อยเพียง 1 – 2% อาการไม่รุนแรง แต่มักเกิดจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งต่าง ๆ จากทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม ฯลฯ ที่มีเชื้อโรคกระจายมาถูกเยื่อบุตา ซึ่งการรักษาทำได้โดยการประคับประคองตามอาการ ดังนั้นการดูแลดวงตาในช่วง COVID-19 กำลังระบาดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย
มีรายงานในช่วงแรก ๆ ที่ได้มีการเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากเยื่อบุตาหรือนํ้าตาของผู้ป่วยปอดอักเสบจาก COVID-19 จำนวน 30 คน มี 1 คนที่มี เยื่อบุตาอักเสบ ร่วมด้วย และพบผล PCR เป็นบวกในคนที่มีเยื่อบุตาอักเสบ แต่ในอีก29 คนที่ไม่มีเยื่อบุตาอักเสบไม่พบว่ามีไวรัสในสารคัดหลั่งทางตา ต่อมาได้มีการตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine พบว่า ผู้ป่วย COVID-19 มีอาการตาแดง (Conjunctival Congestion) ราว 0.8% คือ ในกลุ่มผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลจาก COVID-19 ทั้งหมด 1,099 คน พบว่าตาแดง 9 คน โดยไม่มีรายงานการตรวจกับจักษุแพทย์และไม่ได้เก็บตัวอย่างน้ำตาเพื่อตรวจหาไวรัส

ดวงตากับ COVID-19
เรื่องสำคัญเกี่ยวกับดวงตาที่ควรรู้เพื่อจะได้ดูแลดวงตาให้ถูกวิธีในช่วง COVID-19 ได้แก่
ไม่ควรสัมผัสโดนตา มือที่ไม่สะอาดมีเชื้อโรคปนเปื้อน ทำให้เกิดเยื่อบุตาอักเสบได้ จึงควรล้างมือบ่อย ๆ ไอต้องปิดปาก ไม่ควรจับหน้าหรือแตะโดนตา เนื่องจากไวรัสสามารถติดต่อทางเดินหายใจ ทางปาก และทางตาได้ ในช่วงนี้การใส่แว่นสายตาแทนการใส่คอนแทคเลนส์ช่วยหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดนตาได้อีกทางหนึ่ง
ตาแดงหรือเยื่อบุตาอักเสบเป็นอาการหนึ่งของ COVID-19 แต่พบได้น้อย เพียง 1 – 2% และอาการไม่รุนแรง โดยจะรักษาประคับประคองตามอาการคล้ายเยื่อบุตาอักเสบจากไวรัสชนิดอื่น ๆ แต่มักมีอาการทางเดินหายใจร่วมด้วย
ยารักษามาลาเรีย Chloroquine, Hydroxychloroquine ที่นำมาใช้ในการรักษา COVID-19 ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีผลกับจุดรับภาพแบบรุนแรง รายงานเบื้องต้นพบว่า การใช้ยานี้ในผู้ป่วย COVID-19 แม้จะให้ในปริมาณมากกว่าปกติ แต่ใช้ช่วงเวลาไม่นาน เพียง 1 – 2 สัปดาห์ ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มีความเสี่ยง แต่ยังคงต้องติดตามดูผลการศึกษาในระยะยาว
การใส่แว่นสายตาแบบปกติ ไม่สามารถป้องกันการติด COVID-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีเครื่องป้องกันอื่นร่วมด้วย

รู้ระวังใส่คอนแทคเลนส์ช่วง COVID-19
สำหรับผู้ที่ต้องใส่คอนแทคเลนส์ในช่วงที่ COVID-19 ระบาด มีคำแนะนำจาก Centers for Disease Control and Prevention (CDC) สหรัฐอเมริกา และ American Optometric Association (AOA) ระบุว่า ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์มีความเสี่ยงต่อการติดโรค COVID-19 มากกว่าผู้ที่ใส่แว่นตา โดยคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงสามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ตามปกติ แต่ควรดูแลการใส่อย่างถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันการติดต่อของโรคที่ติดต่อได้จากการใส่คอนแทคเลนส์ ก่อนใส่คอนแทคเลนส์ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่อย่างน้อย 20 วินาทีและเช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษเช็ดมือที่สะอาด ถอดล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ให้ถูกวิธี และหากป่วยเป็นไข้ มีน้ำมูก ไอ จาม ไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์ นอกจากนี้มีรายงานที่พบว่าคนใส่คอนแทคเลนส์มีการจับหน้าและสัมผัสตาในช่วงใส่ถอด จึงต้องระมัดระวังเรื่องการดูแลความสะอาดและอย่าให้มือไม่สะอาดทำให้เกิดการแพร่เชื้อโรคต่าง ๆ ได้ อ่านเพิ่มเติม

ไข้หวัด VS Covid-19

ไข้หวัด VS Covid-19 ความเหมือนที่แตกต่าง

Covid-19 ความเหมือนที่แตกต่าง การแพร่ระบาดแบบเวิลด์ทัวร์( World tour) ของ Covid-19 ทำให้องค์กรอนามัยโลก (WHO) ต้องออกมาประกาศว่าการระบาดของ Covid-19 นั้นอยู่ในระดับ Pandemic หรือการแพร่ระบาดในวงกว้างที่ส่งผลไปทั่วโลก ซึ่งเราผ่านวิกฤตแบบนี้มาแล้วในการระบาดของโรคเอดส์ และ ไข้หวัดนก (H1N1) ในอดีตนั่นเอง

แต่ด้วยความที่เป็นไวรัสสายพันธ์ใหม่ เราจึงมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย วันนี้เราได้เลือกคำถามที่พบบ่อยของ Covid-19 มารวมไว้ที่นี่แล้ว
Q : ไข้หวัด กับ Covid-19 มาจากไวรัสตัวเดียวกันใช่ไหม ?

A : คำตอบคือถูกต้อง Coronaviruses (CoV) เป็นเชื้อไวรัสตระกูลใหญ่ ที่เป็นอันตรายต่อทั้งคนและสัตว์ โดยเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ อันได้แก่ ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ โรคทางเดินหายใจรุนแรงเฉียบพลัน (SARS) ในปี 2002 และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS) ในปี 2012 เป็นต้น แต่เจ้าโควิด-19 นี้ กลายพันธุ์ออกมาเพื่อความอยู่รอด จึงทำให้วัคซีนป้องกันไข้หวัดทั่วไป ไม่สามารถได้ผลกับ Covid-19 ตัวนี้

Q : เชื้อไวรัสโควิด-19 มีชีวิตอยู่ในอากาศ สิ่งของต่าง ๆ ได้นานกี่วัน ?

A : ยังไม่มีวิจัยที่แน่ชัดว่ากี่วัน ขึ้นอยู่กับสภาพของวัตถุ และ อุณหภูมิ แต่โดยทั่วไปเชื้อไวรัสโควิดลอยอยู่ในอากาศได้ประมาณ 5 นาทีก็จะตกสู่พื้น แต่เชื้อไวรัสจะยังอยู่ได้บนพื้นต่ออีกหลายชั่วโมง และในอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียสนั้น สามารถอยู่ได้นานถึง 1 เดือนเลยทีเดียว
Q : อาการแตกต่างจากไข้หวัดตรงไหน ?

A : อาการโดยรวมคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้สูง น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ บางราย คลื่นไส้ อาเจียน แต่อาการที่แตกต่างจากไข้หวัดใหญ่ก็คือ มีอาการทางเดินหายใจผิดปกติร่วมด้วย เช่น อาการหายใจลำบาก หอบเหนื่อย ไอแห้ง หรือ บางรายที่อาการรุนแรงจะมีภาวะปอดบวมร่วมด้วย อ่านเพิ่มเติม

ป้องกัน COVID-19 อัพเดตวัคซีนในชีวิตประจำวัน

Corona virus vaccine update
โรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Severe Acute Respiratory Syndrome corona virus 2 (SARS-CoV-2) ปัจจุบันได้รับการประกาศจาก
องค์การอนามัยโลกให้เป็นโรคระบาดทั่วโลก โดยอาการและอาการแสดงมีหลากหลายตั้งแต่ไม่มีอาการไปจนถึงก่อให้เกิดความผิดปกติของระบบอวัยวะหลายระบบ โดยอาการและอาการแสดงทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ สามารถพบได้บ่อยที่สุด การติดต่อของโรคส่วนหนึ่งเกิดจากการสัมผัสเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตามในการพัฒนาวัคซีนชนิดใหม่โดยทั่วไปอย่างเร็วจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2-3 ปี จึงวางจำหน่ายได้ เนื่องจากต้องผ่านการทดสอบด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อน
โดยทั่วไป การพัฒนาวัคซีนจะต้องผ่านการศึกษาในระยะดังต่อไปนี้
ขั้นตอนที่หนึ่ง การศึกษาวิจัยในห้องปฏิบัติการและการทดลองในสัตว์: ขั้นตอนการทดสอบบุกเบิก
1) การทดลองก่อนการทดลองในคน (Pre-Clinical Stage)
– เป็นการทดลองกับเนื้อเยื่อ เซลล์ หรือสัตว์ เป็นต้น
2) คำขอทำการวิจัยยาใหม่ (IND Application)
ขั้นตอนที่สอง การทดลองในมนุษย์
1) ระยะที่ 1 ของการทดสอบวัคซีน (Phase I)
– โดยจะทดลองกับคนกลุ่มย่อยและต่อมาจะทดลองในคนกลุ่มใหญ่ขึ้น
2) ระยะที่ 2 ของการทดสอบวัคซีน (Phase II)
– ทดลองกับกลุ่มคนที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น อาจมีจำนวนหลายร้อยคน
3) ระยะที่ 3 ของการทดสอบวัคซีน (Phase III)
– การทดสอบซึ่งจะเกี่ยวข้องกับบุคคลจำนวนมากกว่า 10,000 คน อ่านเพิ่มเติม

Copyright สุขภาพ 2021
Tech Nerd theme designed by FixedWidget